เซฟเฮาส์ไร้เสียงกับเหยื่อผู้เย่อหยิ่ง•ตอนที่ 15

ซ่อนตัวในเงามืด

ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงของลูกน้องอีธานที่เดินตรวจตราอยู่ด้านนอกห้องใต้ดินสะท้อนก้องเข้ามาในความเงียบ เปรียบเสมือนเสียงนาฬิกานับถอยหลังที่บีบให้ลมหายใจของคนทั้งคู่กระชั้นชิดขึ้น รินรดาถูกดันจนแผ่นหลังบอบบางแนบสนิทติดกับผนังปูนเปลือยที่เย็นเยียบ พื้นที่อันคับแคบภายในเซฟเฮาส์ไร้เสียงแห่งนี้ทำให้ไม่มีแม้แต่ช่องว่างให้หลบหนี ทว่าสิ่งที่อันตรายยิ่งกว่าศัตรูที่อยู่เบื้องนอก กลับเป็นร่างสูงใหญ่ของคีรินที่กักขังเธอไว้ด้วยวงแขนแกร่งและแผงอกร้อนระอุ "ถ้าคุณยังส่งเสียงดื้อรั้นออกมาอีกคำเดียว ผมเกรงว่าเราคงต้องหาทางปิดปากคุณด้วยวิธีที่เสียเวลาน้อยกว่านี้... รินรดา" น้ำเสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมใบหู ลมหายใจอุ่นจัดที่เป่ารดต้นคอทำให้ขนอ่อนลุกชันไปทั่วร่าง รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น ดวงตาสองชั้นคู่สวยจ้องมองสบตากับอัลฟ่าหนุ่มผู้ไร้ความปรานีอย่างไม่ยอมจำนน แม้หัวใจจะเต้นระรัวจนแทบทะลุออกมานอกอก "ปล่อยฉัน... คีริน คุณกำลังทำให้มันแย่ลง" เธอเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามดันแผงอกของเขาออกด้วยเรียวแรงทั้งหมดที่มี แต่มันก็ไร้ความหมาย ราวกับการผลักภูเขาหินผาทั้งลูก คีรินไม่เพียงแต่ไม่ถอย เขากลับขยับตัวเข้าประชิดยิ่งขึ้นจนไม่มีช่องว่างระหว่างเรือนร่าง แรงกดดันจากอำนาจมืดที่แผ่ออกมาจากตัวเขาล้อมกรอบเธอไว้ทุกด้าน มือหนาข้างหนึ่งเอื้อมขึ้นล็อกคางอมนวลของเธอไว้บังคับให้เงยหน้าขึ้นรับสัมผัส ดวงตาคมกริบดั่งนักล่าจ้องมองริมฝีปากสั่นระริกของเธอด้วยความกระหายที่ถูกปลุกเร้า "แย่ลงตรงไหนกันครับ ในเมื่อตอนนี้มีแค่เราสองคน และไม่มีใครหน้าไหนช่วยคุณได้ทั้งนั้น" รอยยิ้มหยันที่มุมปากของเขาช่างเย้ายวนและอันตรายในเวลาเดียวกัน สัมผัสจากนิ้วหยาบกร้านที่ลากไล้ตามกรอบหน้าลงมาถึงลำคอระหงทำให้สติสัมปชัญญะของรินรดากระเจิดกระเจิง ความใกล้ชิดในที่แคบนี้กำลังหลอมละลายเกราะป้องกันทุกชั้นของเธอ กลิ่นกายเฉพาะตัวของอัลฟ่าหนุ่มที่ผสมผสานกับความตึงเครียดของสถานการณ์รอบตัว สร้างแรงดึงดูดทางเพศที่รุนแรงจนแทบหยุดหายใจ เมื่อริมฝีปากหยักลึกโน้มลงมาประชิด รินรดาเบี่ยงหน้าหนีตามสัญชาตญาณ ทว่าคีรินไวกว่า เขาใช้มืออีกข้างรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไขว้ไว้เหนือศีรษะด้วยมือเดียวตรึงไว้แน่นสนิท ก่อนจะฉกฉวยริมฝีปากนุ่มที่พยายามหลบเลี่ยงด้วยความเร่าร้อนและดุดัน จูบนั้นไม่ใช่การทักทาย หากแต่เป็นการประกาศสิทธิ์และการครอบครองอย่างป่าเถื่อน ริมฝีปากหนาบดขยี้กลีบปากบางอย่างเอาแต่ใจ รสชาติหวานล้ำที่เขาโหยหาถูกตักตวงซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนรินรดาแทบละลายคาอ้อมแขน สมองของเธอขาวโพลน แรงต่อต้านที่เคยมีมลายหายไปสิ้นเมื่อลิ้นร้อนรุกล้ำเข้ามาเกี่ยวพัน กวาดต้อนความหวานภายในโพรงปากจนเธอต้องเผยอริมฝีปากรับสัมผัสวาบหวามนั้นด้วยความจำนน เสียงครางประท้วงในลำคอถูกกลืนหายไปกับรสจูบที่ลึกซึ้งและร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ มือแกร่งที่เคยว่างเว้นเริ่มลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้าผ่านเนื้อผ้าบางเบา ความร้อนจากฝ่ามือของเขาแผדซ่านทะลุผ่านผิวเนื้อจนเธอสะấuดเฮือก รินรดาแอ่นอกรับสัมผัสโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกวาบหวามแล่นพล่านไปทั่วไขสันหลัง ความโกรธเกรี้ยวและศักดิ์ศรีถูกเผาผลาญด้วยเพลิงสวาทที่คีรินจงใจจุดขึ้นเพื่อทำลายทิฐิของเธอให้ราบคาบ "คุณมัน... คนเผด็จการ" เธอหอบหายใจรัวเมื่อเขาผละริมฝีปากออกเพียงชั่วครู่เพื่อให้อากาศเข้าสู่ปอด ดวงตาฉ่ำน้ำมองเขาด้วยความตัดพ้อและเย้ายวนในคราวเดียวกัน "จำใส่ใจไว้ให้ดีครับ ว่าคุณเป็นของใคร" คีรินกระซิบเสียงพร่า ริมฝีปากของเขายังคงคลอเคลียอยู่กับซอกคอขาวผ่อง ขบเม้มเบาๆ จนเกิดรอยสีจาง ท่ามกลางเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามแข่งกับเสียงฝีเท้าภายนอกที่เริ่มเดินห่างออกไป ทว่า ในวินาทีที่ความเร่าร้อนกำลังจะหลอมรวมพวกเขากลืนกินเป็นหนึ่งเดียว เสียงฝีเท้าปริศนาชุดใหม่ก็ดังขึ้นที่หน้าประตูเซฟเฮาส์ พร้อมกับเสียงเคาะสามครั้งติดต่อกันอย่างเป็นจังหวะ—สัญญาณลับที่ไม่มีใครล่วงรู้ นอกจากสายลับหนอนบ่อนไส้ที่คีรินส่งไปแทรกซึมในองค์กรของอีธาน! คีรินชะงักกึก ดวงตาคมกริบหันขวับไปมองบานประตูทันที ร่างกายที่เคยผ่อนคลายกลับมาตึงเครียดขึ้นในเสี้ยววินาที รินรดาลืมตาขึ้นด้วยความตกใจเมื่อตระหนักว่าเกมการหลบหนีนี้ไม่ได้มีแค่เธอกับเขาอีกต่อไปแล้ว ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความมืดมิดนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้เสียงกับเหยื่อผู้เย่อหยิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%