เสียงกระสุนปืนนัดแรกที่เจาะทะลุกระจกกันกระสุนของเซฟเฮาส์ไม่ใช่สัญญาณเตือนภัย แต่เป็นคำประกาศิตจากความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามา
คีรินเคลื่อนไหวราวกับเงาพญายม มือหนากระชากร่างของรินรดาเข้ามาชิดแผงอกแกร่งอย่างไม่เปิดโอกาสให้หญิงสาวได้ตั้งตัว กลิ่นอายบุหรี่ราคาแพงและอะดรีนาลีนที่พลุ่งพล่านผสมผสานกันจนกลายเป็นความเร่าร้อนดิบเถื่อนในบรรยากาศที่อัดแน่นด้วยความตาย
“ถ้าไม่อยากตายคาอกผม เลิกทำตัวเป็นภาระแล้วหุบปากซะ” เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดใบหู ร้อนผ่าวราวกับเปลวเพลิง แต่น้ำเสียงกลับเย็นชาจนน่าขนลุก
รินรดาเบี่ยงหน้าหนีสัมผัสใกล้ชิดนั้น แม้หัวใจจะเต้นระรัวด้วยความหวาดกลัว แต่ศักดิ์ศรีและทิฐิอันดื้อรั้นกลับไม่เคยยอมจำนน ดวงตากลมโตตวัดมองเขาอย่างเอาเรื่อง แม้ในยามที่เศษกระจกโปรยปรายลงมาราวกับหิมะมรณะ
“ปล่อยฉัน คีริน! ฉันไม่ใช่ตุ๊กตาของนายที่จะมาอุ้มหนีตามใจชอบ!” เธอเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามดึงข้อมือตัวเองออกจากพันธนาการเหล็กกล้าของเขา
“ดื้อด้านไม่เปลี่ยน... อีธานส่งคนมาต้อนเราจนมุมแล้ว ถ้าเธออยากรอดออกไปไขรหัสลับบ้าๆ นั่น ก็จงใช้สมองอัจฉริยะของเธียรนำทางผมซะ ไม่อย่างนั้นเราตายด้วยกันทั้งคู่”
คีรินไม่เพียงแต่พูดเปล่า ฝ่ามือใหญ่เลื่อนลงมาบีบสะโพกกลมกลึงผ่านเนื้อผ้าอย่างถือAสิทธิ์ บังคับให้เธอแนบชิดติดกายเขาในยามที่กระสุนอีกหัดพุ่งเฉียดหัวไหล่ไปเพียงไม่กี่เซนติเมตร ความตึงเครียดของสถานการณ์รอบตัวถูกหลอมรวมเข้ากับแรงดึงดูดทางกายที่พุ่งสูงขึ้นอย่างไร้เหตุผล ความใกล้ชิดที่อันตรายนี้ทำให้ลมหายใจของทั้งคู่ติดขัด
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงของลูกน้องอีธานนับสิบชีวิตกำลังบุกเข้ามาประชิดประตูห้องโถง คีรินดึงรินรดาหลบเข้าสู่มุมอับของเสาคอนกรีตเสริมเหล็ก ดวงตาคมกริบทอประกายอำมหิต เขาไม่มีทางเลือก และเธอก็ไม่มีทางเลือกอื่นเช่นกัน
“เราต้องออกไปทางระเบียงด้านหลัง” รินรดากระซิบ น้ำเสียงเริ่มสั่นพร่าเมื่อตระหนักถึงความจริงของสถานการณ์ “แต่ระบบล็อกอัตโนมัติถูกตัดขาด ฉันต้องใช้เวลาแฮกมันอย่างน้อยสามนาที”
“สามนาที... นานเกินไป” คีรินก้มหน้าลงกระซิบชิดริมฝีปากอิ่มที่เม้มแน่นจนเป็นเส้นตรง สายตาคมกวาดมองเรียวปากสั่นระริกนั้นด้วยความปรารถนาที่ลุกโชนขึ้นท่ามกลางดงกระสุน “งั้นผมจะซื้อเวลาให้เธอเอง... แลกกับการที่เธอต้องเป็นของผมแบบไม่มีเงื่อนไข เมื่อเราออกไปจากที่นี่ได้”
“คุณมันคนฉวยโอกาสบ้าอำนาจ!” รินรดาตวาดเสียงเบาหวิวเมื่อปลายนิ้วแข็งแกร่งของเขาเกลี่ยไล้ไปตามโครงหน้าสวยอย่างถือดี
“ใช่ ผมมันพวกเลวทรามที่ได้ทุกอย่างที่ต้องการ” คีรินไม่รอให้เธอปฏิเสธ ริมฝีปากหยักลึกทาบทับลงมาบดขยี้เรียวปากนุ่มทันทีอย่างไร้ความปรานี รสจูบดุดัน ร้อนแรง และเต็มไปด้วยการครอบครอง บดเบียดจนรินรดาแทบละลายคาอ้อมแขน ความโกรธเกรี้ยวแปรเปลี่ยนเป็นความวาบหวามที่แล่นพล่านไปทั่วไขสันหลัง ร่างกายที่เคยขัดขืนกลับอ่อนปวกเปียกเมื่อสัมผัสร้อนลุ่มจากมือหนาที่ลูบไล้ไปตามแผ่นหลังเปลือยเปล่าภายใต้เสื้อผ้าเนื้อบาง
เสียงปืนด้านนอกดังสนั่นขึ้นอีกระลอก แต่ในโสตประสาทของคนทั้งสองกลับเหลือเพียงเสียงหอบหายใจกระชั้นชิดและจังหวะหัวใจที่เต้นโครมคราม คีรินผริมฝีปากออกเล็กน้อยเพื่อตักตวงความหวานล้ำจากโพรงปากนุ่มอย่างเอาแต่ใจ ลิ้นร้อนเกี่ยวพันหยอกเย้าจนหญิงสาวส่งเสียงครางประท้วงในลำคอ ความเร่าร้อนของบทรักท่ามกลางวิกฤตทำให้สติของรินรดาแตกกระเจิง เธอยกมือขึ้นกำเสื้อเชิ้ตของเขาแน่น ระบายความเสียวซ่านด้วยการจิกเล็บลงบนแผ่นหลังแกร่งจนเนื้อผ้าฉีกขาด
“สามนาทีที่เธอต้องทำ... เริ่มต้นตอนนี้แหละ” คีรินผละริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง ปล่อยให้รินรดายืนหอบหายใจจนอกกระเพื่อมไหว ใบหน้าหวานแดงก่ำด้วยฤทธิ์จูบและอารมณ์ปรารถนาที่ถูกปลุกเร้าจนยากจะดับลง
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือเรียวสั่นเทาแต่กลับมีความแม่นยำ เธอยกแท็บเล็ตขึ้นมาเชื่อมต่อกับระบบควบคุมประตูฉุกเฉิน นิ้วเรียวรัวแป้นพิมพ์ด้วยความเร็วสูงสุด ในขณะที่คีรินยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ใช้ร่างหนาบังกระสุนปืนที่เริ่มระดมยิงทะลุกำแพงเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย
ปัง! ปัง! ปัง!
เศษปูนและฝุ่นควันตลบอบอวล คีรินยิงตอบโต้กลับไปสามนัดซ้อน เสียงกรีดร้องของศัตรูที่ล้มลงดังขึ้นเป็นระยะ ความดุเดือดของสงครามขนาดย่อมทำให้บรรยากาศยิ่งทวีความเร่าร้อน รินรดาเหลือบมองแผ่นหลังของอัลฟ่าหนุ่มที่ยืนหยัดปกป้องเธอ แม้เขาจะเยือกเย็นและอำมหิตเพียงใด แต่ในวินาทีนี้... อ้อมแขนของเขากลับเป็นเซฟเฮาส์ที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับเธอ
“อีก... อีกสิบวินาที!” รินรดาตะโกนแข่งกับเสียงระเบิด
คีรินหันกลับมามองเธอ ดวงคู่นคมกริบเต็มไปด้วยประกายไฟแห่งความกระหาย เขาเอื้อมมือไปคว้าเอวบางเข้ามาชิดอีกครั้ง กระซิบเสียงพร่าข้างใบหูที่แดงก่ำ
“เตรียมตัวให้ดี รินรดา... พอพ้นจากประตูนี้ไป เธอหนีผมไม่พ้นแน่”
สัญญาณไฟสีแดงเปลี่ยนเป็นสีเขียว ประตูระเบียงเปิดผางออกพร้อมกับลมเย็นยามค่ำคืนที่โหมกระหน่ำเข้ามา คีรินไม่รอช้า กระชากร่างบางพุ่งทะยานออกไปสู่ความมืดเบื้องหน้าทันทีท่ามกลางหามกระสุนที่ไล่หลังมาติดๆ
แต่ทว่า... เมื่อพวกเขากระโดดลงมาสู่ลานจอดรถใต้ดินเพื่อขึ้นรถหลบหนี แสงไฟจากรถยนต์คันยักษ์นับสพคันก็สาดส่องเข้ามาจนแสบตา ประตูรถคันกลางเปิดออกเผยให้เห็นร่างสูงสง่าของบุคคลที่สามผู้กุมความลับทั้งหมดไว้
“คิดว่าจะหนีพ้นเหรอ คีริน... น้องชาย” เสียงทุ้มเยียบเย็นเอ่ยขึ้น พร้อมกับปากกระบอกปืนนับสิบคู่ที่หันมาเล็งตรงร้าพวกเขาอย่างไร้ทางหนี
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความมืดมิดนี้ด้วยกันนะครับ
เซฟเฮาส์ไร้เสียงกับเหยื่อผู้เย่อหยิ่ง•ตอนที่ 14
พันธมิตรที่จำยอม
ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้เสียงกับเหยื่อผู้เย่อหยิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!