สถาปนิกวิญญาณกับนักล่ามังกรสายกาว•ตอนที่ 13

ค่ำคืนใต้แสงดาวในโลกเสมือน

ผลงานโดย ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน
"เงียบก่อน... มันไม่ได้มาเพื่อฆ่าเรา" น้ำเสียงของเอเลน่าราบเรียบจนเกือบเย็นชา ทว่าแฝงไปด้วยความระแวดระภัยขั้นสูงสุด ร่างระหงของอาจารย์สาวในชุดคลุมสีนิลขยับเข้ามาขวางหน้าฉันไว้โดยสัญชาตญาณ ปลายเรียวเล็บของนางเรืองแสงสีม่วงเข้มจางๆ พร้อมที่จะปลดปล่อยพลังทำลายล้างที่สามารถลบแนวปะทะทั้งกองพลให้หายไปได้ในพริบตาเดียว เบื้องล่างหน้าต่างไม้โบราณของห้องพักชั้นสอง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่กระแทกพื้นไม้ดัง *กุกกัก* เป็นจังหวะสม่ำเสมอ มันไม่ใช่เสียงคำรามของอสูรกายกระหายเลือดอย่างที่ระบบเกมมักจะเซ็ตอัพไว้เพื่อเรียกเสียงกรี๊ดจากผู้เล่นมือใหม่ แต่เป็นเสียงก้าวเดินที่แฝงไปด้วยความเหนื่อยล้า... และความคุ้นเคยอย่างประหลาด ฉันกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือข้างหนึ่งยังคงกำ ‘ค้อนช่างไม้เสริมพลังเวท’ แน่นจนเหงื่อซึมชุ่มด้ามจับ ในฐานะสถาปนิกวิญญาณที่ผลาญเงินในเกมไปกับการแต่งบ้านและวางระบบป้องกันมากกว่าการอัปเกรดค่าสถานะสายต่อสู้ หัวใจของฉันตอนนี้เต้นรัวระคนหวาดหวั่นไม่แพ้เสียงกลองศึก *แอ๊ด...* บานหน้าต่างไม้สักที่ฉาบด้วยแสงจันทร์สีครามค่อยๆ ถูกดันเปิดออกด้วยแรงลมเอื่อยเฉื่อย เงาดำมหึมาที่ทาบทับลงมาเมื่อครู่ ไม่ใช่ร่างของมังกรยักษ์หรือบอสลับระดับภัยพิบัติอย่างที่กังวล แต่เป็นโครงกระดูกสวมเกราะเหล็กขึ้นสนิมเขรอะตัวหนึ่ง—มันสูงใหญ่เกือบสองเมตร มือข้างหนึ่งลากดาบใหญ่ที่บิ่นจนแทบใช้การไม่ได้ ส่วนมืออีกข้าง... กำกิ่งไม้แห้งๆ ที่ประดับด้วยดอกไม้ป่าสีขาวเรืองแสงเอาไว้ราวกับเด็กน้อยถือลูกโป่ง “นั่นมัน...” ฉันพึมพำ ดวงเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ มันคือ ‘โกเลมกระดูกยามค่ำคืน’ มอนสเตอร์ระดับกลางที่มักจะปรากฏตัวเฉพาะในเขตซากปรักหักพัง แต่นี่คือเมืองเริ่มต้นเขตปลอดภัย! ระบบเกมเสมือนจริงของ *Aethelgard Online* ไม่มีทางปล่อยให้มอนสเตอร์เดินเตะฝุ่นเข้ามาถึงห้องนอนของผู้เล่นได้ง่ายๆ เว้นแต่ว่า... จะมีเงื่อนไขลับบางอย่างถูกกระตุ้น เอเลน่าหรี่ตามองสิ่งมีชีวิตตรงหน้า แววตาสสีเพลิงของนางไหววับคล้ายกำลังพยายามคว-านหาเศษเสี้ยวความทรงจำที่หล่นหาย “ไม่ใช่ศัตรู... แต่เป็น ‘ผู้ส่งสาร’ ของอดีตต่างหาก” สิ้นคำพูดของอาจารย์สาว โครงกระดูกยามค่ำคืนก็ทรุดตัวลงคุกเข่าเบื้องหน้าหน้าต่าง มันค่อยๆ ยื่นกิ่งไม้ประดับดอกไม้ป่านั้นเข้ามาด้านใน ราวกับจะมอบให้ใครบางคนในห้องนี้ บรรยากาศรอบตัวที่เคยตึงเครียดพลันเปลี่ยนเป็นความเงียบงันอันชวนให้ใจหายวาบ ฉันหันไปมองเอเลน่า นางไม่ได้ขยับเขยื้อiหนี แต่มือเรียวบางที่เคยเตรียมจู่โจมกลับสั่นเทาเล็กน้อย—เป็นครั้งแรกตั้งแต่ฉันรู้จักกับ NPC ระดับตำนานผู้นำทางคนนี้ ที่ฉันได้เห็นร่องรอยความเปราะบางฉายชัดบนใบหน้าเรียบเฉยนั้น “อาจารย์คะ?” ฉันเอ่ยเรียกเบาๆ พร้อมกับค่อยๆ เอื้อมมือไปแตะแขนเสื้อของนาง เพื่อส่งผ่านความอบอุ่นจากผู้เล่นสายชิลล์ไปยังหญิงสาวผู้แบกรับปมปริศนาแห่งยุคโบราณ เอเลน่าสูดลมหายใจเข้าลึกราวกับต้องการเรียกความกล้า ก่อนจะก้าวเท้าเดินผ่านหน้าฉันไป นางยื่นมือออกไปรับกิ่งไม้แห้งดอกไม้นั้นไว้อย่างทะนุถนอม ทันทีที่ปลายนิ้วของนางสัมผัสกับกิ่งไม้ แสงสีขาวนวลก็สว่างวาบขึ้นทั่วทั้งห้อง โครงกระดูกตรงหน้าค่อยๆ สลายกลายเป็นละอองแสงสีฟ้าจางๆ ลอยหายไปในอากาศ เหลือเพียงกระดาษม้วนเก่าคร่ำคร่าตกอยู่บนขอบหน้าต่าง ฉันรีบเดินเข้าไปหยิบมันขึ้นมา คลี่ออกด้วยความระมัดระวัง ตัวอักษรโบราณเรืองแสงสีทองปรากฏขึ้นทีละบรรทัด พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนจากระบบที่ดังขึ้นในหัว [ติ๊ง! ผู้เล่น ‘ริน’ และ NPC ‘เอเลน่า’ ค้นพบเงื่อนไขลับ: ‘บันทึกรอยเท้าแห่งความทรงจำ (บทที่ 3)’] [เงื่อนไขผ่าน: ปลดล็อกพื้นที่ส่วนตัว ‘หอคอยดาราคราส’ และเปิดเผยเนื้อเรื่องรองระดับ SSS] “หอคอยดาราคราส...” ฉันอ่านชื่อสถานที่ในหน้าต่างระบบออกเสียงเบาๆ พลางหันไปมองเอเลน่าที่กำลังจ้องมองแผ่นกระดาษในมือด้วยแววตาเหม่อลอย “ที่นั่น...” เอเลน่าพึมพำ น้ำเสียงของนางแหบพร่าและสั่นเครือเล็กน้อย “...คือที่ที่ฉันเคยทำลายมันด้วยมือของตัวเองเมื่อหลายร้อยปีก่อน ในวันที่ท้องฟ้าไม่ได้มีแค่ดวงดาว แต่เต็มไปด้วยเปลวเพลิงแห่งการทรยศ” บรรยากาศในห้องพักอบอวลไปด้วยความเงียบงันที่ลึกซึ้ง แสงจันทร์สาดส่องผ่านหน้าต่างกระทบกับโครงสร้างห้องที่ฉันตั้งใจตกแต่งอย่างประณีตด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้สนและพรมถักมือ แต่มันกลับตัดกับความหมองเศร้าในแววตาของหญิงสาวตรงหน้าอย่างสิ้นเชิง ฉันไม่ได้เอ่ยถามเซ้าซี้ เพราะรู้ดีว่าบาดแผลในใจของ NPC ระดับตำนานผู้นี้ ไม่ใช่สิ่งที่สามารถเยียวยาได้ด้วยคำพูดปลอบใจสวยหรูทั่วไปในเกม ฉันเดินไปหยิบกาน้ำชาเซรามิกที่ต้มไว้บนเตาเวทมนตร์ รินน้ำชาสมุนไพรกลิ่นหอมกรุ่นควันฉุยลงในถ้วยกระเบื้องเคลือบสองใบ ก่อนจะยื่นใบหนึ่งให้อستราสาว “ดื่มอะไรร้อนๆ หน่อยนะคะ” ฉันส่งยิ้มบางๆ ให้ “ถึงฉันจะเป็นแค่สถาปนิกที่เก่งแต่เรื่องสร้างบ้านและแต่งสวน จนบางครั้งอาจจะดูน่าปวดหัวสำหรับอาจารย์ แต่ถ้าเป็นเรื่องที่พักพิงใจในโลกนี้... ฉันพร้อมจะรับฟังเสมอนะคะ” เอเลน่าก้มมองถ้วยชาในมือ รอยยิ้มจางๆ ที่หาได้ยากยิ่งปรากฏขึ้นบนริมฝีปากอิ่ม นางรับถ้วยชาไปจิบเบาๆ ไอความร้อนช่วยขับไล่ความหนาวเหน็บจากเรื่องราวในอดีตให้เจือจางลงไปบ้าง “เจ้านี่นะ... แปลกคนเสียจริง” เอเลน่าส่ายหัวเบาๆ แววตาที่เคยแข็งกร้าวอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด “คนอื่นเขาเล่นเกมนี้เพื่อล่ามังกรและชิงความเป็นหนึ่ง แต่เจ้ากลับใช้เวลาครึ่งค่อนวันไปกับการจัดวางตำแหน่งเก้าอี้และปลูกดอกไม้รอบบ้านพักซอมซ่อหลังนี้” “ก็เพราะว่าโลกมันกว้างใหญ่และอันตรายเกินไปน่ะสิคะ” ฉันหัวเราะเบาๆ พลางทอดสายตาออกไปนอกหน้าต่าง มองดูหมู่ดาวระยิบระยับบนท้องฟ้าจำลองของเกม “ถ้าเราต้องเหนื่อยกับการวิ่งหนีมอนสเตอร์และห้ำหั่นกับผู้เล่นคนอื่นตลอดเวลา อย่างน้อย... เราก็ควรมีมุมสงบๆ ไว้ให้หัวใจได้พักผ่อนไม่ใช่เหรอคะ? บ้านที่อบอุ่นและปลอดภัย คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุดของสถาปนิกอย่างฉันค่ะ” คำพูดของฉันทำให้เอเลน่าชะงักไปเล็กน้อย นางวางถ้วยชาลงบนโต๊ะไม้ ก่อนจะหันมามองหน้าฉันตรงๆ แววตาสีเพลิงคู่นั้นสะท้อนภาพเงาของฉันและแสงดาวจากภายนอก “บางที...” เอเลน่ากระซิบแผ่วเบา “การที่ฉันสูญเสียความทรงจำไป อาจจะไม่ใช่เรื่องร้ายแรงเสมอไปก็ได้... อย่างน้อยมันก็ทำให้ฉันได้มาเห็นว่า โลกใบนี้ในมุมมองของเจ้านั้น... งดงามกว่าที่ฉันเคยจำได้เสียอีก” บรรยากาศระหว่างเราอบอุ่นขึ้นจนเกือบจะเรียกว่าโรแมนติกได้ หากไม่มีเสียงบางอย่างแทรกขึ้นมาขัดจังหวะ *ครืนนน—!* พื้นไม้ใต้เท้าสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงราวกับเกิดแผ่นดินไหว หน้าต่างห้องพักปิดกระแทกเสียงดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับเสียงระฆังเตือนภัยจากระบบเมืองเริ่มต้นที่ดังโหยหวนก้องกังวานไปทั่วทุกทิศทุกทาง ท้องฟ้าที่เคยประดับด้วยหมู่ดาวงดงามเมื่อครู่ กลับถูกย้อมด้วยสีแดงฉานราวกับหยดเลือด ฉันและเอเลน่าผุดลุกขึ้นยืนพร้อมกันโดยไม่ต้องนัดหมาย สายตาสองคู่มองตรงไปยังขอบฟ้าไกลโพ้น ทิศทางเดียวกับ ‘หอคอยดาราคราส’ ที่เพิ่งถูกปลดล็อกในแผนลับ เงาดำมหึมานับร้อยสายกำลังบินวนเวียนอยู่รอบยอดหอคอยร้าง และใจกลางกลุ่มเมฆสีเลือดนั้นเอง—ร่างของสตรีในชุดเกราะสีเงินยวงผู้ถือหอกยาวติดเพลิงสีดำสนิท ก็กำลังก้าวเท้าเดินทะลุมิติออกมา พร้อมกับจ้องมองตรงมายังพิกัดห้องพักของเราด้วยรังสีอำมหิตที่แทบจะทำให้สติหลุดลอย [ติ๊ง! เตือนภัยระดับวิกฤต: ผู้บัญชาการแห่งอดีต ‘เซเลสเทีย’ ได้ปรากฏตัวขึ้นแล้ว!] [เป้าหมายพิเศษ: เธอไม่ได้มาเพื่อทำลายเมือง แต่เธอมาเพื่อทวงคืน ‘ความทรงจำชิ้นสุดท้าย’ ที่อยู่ภายในตัวของเอเลน่า...] ขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสร้างความอบอุ่นไปด้วยกันในค่ำคืนนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกวิญญาณกับนักล่ามังกรสายกาว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%