ความมืดทาบทับลงบนร่างเงาที่ก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามา เสียงฝีเท้าหนักหน่วงราวกับเสียงกลองศึกที่ดึงบรรยากาศในเซฟเฮาส์ไร้เสียงให้ดิ่งลึกลงสู่ความตึงเครียดถึงขีดสุด รินรดาแทบไม่ละสายตาจากแผ่นหลังกว้างของคนที่ยืนบังเธอไว้ คีรินไม่ได้สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มยังคงยืนนิ่งสนิทราวกับรูปปั้นหินอ่อนที่ถูกหล่อหลอมขึ้นมาจากความไร้ปราณี แววตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองผู้มาเยือนด้วยความเย้ยหยันที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเงียบงัน
"ช้าไปหน่อยนะ... อีธาน"
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดังขึ้น ทำลายความเงียบงันที่กดดันหัวใจคนฟังจนแทบหยุดเต้น รินรดาชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินชื่อนั้น อีธาน... คู่แข่งทางธุรกิจผู้กระหายเลือดและต้องการรหัสลับในหัวของเธอเพื่อพลิกบัลลังก์ของคีริน ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดสูทสั่งตัดพิเศษก้าวออกมาจากเงาลึก รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏบนริมฝีปากบางเฉียบ ดวงตาคู่นั้นพินิจพิเคราะห์มองเธอราวกับสินค้าชิ้นเอกที่พร้อมจะแย่งชิง
"ของมีค่ามักจะมีคนแย่งชิงเสมอ คีริน นายก็รู้ดีนี่" อีธานเอ่ยขึ้น เสียงหัวeระลึกในลำคอแฝงแววคุกคาม "ปล่อยผู้หญิงคนนั้นซะ แล้วนายจะได้เดินออกไปจากที่นี่โดยที่ยังมีลมหายใจ"
บรรยากาศในห้องอัดแน่นไปด้วยกระแสจิตวิทยาที่เฉือดเฉือน คีรินแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นเย็นเยียบจนรินรดารู้สึกได้ถึงไอความหนาวเหน็บที่แผ่ซ่านออกมาจากแผ่นหลังของเขา อัลฟ่าหนุ่มผู้กุมอำนาจเหนือกว่าไม่แม้แต่จะหันกลับมามองเธอ เขาก้าวเท้าช้าๆ เข้าหาอีธานทีละก้าว แรงกดดันมหาศาลแผ่ขยายออกไปจนคนรอบข้างแทบหายใจไม่ออก
"คิดว่าฉันโง่พอที่จะเอาเหยื่อมาล่อเสือโดยไม่มีกรงขังงั้นหรือ" คีรินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียաբนิ่งแต่น่ากลัว ชั่วพริบตาเดียว เสียงปืนเก็บเสียงก็ดังขึ้นหนึ่งนัดจากมุมมืด ลูกน้องของอีธานคนหนึ่งล้มลงไปกองกับพื้นโดยไม่มีแม้แต่เสียงร้อง
รินรดากลั้นหายใจ หัวใจของเธอเต้นระรัวด้วยความหวาดหวั่นผสมปนเปกับความตื่นตะลึง เกมอำนาจนี้ไม่ได้มีแค่เธอกับเขา แต่มันคือสงครามเลือดที่เดิมพันด้วยชีวิตและความตาย
อีธานขบกรามแน่น ดวงตาฉายแววโกรธเกรี้ยวขึ้นมาทันที "แกมันสารเลว คีริน!"
"เกมเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น" คีรินก้าวเข้าประชิดตัวอีธานอย่างรวดเร็วก่อนที่อีกฝ่ายจะทันได้ชักอาวุธ หมัดหนักหน่วงซัดเข้าที่ใบหน้าของอีธานเต็มแรงจนเซถอยหลัง ลูกน้องที่เหลือชักปืนขึ้นเล็ง แต่ทว่าลูกน้องของคีรินไวกว่า ปืนนับสิบกระบอกถูกยกขึ้นปิดล้อมทุกทางหนีในพริบตาเดียว
ความโกลาหลจบลงอย่างรวดเร็วด้วยความเด็ดขาดของผู้นำองค์กรลับ อีธานถูกกดลงคุกเข่ากับพื้น ร่างกายสะบักสะบอมแต่แววดตายังคงดื้อรั้น คีรินปัดเศษฝุ่นบนเสื้อสูทของตนเองด้วยท่าทางสุขุมราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก่อนจะหันกลับมามองรินรดาที่ยังคงยืนพิงกำแพงด้วยความตื่นตัว
ดวงตาคมกริบคู่นั้นจ้องมองเธอราวกับนักล่าที่กำลังสำรวจเหยื่อในกรง คีรินสาวเท้าเข้ามาใกล้ รินรดาก้าวถอยหลังจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ ไม่มีทางหนีอีกต่อไปแล้ว
"ทีนี้... ตาเธอแล้ว รินรดา" คีรินโน้มตัวลงกระซิบชิดริมฝีปาก ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้วเนียนจนเธอรู้สึกร้อนผ่าว "รหัสลับที่เธอซ่อนไว้ในสมอง เลิกดื้อด้านแล้วบอกฉันมาซะดีๆ ก่อนที่ฉันจะใช้วิธีอื่นในการรีดเค้นมันออกมา"
"ฉัน... ไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้น" รินรดายังคงเชิดหน้าสู้ แม้เสียงของเธอจะสั่นพร่าเล็กน้อยจากแรงดึงดูดทางเพศและอำนาจที่เขากดดันลงมา
คีรินแค่นยิ้มมุมปาก มือหนาเอื้อมไปล็อกข้อมือเรียวทั้งสองข้างไว้เหนือหัวตรึงติดกับผนังอย่างง่ายดาย แรงบีบที่พอเหมาะไม่ได้ทำให้กระดูกหักแต่ก็แน่นหนาจนเธอขยับตัวไม่ได้ ร่างกายแนบชิดกันจนไร้ช่องว่าง ความตึงเครียดทางเพศพุ่งทะยานสูงขึ้นจนอากาศรอบตัวคล้ายจะร้อนระอุ ร่างกายของเธอสั่นสะท้านเมื่อสัมผัสได้ถึงความกำยำและไอร้อนจากร่างของเขาที่โถมทับ
"ปากแข็งนักนะ..." เสียงกระซิบพร่าต่ำชวนสั่นสะท้านดังอยู่ข้างใบหู ก่อนที่ริมฝีปากร้อนจัดจะกดจูบลงบนซอกคอขาวเนียนอย่างอุกอาจ รินรดาสะดุ้งสุดตัว สมองขาวโพลนไปชั่วขณะ แรงขัดขืนที่มีเริ่มเลือนหายไปแทนที่ด้วยความวาบหวามที่ถูกปลุกเร้าอย่างจงใจ มือหนาเลื่อนลงมาโอบเอวคอดกิ่ว บีบเค้นเบาๆ ให้เธอรับรู้ถึงการพ่ายแพ้ต่อสัมผัสอันไร้ความปราณีนี้
สัมผัสที่รุกรานทั้งดุดันและเร่าร้อนทำให้หัวใจของเธอเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความหอมหวานจากร่างกายของเธอกำลังมอมเมาอัลฟ่าสายดาร์กให้ลุ่มหลง แต่มันยังไม่เพียงพอสำหรับการยอมจำนน คีรินผละใบหน้าออกเล็กน้อยเพื่อมองสบตาเธอกลางความสลัว แววตาของเขาเต็มไปด้วยประกายปรารถนาที่มืดบอดและดิบเถื่อน
"ถ้าเธอยังไม่ยอมเปิดปาก..." เสียงทุ้มแหบพร่ากระซิบแนบชิดริมฝีปากที่เผยอหอบหายใจ "ฉันจะเปลี่ยนจากการรีดเค้นความลับ... เป็นการลงโทษเธอด้วยร่างกายของฉันแทน จนกว่าเธอจะจำชื่อฉันขึ้นใจ"
รินรดากัดริมฝีปากแน่นอย่างเจ็บใจ ดวงตากลมโตจ้องมองเขาด้วยความโกรธเกรี้ยวผสมความตื่นกลัว ทว่าในวินาทีที่เธออ้าปากเตรียมจะโต้กลับ ประตูห้องนิรภัยด้านหลังที่ควรจะถูกล็อกสนิทกลับส่งเสียงปลดล็อก "คลิก" เบาๆ พร้อมกับร่างของบุคคลที่สามที่ก้าวออกมาจากความมืด พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่ทำให้คีรินต้องชะงักกึกและหันขวับไปมองทันที!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมดำดิ่งไปกับความเร่าร้อนนี้ด้วยกันนะครับ
เซฟเฮาส์ไร้เสียงกับเหยื่อผู้เย่อหยิ่ง•ตอนที่ 3
สัมผัสที่ไร้ความปราณี
ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้เสียงกับเหยื่อผู้เย่อหยิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!