"สามแสนเหรียญทอง... ต่อหนึ่งแปลนอาคารโครงสร้างเหล็กกล้าผสมศิลาเวทมนตร์? คุณสถาปนิกคะ นี่ไม่ใช่การขายพิมพ์เขียวแล้วค่ะ แบบนี้มันคือการปล้นกลางแสงแดดชัดๆ!"
เสียงอุทานด้วยความตื่นตระหนกของกิลด์มาสเตอร์แห่งสมาคมนักล่ามังกรดังลั่นห้องรับรองวีไอพี แต่รินกลับทำเพียงยกถ้วยชาสมุนไพรขึ้นจิบอย่างใจเย็น ดวงตาภายใต้กรอบแว่นใสปรายมองตัวเลขในสัญญาซื้อขายที่เรืองแสงสีฟ้าอยู่กลางอากาศ รอยยิ้มบางๆ ประดับบนเรียวปากของสถาปนิกสาวผู้ขึ้นชื่อเรื่องการใช้สมองมากกว่ากำลัง
"อย่าเรียกว่าปล้นเลยค่ะท่านกิลด์มาสเตอร์... เรียกว่าเป็นการลงทุนระยะยาวเพื่อความปลอดภัยของพวกคุณจะดีกว่า" รินวางถ้วยชาลงบนโต๊ะไม้โอ๊ก ส่งเสียงกระทบเบาๆ ที่เรียกสติของชายวัยกลางคนตรงหน้าให้กลับคืนมา "ลองคิดดูสิคะว่า หากพวกคุณยังใช้ค่ายกลป้องกันแบบเดิมๆ ที่สร้างกันมาตั้งแต่ยุคโบราณ ถ้าเจอฝูงมอนสเตอร์ระดับบอสบุกจู่โจมอีกครั้ง กำแพงเมืองของพวกคุณจะต้านทานได้ถึงสามนาทีหรือเปล่าคะ?"
คำถามนั้นทรงพลังเสียยิ่งกว่าเวทมนตร์โจมตีใดๆ กิลด์มาสเตอร์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ภาพความพินาศย่อยยับจากเหตุการณ์เขาวงกตใต้ดินเมื่อหลายวันก่อนยังคงหลอนอยู่ในความทรงจำ พื้นที่ก่อสร้างมูลค่าหลายล้านเหรียญเกือบกลายเป็นจุลเพราะขาดโครงสร้างพื้นฐานที่ดีพอ และพิมพ์เขียวที่วางอยู่ตรงหน้านี้ คือคำตอบเดียวที่จะช่วยกอบกู้หน้าตาและชีวิตของคนนับพันในสมาคม
นี่คือจุดเริ่มต้นของ "ตลาดนัดแลกเปลี่ยนความรู้" แบบเฉพาะกิจ ที่รินจัดขึ้นในพื้นที่ส่วนกลางของสมาคมนักล่ามังกร หลังจากข่าวลือเรื่องการสร้างค่ายกลป้องกันภัยไร้พ่ายแพร่สะพัดออกไป บรรดากิลด์ใหญ่และพ่อค้ารายใหญ่ต่างก็แห่กันมาต่อคิวรอซื้อพิมพ์เขียวสิ่งก่อสร้างที่รินออกแบบด้วยหลักการผสานระบบ VRMMO เข้ากับสถาปัตยกรรมโบราณอย่างลงตัว
บรรยากาศภายในห้องโถงใหญ่เวลานี้เนืองแน่นไปด้วยผู้คน เสียงกระซิบกระซาบและเสียงทอดถอนใจด้วยความทึ่งดังระงับไปทั่ว รินไม่ได้เป็นเพียงแค่นักสร้างบ้านผู้รักความสวยงามอีกต่อไปแล้วในสายตาของคนเหล่านี้ เธอกลายเป็น "มันสมอง" คนสำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและเสถียรภาพของดินแดนแห่งนี้ไปโดยปริยาย
"ตกลงค่ะ! ข้าซื้อสามฉบับรวด!" กิลด์มาสเตอร์ทุบโต๊ะตัดสินใจด้วยความเด็ดเดี่ยว พร้อมกับกดอนุมัติการโอนเงินผ่านระบบหน้าต่างโปร่งใส
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนการรับเงินจำนวนมหาศาลดังขึ้นติดต่อกันหลายครั้ง ตัวเลขในบัญชีของรินพุ่งทะยานผ่านหลักล้านอย่างรวดเร็ว จนระบบเกมถึงกับส่งสัญญาณเตือนภัยเรื่องความมั่งคั่งที่เพิ่มขึ้นผิดปกติ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่รินให้ความสนใจในตอนนี้
สายตาของเธอเหลือบมองไปที่มุมห้อง ซึ่งมีร่างเพรียวบางในชุดคลุมสีดำสนิทกำลังยืนกอดอกพิงผนังอยู่ อาจารย์สาวลึกลับอย่างเอเลน่ายังคงรักษาท่าทีเย่อหยิ่งและเย็นชาไว้ได้เป็นอย่างดี แม้ว่าในมือของเธอจะถือขนมปังอบชีสชิ้นโตที่เพิ่งไปหยิบมาจากโต๊ะจัดเลี้ยงไม่ต่ำกว่าสี่ชิ้นแล้วก็ตาม
รินอมยิ้มเล็กน้อยเมื่อเห็นท่าทางนั้น เอเลน่าอาจจะเป็นถึง NPC ระดับตำนานที่มีพลังทำลายล้างสูงส่งจนน่าสะพรึงกลัว แต่ในเรื่องของความเข้าใจเกี่ยวกับกลไกโลกปัจจุบัน อาจารย์สาวผู้เลอโฉมท่านนี้กลับมีความสนเท่ห์และซื่อตรงราวกับเด็กน้อยที่เพิ่งเคยเข้าเมืองหลวงเป็นครั้งแรก
"อาจารย์คะ ทานช้าๆ หน่อยก็ได้ค่ะ ไม่มีใครแย่งหรอกนะคะ" รินเดินเข้าไปใกล้ พร้อมกับส่งผ้าเช็ดหน้าให้ เอเลน่าชะงักเล็กน้อย ดวงตาสสีทองคู่สวยหลบสายตาไปทางอื่นด้วยความเก้อเขิน ก่อนจะรับผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดมุมปากเบาๆ
"ข้า... ข้าไม่ได้รีบเสียหน่อย ริน เจ้าต่างหากที่มัวแต่ไปสนใจพวกมนุษย์น่ารำคาญเหล่านั้นจนปล่อยให้เวลาผ่านไปตั้งนาน" เอเลน่าเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย พยายามกลบเกลื่อนความเขินอายด้วยน้ำเสียงราบเรียบตามเคย "แล้วไหนล่ะ ส่วนแบ่งของข้าในฐานะผู้คุ้มกันพื้นที่?"
"ค่ะๆ ทราบแล้วค่ะท่านอาจารย์ ข้าเตรียมส่วนแบ่งทองคำสำหรับซื้อวัตถุดิบทำขนมปังชีสร้านโปรดของท่านไว้เรียบร้อยแล้วค่ะ" รินหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เคมีอันเป็นเอกลักษณ์ระหว่างสถาปนิกสาวเจ้าเล่ห์กับอาจารย์สาวสายพลังทำลายล้างมักจะสร้างรอยยิ้มให้แก่ผู้พบเห็นเสมอ ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากการจับพลัดจับผลูค่อยๆ ถักทอแน่นแฟ้นขึ้นผ่านการร่วมเป็นร่วมตายในโลกแฟนตาซีอันกว้างใหญ่นี้
ทว่า บรรยากาศอันผ่อนคลายและเสียงหัวเราะรอบตัวก็ต้องหยุดชะงักลงในพริบตา เมื่อจู่ๆ อุณหภูมิภายในห้องรับรองกลับลดฮวบลงอย่างฉับพลัน ลมหนาวประหลาดพัดผ่านช่องหน้าต่างทั้งที่ไม่มีลมภายนอก เปลวไฟจากตะเกียงเวทมนตร์ไหววูบและเปลี่ยนเป็นสีม่วงอมเขียวอย่างน่ากลัว
รินหุบยิ้มทันที สัญชาตญาณของสถาปนิกผู้ผ่านการแก้ไขวิกฤตมาโชคโชนร้องเตือนภัยดังลั่น เธอกวาดสายตามองไปรอบห้อง หน้าต่างระบบแจ้งเตือนที่เคยสงบเงียบ กลับถูกย้อมด้วยสีแดงฉานจนแสบตา
*ติ๊ง! เตือนภัยระดับวิกฤตสูงสุด!*
[ระบบตรวจพบการปลุกพลังงานปริศนาใต้ดินลึก 3,000 เมตร]
[เงื่อนไขการกระตุ้นเขาวงกตบรรลุ: 'ราชันมังกรโบราณผู้หลับใหล' ได้ลืมตาตื่นขึ้นจากการจำศีลแล้ว!]
[คำเตือนฉุกเฉิน: สิ่งมีชีวิตระดับตำนาน SSS-Class กำลังจะทำลายล้างพื้นที่ก่อสร้างทั้งหมดในอีก 3... 2...]
พื้นห้องเริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เสียงคำรามทุ้มต่ำราวกับเสียงก้องจากก้นบึ้งของนรกดังสะเทือนเลื่อนลั่นขึ้นมาจากใต้พื้นพิภพ แรงกดดันมหาศาลแผ่ขยายปกคลุมไปทั่วทุกตารางนิ้ว จนผู้เล่นและ NPC ในสมาคมต่างพากันทรุดตัวลงคุกเข่าด้วยความหวาดกลัว
เอเลน่าหันขวับไปมองยังทิศทางของแรงสั่นสะเทือน ดวงตาสสีทองคู่คมกริบเปล่งประกายแสงเจิดจ้าขึ้นมาวูบหนึ่ง รอยยิ้มมุมปากที่เต็มไปด้วยความท้าทายผุดขึ้นบนใบหน้าของอาจารย์สาวลึกลับ ในขณะที่รินรีบคว้ากระเป๋าอุปกรณ์สถาปัตยกรรมคู่ใจขึ้นมาถือไว้มั่น
ไม่มีเสียงพูดคุยใดๆ เล็ดลอดออกมาอีก มีเพียงเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่กำลังก้าวขึ้นมาจากเบื้องล่าง และเงาดำมหึมาที่ทาบทับลงบนผืนฟ้าภาระนอกหน้าต่าง ซึ่งกำลังประกาศการมาถึงของหายนะที่แท้จริง...
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับรินและอาจารย์เอเลน่าในตอนนี้นะคะ!
สถาปนิกวิญญาณกับนักล่ามังกรสายกาว•ตอนที่ 12
ตลาดนัดแลกเปลี่ยนความรู้
ผลงานโดย ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกวิญญาณกับนักล่ามังกรสายกาว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!