เสียงกระจกนิรภัยชั้นดีที่แตกละเอียดดังสนั่นหวั่นไหวกลบเสียงฝนตกกระหน่ำภายนอกจนสิ้นซาก เศษแก้วระยิบระยับร่วงกราวลงมากระทบพื้นไม้สักทองราวกับหิมะคมกริบ ในเสี้ยววินาทีนั้น ความเงียบสงบอันเป็นเอกลักษณ์ของเซฟเฮาส์ไร้เสียงถูกฉีกกระชากจนยับเยิน รินรดาที่กำลังนั่งง่วนอยู่กับการถอดรหัสข้อมูลหน้าจอแท็บเล็ตสะดุ้งสุดตัว หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานสาดส่องสว่างวาบไปทั่วห้องโถง
ทว่า ก่อนที่เธอจะได้ขยับตัวหนี ร่างสูงใหญ่ของคีรินก็พุ่งเข้ามาประชิดตัวด้วยความเร็วราวกับเสือดาวที่ซุ่มรอจังหวะ แขนแกร่งกระชากเอวบางเข้าหาตัวแนบแน่นจนไร้ช่องว่าง พร้อมๆ กับที่เสียงปืนเก็บเสียงนัดแรกดัง "ปุบ" ฝังรอยกระสุนลงบนผนังด้านหลังอย่างแม่นยำ
"อยู่ข้างหลังผม"
น้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นยะเยือกเอ่ยสั่งโดยไม่มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย มีเพียงประกายตาดุดันราวกับซาตานที่กำลังโกรธเกรี้ยว คีรินดันตัวเธอไปหลบหลังเสาปูนเสริมเหล็ก ก่อนจะชักอาวุธปืนพกสีดำสนิทออกมาจากสายคาดไหล่อย่างรวดเร็ว แววตาของเขาคมกริบ กวาดมองผ่านความมืดที่ถูกตัดขาดด้วยแสงไฟฉุกเฉิน
พวกมันมาเร็วกว่าที่คาด… อีธานส่งสุนัขล่าเนื้อมาเยือนถึงถิ่นแล้ว
ประดับด้วยเสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบที่บุกรุกเข้ามาทางชั้นล่าง เสียงประตูเหล็กถูกระเบิดด้วยแรงดันแก๊สสะท้อนก้องขึ้นมา คีรินไม่รอช้า เขากดสวิตช์ลับเปิดระบบป้องกันขั้นสุดท้าย แต่ทว่าระบบกลับติดขัด—มีคนเจาะระบบเข้ามาจากภายนอก รหัสผ่านถูกบล็อก!
"ชิ..." คีรินสบถในลำคออย่างขัดใจ ดวงตาคมกริบหันกลับมามองรหัสวิทยาอัจฉริยะที่ยืนตัวสั่นเทาอยู่เบื้องหลัง แม้ปากจะบอกว่าไม่กลัว แต่ความตึงเครียดของสถานการณ์ก็ทำให้ลมหายใจของรินรดาติดขัด
"พวกมันต้องการตัวฉันเพื่อเอาอัลกอริทึมนั้นใช่ไหม" รินรดาเอ่ยเสียงลอดไรฟัน พยายามควบคุมเสียงไม่ให้สั่น ขณะที่มือเรียวกำชายเสื้อสูทของเขาแน่นโดยไม่รู้ตัว "ระบบรักษาความปลอดภัยถูกแฮก... อีธานต้องส่งคนที่มีฝีมือระดับเดียวกันมาแน่"
คีรินหันมาสบตาเธอนิ่ง ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยกลิ่นอดินและกลิ่นคาวเลือดที่เริ่มโชยมาตามลมหายใจ ในสถานการณ์ที่ความเป็นความตายอยู่แค่เอื้อม อัลฟ่าหนุ่มกลับโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบชิดกัน รังสีความเย้ายวนอันตรายแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขา แม้ในยามวิกฤตเช่นนี้
"ต่อให้มันพลิกแผ่นดินหา หรือส่งคนมาเป็นร้อย..." คีรินกระซิบชิดริมฝีปากนุ่ม น้ำเสียงแหบพร่าเต็มไปด้วยความกระหายการครอบครอง "จำไว้รินรดา... ต่อให้ผมต้องเผาตึกนี้ให้ราบเป็นหน้ากลอง คุณก็เป็นของผม คนเดียวเท่านั้น"
ยังไม่ทันที่รินรดาจะได้โต้เถียงอะไรกลับไป ประตูห้องโถงชั้นบนก็ถูกถีบกระเด็นหลุดจากวงกบ แรงปะทะทำให้ฝุ่นคละคลุ้ง เงาร่างของชายชุดดำสามคนพกอาวุธครบมือพุ่งเข้ามาพร้อมสาดกระสุนใส่ทันที
คีรินผลักรินรดาให้หมอบราบลงกับพื้น พร้อมกับยกปืนขึ้นยิงสวนออกไปสามนัดซ้อน เสียงกรีดร้องของโลหะกระทบเนื้อหนังและเสียงร่างล้มตึงดังสนั่น เลือดสีแดงสดสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนพรมเปอร์เซียราคาแพง แต่นั่นเป็นเพียงจุดเริ่มต้น เมื่อเงาดำอีกหลายร่างกรูขึ้นมาสมทบอย่างไร้ความปรานี
กระสุนนัดหนึ่งเฉียดไหล่แกร่งของคีรินจนเนื้อผ้าฉีกขาดและมีเลือดซึมออกมา แต่เขากลับไม่แสดงอาการเจ็บปวดแม้แต่น้อย ความดุร้ายในตัวถูกปลุกเร้าจนถึงขีดสุด เขากระโจนเข้าประชิดตัวศัตรูคนแรก ใช้มือเปล่าหักข้อมืออีกฝ่ายจนเสียงกระดูกหักดังกร๊อบ ก่อนจะชิงอาวุธมาสาดกระสุนใส่ผู้บุกรุกที่เหลืออย่างเลือดเย็น
กลิ่นดินปืนคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นเหงื่อและหยดเลือด ความชุลมุนวุ่นวายทำให้รินรดาถูกผลักกระเด็นไปติดมุมห้อง ร่างบางพยายามคลานหนีแต่กลับถูกมือปริศนาของหนึ่งในผู้บุกรุกคว้าข้อเท้าไว้แน่น
"ปล่อยฉันนะ!" รินรดากรีดร้องสุดเสียง พยายามใช้ศอกกระแทกหน้าอีกฝ่าย แต่มือหยาบกร้านนั้นกลับบีบแน่นจนเธอเจ็บร้าว
ทว่า ยังไม่ทันที่มันจะได้ลากตัวเธอไปไหน เสียงคำรามต่ำที่ดังก้องด้วยความโกรธเกรี้ยวก็ระเบิดขึ้น คีรินพุ่งเข้ามาในเสี้ยววินาที ราวกับราชสีห์ที่เห็นเหยื่อถูกแย่งชิง เขาใช้ด้ามปืนฟาดเข้าที่ศีรษะของชายคนนั้นอย่างเต็มแรงจนมันนอนแน่นิ่งจมกองเลือด
คีรินไม่รอช้า เขาทรุดกายลงคุกเข่าตรงหน้าเธอ มือหนารวบเอวบางเข้าหาตัวแล้วยกขึ้นแนบอกโดยไม่สนใจว่ากระสุนจะยังคงบินว่อนอยู่รอบตัวหรือไม่ ลมหายใจของเขาร้อนผ่าวและหอบกระชั้น ร่างกายทั้งสองแนบชิดกันจนสัมผัสได้ถึงอัตราการเต้นของหัวใจที่รัวเร็วไม่เป็นจังหวะ
"เจ็บตรงไหนไหม..." เสียงทุ้มเอถามด้วยความดุ ดัน และห่วงหาในเวลาเดียวกัน ดวงตาคมกริบสำรวจเรือนร่างเธออย่างรวดเร็วเพื่อหาบาดแผล
รินรดาส่ายหัวช้าๆ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวไม่ใช่เพราะความกลัวจากกระสุนปืนภายนอก แต่เป็นเพราะสัมผัสร้อนแรงและแววตาที่จ้องมองมาที่เธอมันหลอมละลายทุกเกราะป้องกันที่เธอสร้างขึ้นมานานนับปี ความตึงเครียดทางเพศที่พุ่งสูงปรี๊ดท่ามกลางกลิ่นไอความตายทำให้ริมฝีปากของทั้งคู่เกือบจะสัมผัสกัน
"เรา... เราออกไปจากที่นี่ไม่ได้หรอก ทางหนีถูกตัดขาดหมดแล้ว" รินรดาเอ่ยเสียงสั่น พยายามเบี่ยงสายตาหนีความเร่าร้อนในแววตาคู่นั้น
คีรินหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและอำนาจเหนือใคร เขาใช้ปลายนิ้วเรียวเชยคางเธอขึ้นบังคับให้สบตา บังคับให้เธอยอมรับความจริงที่ว่า ไม่ว่าโลกภายนอกจะส่งใครมาล่าพวกเขา แค่มีเขายืนอยู่ตรงนี้ ไม่มีใครหน้าไหนพรากเธอไปได้ทั้งนั้น
"ใครว่าเราจะหนี..." คีรินกระซิบชิดริมฝีปากเธอ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดแก้มเนียน "ในเมื่อพวกมันกล้าบุกเข้ามาถึงถ้ำเสือ... เราก็จะต้อนรับพวกมันด้วยความตาย แล้วหลังจากนั้น..."
เขายิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ แววตาดาร์กโรมานซ์ลุกโชนไปด้วยไฟปรารถนาที่ยากจะดับลง
"...เราค่อยมาเคลียร์บัญชีระหว่างเราสองคนให้จบ บนเตียง"
ปัง! เสียงกระสุนนัดสุดท้ายยิงทะลุกระจกห้องลับเข้ามาเฉียดหัวไหล่คีรินไปเพียงนิดเดียว พร้อมกับเงาร่างของชายคนหนึ่งที่ยืนถือปืนกลเบาพุ่งเข้ามาประชิดหน้าประตู และเมื่อแสงไฟจากกระบอกปืนสาดส่องกระทบใบหน้าของชายผู้บุกรุกคนใหม่ รินรดาก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด—
เพราะคนๆ นั้น... คือคนที่ควรจะตายไปจากแผนผังองค์กรเมื่อสามปีก่อน และเป็นคนที่กุมความลับทั้งหมดของคีรินเอาไว้
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความมืดมิดนี้ด้วยกันนะครับ
เซฟเฮาส์ไร้เสียงกับเหยื่อผู้เย่อหยิ่ง•ตอนที่ 13
โลกภายนอกที่ตามล่า
ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้เสียงกับเหยื่อผู้เย่อหยิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!