"ถ้าเจ้ายังทำหน้าเหมือนคนท้องผูกแบบนั้น ม่านพลังนั่นก็คงจะไม่สลายตัวหรอกนะคะ ริน"
เสียงหวานใสปนความขี้เล่นดังขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศอึมครึมของม่านพลังสีดำสนิทที่เพิ่งปิดตายเส้นทางหนีเมื่อชั่วพริบตาที่ผ่านมา รินสะดุ้งเฮือก รีบดึงสติกลับมาจากเสียงทุ้มต่ำลึกลับเมื่อครู่ ดวงตากลมโตมองเพ่งไปยังเงาร่างโปร่งแสงที่ทอดตัวยาวอยู่เบื้องหน้า เอเลน่า—อาจารย์สาวลึกลับผู้มีเรือนผมสีเงินยววงและนัยน์ตาสีออมเบรราวกับห้วงอวกาศ—กำลังยืนกอดอกพิงลำต้นของต้นไม้โบราณอย่างสบายอารมณ์ ราวกับรอบตัวนางไม่ใช่เขตอาคมอันตรายระดับที่ผู้เล่นทั่วไปสามารถสิ้นชื่อได้ในพริบตา แต่เป็นสวนหลังบ้านสำหรับจิบชายามบ่ายเสียอย่างนั้น
"อาจารย์คะ! นี่ไม่ใช่เวลามาแซี้ยวนะคะ! เมื่อกี้คุณได้ยินเสียงนั้นไหมคะ? เสียงที่บอกว่า 'สถาปนิกตัวน้อย' น่ะ!" รินโวยวายเบาๆ พลางกวาดสายตารัวๆ เช็คอินเตอร์เฟซระบบของเกม เผื่อว่าจะมีหน้าต่างแจ้งเตือนอะไรเด้งขึ้นมาเตือนภัย แต่สิ่งที่ปรากฏกลับมีเพียงความว่างเปล่าและค่าสถานะปรกติของเกมแนว VRMMO ที่รายล้อมไปด้วยกลิ่นอายของป่าดงดิบ
เอเลน่าแย้มยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่มักจะซ่อนความลับระดับตำนานเอาไว้เสมอ นางก้าวเท้าเข้ามาใกล้รินช้าๆ ปลายนิ้วเรียวยาวเอื้อมไปแตะที่ขอบหมวกปีกกว้างของสถาปนิกสาวเบาๆ "เสียงของกาลเวลา... ก็เป็นเพียงเสียงลมพัดผ่านสำหรับคนที่ไม่ใส่ใจหรอกค่ะ ริน สิ่งสำคัญในตอนนี้ไม่ใช่การมานั่งหวาดระแวงเงาในอดีต แต่ท้องของเจ้านี่ต่างหาก... ที่กำลังส่งเสียงประท้วงดังยิ่งกว่าเสียงของม่านพลังเมื่อครู่เสียอีกนะคะ"
*โคร่กกก—*
เสียงท้องร้องของรินดังขึ้นขัดจังหวะความตึงเครียดทันที ใบหน้าเนียนใสขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความอับอาย ในโลก VRMMO ความสมจริงของระบบประสาทสัมผัสถูกตั้งไว้สูงถึงร้อยละเก้าสิบห้า และระบบความหิวก็เป็นหนึ่งในกลไกที่ถูกออกแบบมาอย่างประณีต เพื่อบังคับให้ผู้เล่นต้องปฏิสัมพันธ์กับสภาพแวดล้อมรอบตัว ไม่ใช่แค่ถือดาบวิ่งตะลุยตีมอนสเตอร์ไปวันๆ
"โธ่... อาจารย์ก็รู้นี่คะว่าฉันเพิ่งใช้ค่าประสบการณ์ก้อนสุดท้ายไปกับการอัปเกรดฐานรากของแปลนบ้านเคลื่อนที่ แถมกระเป๋าอเวจีของฉันตอนนี้... มีแต่แปลนก่อสร้างอิฐมอญกับท่อระบายน้ำ ไม่มีเศษอาหารติดกระเป๋าเลยสักนิดนะคะ!" รินบ่นอุบอบ พลางทรุดตัวลงนั่งยองๆ บนรากไม้ใหญ่ ใบหน้ามقู่ลงอย่างคนจนตรอก
ในเกมสถาปนิกวิญญาณ สายอาชีพของรินไม่ได้ถูกออกแบบมาให้เป็นนักรบแนวหน้า แต่เป็นสายซัพพอร์ตที่เน้นการสร้างสรรค์ ดัดแปลงสภาพแวดล้อม และใช้ประโยชน์จากไอเทมสิ่งของรอบตัวเพื่อแก้ปัญหา การจะให้ไปถือดาบฟันกับสัตว์ประหลาดในป่าลึกจึงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย หากไม่มีเอเลน่าคอยกางบาเรียคุ้ม
กันให้ ป่านนี้รินคงกลายเป็นวิญญาณเร่ร่อนไปนานแล้ว
เอเลน่าหัวسเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวسของนางไพเราะราวกับเสียงกระดิ่งเงิน นางย่อตัวลงนั่งยองๆ ให้ระดับสายตาเสมอกับสถาปนิกสาวผู้กำลังหิวโหย มือเรียวปัดเศษใบไม้ออกจากก้อนหินเรียบๆ ใกล้กับลำธารใสสะอาดที่ไหลผ่านเบื้องล่าง "ผู้สร้างที่เก่งกาจย่อมมองเห็นวัสดุในทุกที่... และเชฟผู้ยิ่งย่อยก็เช่นกันค่ะ ริน ในป่าลึกแห่งนี้ไม่ได้มีแค่ความอันตรายหรอกนะคะ แต่มันคือคลังวัตถุดิบชั้นเลิศที่ระบบเกมจงใจซ่อนเอาไว้ให้ผู้เล่นที่มี 'สายตา' ได้ค้นพบต่างหากล่ะคะ"
"วัสดุเหรอคะ? หรือว่าอาจารย์จะให้ฉันกินก้อนหินสร้างบ้านจริงๆ?" รินเงยหน้าขึ้นมองด้วยแววตาเป็นประกายครึ่งหนึ่ง ประชดประชันอีกครึ่งหนึ่ง
"ตามฉันมาสิคะ..." เอเลน่าลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ปลายนิ้วเรียวเกี่ยวชายเสื้อคลุมของรินเบาๆ ให้ลุกตาม นางพาเดินลัดเลาะผ่านพุ่มเฟิร์นขนาดยักษ์ที่ส่องแสงเรืองรองในความสลัวของป่าลึก มุ่งตรงไปยังบริเวณโขดหินชื้นแฉะใกล้กับลำธาร ที่ซึ่งสายน้ำเย็นฉ่ำสะท้อนแสงระยิบระยับจากกลุ่มเห็ดเรืองแสงบนคาคบไม้
ที่ตรงนั้น มีกลุ่มพืชหน้าตาประหลาดคล้ายผักกาดแต่มีใบสีฟ้าอมม่วงขึ้นแทรกอยู่ระหว่างโขดหิน และที่สำคัญ ใกล้กันนั้นมีก้อนกลมๆ สีขาวนวลขยับดุ๊กดิ๊กไปมา ส่งเสียงร้อง "ปุ๊กๆ" เบาๆ อย่างน่าเอ็นดู
"นั่นมัน... 'เห็ดปุกปุย' กับ 'ผักกาดนิมบัส' นี่คะ!" รินอุทานออกมาด้วยความตื่นเต้น ในฐานะสถาปนิกผู้รอบรู้เรื่องโครงสร้างวัสดุ นางย่อมรู้จักวัตถุดิบทำอาหารเหล่านี้จากคู่มือเกมระดับแรร์ แม้จะยังไม่เคยลงมือทำจริงๆ เลยก็ตาม
"ถูกต้องแล้วค่ะ" เอเลน่ายิ้มพึงพอใจ "เห็ดปุกปุยให้รสสัมผัสนุ่มเด้งราวมาร์ชเมลโลว์เมื่อโดนความร้อน ส่วนผักกาดนิมบัสมีความกรอบหวานและช่วยฟื้นฟูค่ามานาได้อย่างรวดเร็ว และถ้าเรานำมันมาผสมผสานกับ..." อาจารย์สาวกวาดสายตาไปรอบๆ ก่อนจะชี้ไปยังพุ่มไม้เตี้ยที่มีผลไม้สีแดงสดหน้าตาคล้ายมะเขือเทศแต่มีประกายไฟอ่อนๆ วิ่งวนอยู่บนเปลือกผล "นั่นคือ 'เบอร์รี่พริกไทยเพลิง' ผลไม้ป่าที่ให้รสเผ็ดร้อนตัดเลี่ยนได้อย่างยอดเยี่ยมค่ะ"
แม้เอเลน่าจะสูญเสียความทรงจำเกี่ยวกับตัวตนที่แท้จริงของตนเองไป แต่สัญชาตญาณและความรู้รอบตัวเกี่ยวกับธรรมชาติในโลกแฟนตาซีแห่งนี้กลับยังคงอยู่ครบถ้วน ราวกับทุกต้นไม้ใบหญ้าเคยเป็นส่วนหนึ่งในความทรงจำอันยาวนานของนาง
รินมองวัตถุดิบตรงหน้าด้วยแววตาทอประกายความหวัง ความเหนื่อยล้าเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา สัญชาตญาณของนักประดิษฐ์ถูกปลุกเร้าขึ้นมาทันที "ถ้าเราเอาวัตถุดิบสามอย่างนี้มาประกอบเข้าด้วยกัน... อื้ม ฉันมีสกิลติดตัว 'การจัดวางโครงสร้างความร้อน' อยู่พอดีค่ะ ถึงมันจะใช้สำหรับการเผาอิฐก็เถอะ แต่ถ้าเอามาประยุกต์ใช้ควบคุมเปลวไฟในการทำอาหาร ก็น่าจะพอไหวอยู่นะคะ!"
การทำอาหารในโลก VRMMO ไม่ได้จำกัดแค่การกดเลือกเมนูแล้วรอระบบสำเร็จรูป แต่เกมนี้เปิดโอกาสให้ผู้เล่นสามารถใช้วิธีการ 'คราฟต์' อาหารแบบอิสระ (Sandbox Cooking) ผ่านการผสมผสานวัตถุดิบและควบคุมอุณหภูมิด้วยตนเอง ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้จะขึ้นอยู่กับความแม่นยำและจินตนาการของผู้สร้าง
รินไม่รอช้า นางดึงเอา 'เตาเผาพกพาขนาดจิ๋ว' ออกมาจากช่องเก็บของ มันเป็นไอเทมระดับธรรมดาที่สถาปนิกทุกคนมีติดตัวไว้สำหรับซ่อมแซมสิ่งปลูกสร้างฉุกเฉิน รินจัดการปรับแต่งท่อลมของเตา หมุนวาล์วควบคุมแก๊สเวทมนตร์ให้อยู่ในระดับต่ำสุด เพื่อไม่ให้ไฟแรงเกินไปจนวัตถุดิบไหม้เกรียม
"อาจารย์คะ ช่วยหาแผ่นหินเรียบๆ ที่สะอาดให้ฉันหน่อยสิคะ สักสองแผ่นนะคะ!" รินหันไปสั่งอาจารย์สาวลึกลับน้ำเสียงกระตือรือร้น
เอเลน่าเลิกคิ้วเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ แต่ก็ยอมก้มตัวลงใช้มือเปล่าตบเบาๆ ที่พื้นดิน ใต้โขดหินใกล้ลำธาร แผ่นหินแกรนิตเรียบเนียนขนาดพอเหมาะก็ถูกงัดขึ้นมาด้วยพลังเวทมนตร์ไร้เสียงอย่างไร้ที่ติ นางส่งยิ้มหวานให้ลูกศิษย์ตัวน้อย "แบบนี้ใช้ได้ไหมคะ สถาปนิกตัวน้อย?"
"เพอร์เฟกต์ที่สุดเลยค่ะอาจารย์!"
รินรับแผ่นหินมาวางทับลงบนเตาเผาพกพา ใช้เวทมนตร์ธาตุไฟระดับเริ่มต้นจุดประกายไฟสีฟ้าอ่อนขึ้นมาใต้แผ่นหิน ความร้อนเริ่มแผ่ซ่านกระจายออกมาอย่างสม่ำเสมอ รินจัดการหั่นผักกาดนิมบัสเป็นชิ้นพอดีคำด้วยมีดพกสถาปนิก จากนั้นนำเห็ดปุกปุยสีขาวนวลลงไปย่างบนแผ่นหินที่ทาน้ำมันจากผลไม้ป่าบางๆ เสียงซู่ซ่าดังขึ้นพร้อมกับกลิ่นหอมหวานละมุนที่ลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณป่าทึบ
กลิ่นหอมของเห็ดที่กำลังสุกงอมผสานกับความสดชื่นของผักกาดป่า ทำให้บรรยากาศรอบตัวที่เคยอึมครึมและกดดันจากม่านพลังสีดำเมื่อครู่ กลับอบอวลไปด้วยความอบอุ่นและมีชีวิตชีวาอย่างไม่น่าเชื่อ
เอเลน่านั่งลงบนก้อนหินข้างๆ เฝ้ามองการกระทำของรินด้วยแววตาอ่อนโยน รอยยิ้มจางๆ ประดับอยู่บนริมฝีปากบาง "เจ้าดูมีความสุขเสียจริงนะคะ ริน ทั้งๆที่เราเพิ่งจะถูกขู่และกักขังไว้ในเขตอาคมปริศนาแท้ๆ"
รินพลิกเห็ดปุกปุยบนแผ่นหินอย่างระมัดระวัง ดวงตากลมโตช้อนขึ้นมองอาจารย์สาว รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้า "โลกใบนี้กว้างใหญ่เกินกว่าที่เราจะมัวแต่กลัวเงาในอดีตนี่คะอาจารย์ อีกอย่าง... การได้กินของอร่อยๆ ท่ามกลางบรรยากาศแบบนี้ มันคือความสุขที่แท้จริงของการผจญภัยไม่ใช่เหรอคะ?"
นางโรยผงเบอร์รี่พริกไทยเพลิงที่บดละเอียดด้วยปลายนิ้วลงไปบนเห็ดปุกปุยย่าง กลิ่นหอมฉุนเบาๆ แต่ชวนน้ำลายสอพุ่งทะยานขึ้นมาแตะจมูกทันที สีสันของอาหารบนแผ่นหินแกรนิตตัดกันอย่างงดงาม เห็ดสีขาวนวลตัดกับผักกาดสีฟ้าและสะเก็ดประกายไฟสีแดงเรืองรอง รังสรรค์เป็นเมนูอาหารมื้อแรกในป่าลึกที่ดูราวกับงานศิลปะชิ้นเอก
รินใช้ใบไม้กว้างรองรับอาหารที่เพิ่งปรุงเสร็จร้อนๆ ส่งส่งให้เอเลน่าจานแรก "เชิญค่ะอาจารย์... เมนูพิเศษจากสถาปนิกผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วนค่ะ"
เอเลน่ารับใบไม้รองอาหารมาด้วยสองมือ ดวงตาสีออมเบรทอประกายระยิบระยับ นางใช้ไม้จิ้มชิ้นเห็ดปุกปุยเข้าปากช้าๆ สัมผัสแรกคือความนุ่มเด้งละลายในปาก ตามด้วยรสชาติหวานกลมกล่อมที่ตัดกันอย่างลงตัวกับความเผ็ดร้อนปลายลิ้นของเบอร์รี่พริกไทยเพลิง รสชาติที่ซับซ้อนแต่ให้ความรู้สึกอบอุ่นหัวใจอย่างประหลาดแผ่ซ่านไปทั่วร่าง
"อร่อยมากเลยค่ะ..." เอเลน่าพึมพำเบาๆ รอยยิ้มกว้างปรากฏบนใบหน้าของหญิงสาวผู้ลึกลับ เป็นรอยยิ้มที่บริสุทธิ์และไร้ซึ่งการเสแสร้งใดๆ
รินยิ้มกว้างด้วยความโล่งใจและภูมิใจ นางหยิบชิ้นส่วนของตนเองขึ้นมาทานบ้าง ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางและการสร้างฐานรากเมื่อบทก่อนหน้ามลายหายไปจนหมดสิ้น เคมีและความผูกพันระหว่างอาจารย์กับลูกศิษย์เติบโตขึ้นอีกขั้นท่ามกลางความเงียบสงบของธรรมชาติ
ทว่า... ในขณะที่บรรยากาศกำลังดำเนินไปอย่างอบอุ่นและผ่อนคลายนั้นเอง
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนระบบอันคุ้นเคยแต่กลับดังขึ้นในโทนเสียงที่แตกต่างออกไป—ไม่ใช่เสียงแจ้งเตือนปกติ แต่เป็นเสียงระฆังทุ้มต่ำราวกับเหล็กกล้ากระทบกัน พร้อมกับหน้าต่างสีแดงฉานที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศตรงหน้าของรินและเอเลน่าในเวลาเดียวกัน!
**[ระบบประกาศฉุกเฉินระดับ SSS]: ตรวจพบการแทรกแซงข้อมูลจากผู้เล่นภายนอกเขตอาคม!**
**[เงื่อนไขพิเศษ]: อาหารมื้อแรกที่ท่านเพิ่งรับประทานเข้าไป... ได้กระตุ้น 'รหัสพันธุกรรมโบราณ' ที่หลับใหลอยู่ในห้วงเวลาแห่งอดีต!**
**[คำเตือน]: สิ่งที่ถูกผนึกไว้ใต้รากไม้แห่งนี้... กำลังลืมตาตื่นขึ้นจากการหลับใหลอันยาวนาน...**
ก่อนที่รินจะได้ทันอ้าปากอุทาน เสียงฝีเท้าหนักหน่วงราวกับภูเขากำลังถล่มก็ดังสะเทือนเลื่อนลั่นมาจากเบื้องล่างของผืนป่า พร้อมกับเงาร่างมหึมาของบางสิ่งที่ค่อยๆ โผล่พ้นขึ้นมาจากผิวน้ำในลำธาร... ดวงตาสีทองคู่โตขนาดเท่าบ้านทั้งหลังกำลังจ้องมองตรงมาที่พวกนางด้วยประกายแสงแห่งความเกรี้ยวกราดที่รอคอยมานับพันปี!
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลิ้มรสชาติแห่งการผจญภัยไปด้วยกันเสมอนะคะ!
สถาปนิกวิญญาณกับนักล่ามังกรสายกาว•ตอนที่ 6
เมนูอาหารมื้อแรกในป่า
ผลงานโดย ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกวิญญาณกับนักล่ามังกรสายกาว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!