เซฟเฮาส์ไร้เสียงกับเหยื่อผู้เย่อหยิ่ง•ตอนที่ 2

กฎเหล็กของเซฟเฮาส์

ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
เสียงกุญแจกระทบกันในรูกุญแจดัง *กริ๊ก* สั้นๆ ก่อนที่บานประตูเหล็กหนาหนักของเซฟเฮาส์จะถูกผลักเปิดออก กลิ่นอายของความอับชื้นผสมผสานกับกลิ่นชาออร์แกนิกราคาแพงลอยอบอวลอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมทึบตันที่ไม่มีแม้แต่หน้าต่างสักบานเดียว มีเพียงแสงไฟสีส้มสลัวจากหลอดไฟวินเทจบนเพดานที่สาดส่องลงมาขับเน้นให้บรรยากาศภายในดูตึงเครียดและกดดันจนแทบหายใจไม่ออก รันรดาถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังบอบบางแนบชิดติดกับผนังปูนเปลือย เย็นเฉียบของผนังห้องตัดกับความร้อนรุ่มที่แผดเผาอยู่ในอก ดวงตากลมโตคู่สวยจ้องมองชายหนุ่มที่ก้าวเข้ามาในพื้นที่ปิดตายด้วยท่าทีคุกคาม ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปที่ปลดกระดุมเม็ดบนออกเผยให้เห็นแผงอกกว้างและรอยสักเลือนรางตรงไหปลาร้า ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าคีรินคือความอันตรายในรูปแบบที่เย้ายวนที่สุดเท่าที่เธอเคยเจอมาในชีวิต "เกมยังไม่จบแค่นี้หรอกคนสวย… แต่จำไว้ว่า ไม่ว่าเธอจะหนีไปไกลแค่ไหน สุดท้ายเธอก็ต้องกลับมานอนใต้ร่างของฉันอยู่ดี" คำพูดทิ้งท้ายจากเหตุการณ์ก่อนหน้ายังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท ราวกับรอยประทับที่ลบไม่ออก รินรดาเม้มริมฝีปากแน่นจนซีดเผือด เธอยกมือขึ้นกอดอกเพื่อปกป้องตัวเองจากสายตาคมกริบที่กำลังกวาดมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า คล้ายเสือดาวกำลังประเมินเหยื่อในกรงเล็บ "คุณไม่มีสิทธิ์กักขังฉันไว้ที่นี่ คีริน!" รินรดาเค้นเสียงลอดไรฟัน แววตาของนักรหัสวิทยาอัจฉริยะฉายประกายความดื้อรั้นและไม่ยอมแพ้ "การลักพาตัวฉันมาแบบนี้มันผิดกฎหมาย คุณคิดว่าอำนาจมืดของคุณจะปิดฟ้าด้วยฝ่ามือได้ตลอดไปหรือไง" คีรินไม่ตอบทันที เขาย่างสามขุมเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ฝีเท้าของเขามั่นคงและเงียบเชียบราวกับนักล่า ปลายนิ้วเรียวยาวเอื้อมไปวางทาบลงบนกรอบประตูเหล็ก กักขันทิศทางของเธอไว้โดยสมบูรณ์ ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนเหลือเพียงคืบเดียว กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ และน้ำหอมผู้ชายราคาแพงโชยเข้าปะทะนาสิกของหญิงสาวจนหัวใจดวงน้อยเต้นรัวระรัวอย่างควบคุมไม่ได้ "กฎหมายเหรอ..." คีรินแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน "ในโลกที่ฉันยืนอยู่ รินรดา... ฉันนี่แหละคือผู้บัญญัติกฎ และสำหรับเธอ กฎข้อแรกของเซฟเฮาส์แห่งนี้ก็คือ... ห้ามต่อรอง ห้ามขัดคำสั่ง และที่สำคัญที่สุด..." เขาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนริมฝีปากแทบจะปัดผ่านแก้มเนียนนุ่ม ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ข้างใบหูของเธอ ทำให้ขนอ่อนทั่วร่างลุกชันขึ้นพร้อมเพรียงกัน "...ห้ามทำตัวอวดดีใส่ฉันอีกเป็นครั้งที่สอง" "คนเผด็จการ ทمط..." คำด่าทอถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อคีรินฉวยโอกาสที่เธออ้าปากเถียงประกบเรียวปากลงมาบดขยี้อย่างไร้ความปรานี จูบครั้งนี้ไม่ใช่ความอ่อนโยน แต่มันคือการประกาศิตและการลงทัณฑ์ รสสัมผัสทั้งดิบเถื่อน เอาแต่ใจ และเต็มไปด้วยความเร่าร้อนที่แผดเผาทุกสติสัมปชัญญะของเธอให้มอดไหม้ รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ มือเรียวระดมทุบตีลงบนอกแกร่งเพื่อประท้วง แต่แรงแค่นั้นกลับไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มสะเทือนแม้แต่น้อย คีรินรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไขว้ไว้เหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียวตรึงไว้กับผนังปูนอย่างง่ายดาย ก่อนที่มือหนาอีกข้างจะสอดเข้าไปใต้เส้นผมยาวสลวย ท้ายทอยถูกล็อกไว้แน่น บังคับให้เธอต้องแหงนเงยรับรสจูบที่ล้ำลึกและวาบหวามยิ่งขึ้น ริมฝีปากหยักลึกขบเม้มริมฝีปากอิ่มของเธอสลับกับดูดดึงความหวานล้ำอย่างตะกละตะกลาม ลิ้นร้อนชื้นรุกรานเข้ามาตักตวงความหอมหวานภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ รินรดาพยายามเม้มปากแน่นเพื่อขัดขืน แต่มีหรือที่คนเจนจัดในเกมรักอย่างคีรินจะยอมแพ้ เขาใช้นิ้วแกร่งบีบกรามมนของเธอเบาๆ จนหญิงสาวต้องเผยอริมฝีปากออกด้วยความเจ็บแปลบปนเสียวซ่าน และนั่นเปิดทางให้ลิ้นร้อนของเขาเกี่ยวพันตวัดตักตวงความเย้ายวนได้อย่างเต็มที่ เสียงครางประท้วงในลำคอของรินรดายิ่งปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนในตัวอัลฟ่าหนุ่มให้พุ่งพล่าน ร่างกายของทั้งคู่แนบชิดติดกันอย่างไร้รอยต่อ ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย รินรดา cảm ได้ถึงความเปลี่ยนแปลงอันตรายบางอย่างที่แนบอยู่บริเวณหน้าท้อง สติสัมปชัญญะที่เคยแข็งกร้าวเริ่มหลอมละลายกลายเป็นความรัญจวนที่เธอไม่อาจปฏิเสธ คีรินผละริมฝีปากออกช้าๆ อย่างเสียดาย ปล่อยให้หญิงสาวได้หอบหายใจโกกอากาศเข้าปอดอย่างกระเสือกกระสน ใบหน้าหวานแดงก่ำ ริมฝีปากบวมเจ่อและชุ่มฉ่ำจากรสจูบอันดุเดือด แววตาคู่สวยที่เคยดื้อรั้นบัดนี้ฉายแววพร่าเลือนและสั่นไหวอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคมกราบกวาดมองผลงานของตัวเองด้วยความพึงพอใจ รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ ปลายนิ้วหยาบกร้านไล้เกลี่ยเบาๆ บนแก้มเนียนที่ขึ้นสีระเรื่ออย่างถือสิทธิ์ "ดูเหมือนว่าร่างกายของเธอจะซื่อสัตย์กว่าปากเยอะนะ รินรดา..." เสียงกระซิบพร่าต่ำดังขึ้นชิดริมฝีปากที่ยังคงสั่นระริก "เมื่อครู่เธอยังบอกว่าเกลียดฉันอยู่เลยไม่ใช่เหรอ... ทำไมตอนนี้ถึงได้สั่นเทาอยู่ใต้ร่างฉันแบบนี้ล่ะหึ" "ฉัน... ฉันไม่ได้..." รินรดาพยายามเค้นเสียงปฏิเสธ แม้ว่าน้ำเสียงจะขาดห้วงและไร้ซึ่งน้ำหนักใดๆ "ไม่ต้องแก้ตัวหรอกคนสวย..." คีรินยิ้มเยาะ ดวงตาส่อประกายความปรารถนาอันดิบเถื่อนที่พุ่งสูงจนฉุดไม่อยู่ "เพราะต่อจากนี้ไป... เธอก작จะต้องเรียนรู้กฎข้อที่สองของเซฟเฮาส์แห่งนี้ด้วยร่างกายของเธอเอง" ยังไม่ทันที่รินรดาจะได้เอ่ยปากถามความหมาย ประตูห้องนอนด้านในที่เชื่อมต่อกับห้องนั่งเล่นก็ถูกเปิดผางออกด้วยฝ่ามือของชายฉกรรจ์ชุดดำสองคนที่ยืนคุมเชิงอยู่ด้านนอก พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างเงาปริศนาที่ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงธรณีประตู... แสงไฟกะพริบไหววูบหนึ่งราวกับสัญญาณเตือนภัยบางอย่างที่กำลังจะพลิกเกมทั้งหมดให้ดำดิ่งลงสู่ความโกลาหล ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในดินแดนแห่งความมืดนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้เสียงกับเหยื่อผู้เย่อหยิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%