เสียงโลหะกระทบกันเบาหวิวจากกลไกของปืนพกกระบอกงามในมือคีรินดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน รินรดาสะดุ้งสุดตัวโดยสัญชาตญาณ ความเย่อหยิ่งและคมกริบของวาจาที่เธอมักใช้ปกป้องตัวเองเสมอยามอยู่ต่อหน้าเขาถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อดวงตาคู่คมกริบของอัลฟ่าหนุ่มไม่ได้มองมาที่เธออีกต่อไป แต่ทอดสายตาไปยังบานหน้าต่างกระจกนิรภัยชั้นสามของเซฟเฮาส์ ซึ่งสะท้อนเงาของความเคลื่อนไหวบางอย่างในความมืดเบื้องล่าง
"เงียบซะรินรดา ถ้าเธอไม่อยากสมองไหลคาเตียงของผม..."
น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบของคีรินเจือไปด้วยความเฉียบขาดอันตราย เขาเอื้อมมือหนาคว้าข้อมือเล็กของเธอแล้วดึงเข้ามาชิดร่างแกร่งอย่างรวดเร็ว กลิ่นกายบุรุษเพศที่ผสมผสานกับความเย็นยะเยือกของอะดรีนาลีนพุ่งพล่านเข้าสู่ประสาทสัมผัสของหญิงสาว รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น แม้หัวใจจะเต้นระรัวด้วยความหวาดกลัวต่อภัยคุกคามภายนอก แต่ศักดิ์ศรีและความหัวรั้นก็ทำให้เธอไม่ยอมส่งเสียงกรีดร้องออกมาแม้แต่แอะเดียว
"ปล่อยฉัน... นายจะลากฉันมาเป็นโล่หรือไง" เธอกระซิบเสียงลอดไรฟัน พยายามบิดข้อมือหนาที่ตรึงเธอไว้ราวกรรมมือเหล็ก
"โล่เหรอ?" คีรินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกวาดมองผ่านช่องม่านบังตาที่ถูกแหวกออกเพียงเล็กน้อย "สำหรับคนอื่น เธออาจจะเป็นแค่รหัสผ่านมีชีวิต... แต่อย่าสำคัญตัวผิดว่าผมจะยอมให้เศษสวะพวกนั้นแตะต้องของๆ ผม แม้แต่ปลายนิ้ว"
คำว่า 'ของๆ ผม' กระแทกเข้ากลางใจของรินรดาอย่างจัง มันไม่ใช่คำพูดเชิงแสดงความเป็นเจ้าของในแบบที่นักธุรกิจทั่วไปใช้ แต่มันคือการประกาศอาณาเขตของนักล่าที่พร้อมจะฉีกกระชากใครก็ตามที่กล้าล้ำเส้นเข้ามาในอาณาเขตของตนเอง
เปร้ง!
เสียงกระจกแตกกระจายพร้อมกับกระสุนปืนนัดแรกที่พุ่งทะลุเข้ามาฝังลงบนผนังห้องนอนหรูหรา คีรินไม่แม้แต่จะกะพริบตา เขาดึงร่างของรินรดาล้มลงไปหลบหลังแนวเตียงไม้เนื้อแข็งทันที น้ำหนักตัวของอัลฟ่าหนุ่มโถมทับลงมาปกป้องร่างบางไว้โดยสัญชาตญาณ แม้สมองของเขาจะสั่งการให้จัดการกับผู้บุกรุก แต่วินาทีที่กลิ่นกายหอมกรุ่นของหญิงสาวแนบชิดกับอกแกร่ง ความคิดบ้าคลั่งอีกสายหนึ่งกลับแล่นริ้วขึ้นมาในหัว—*ถ้าพวกมันเข้ามาตอนนี้ ฉันจะฆ่าพวกมันให้หมด แล้วขังเธอไว้ในห้องนี้ไปชั่วชีวิต*
คีรินขมวดคิ้วมุ่นให้กับความคิดแปลกประหลาดที่ผุดขึ้นมาในหัว ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่เขาเริ่มรู้สึกว่าการปกป้องรินรดามันเหนือกว่าเรื่องผลประโยชน์ทางธุรกิจ? ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่การเห็นเธอทำหน้าดื้อรั้นใส่กลายเป็นสิ่งที่เขาเสพติดมากกว่าการไขรหัสลับพวกนั้น?
"คีริน... ข้างนอกนั่น..." รินรดากระซิบเสียงสั่น เมื่อมือเรียวเผลอสัมผัสโดนแผ่นอกกว้างของเขาผ่านเนื้อผ้าเชิ้ตที่ชื้นเหงื่อ ความใกล้ชิดที่แนบแน่นจนแทบไม่มีช่องว่างทำให้ลมหายใจของทั้งคู่หลอมรวมกัน
"บอกแล้วไงว่าให้อยู่เฉยๆ" คีรินก้มลงกระซิบชิดใบหูเล็ก ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดลาดไหล่เนียนจนเธอสะấuท้าน "ถ้าเราผ่านคืนนี้ไปได้ ผมจะคิดบัญชีกับความอวดดีของเธอ... ทั้งหมด"
สิ้นคำพูดนั้น คีรินก็พลิตัวลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็วก่อนจะเหนี่ยวไกสวนออกไปทางหน้าต่างสามนัดซ้อน เสียงกรีดร้องโหยหวนและเสียงร่างร่วงหล่นดังขึ้นจากด้านนอก ตามมาด้วยความเงียบสงบที่น่าสะพรึงกลัวกว่าเดิม เขาสบถเบาๆ อย่างหัวเสียเมื่อรู้ว่านี่เป็นเพียงแค่การหยั่งเชิงจากอีธาน ศัตรูตัวฉกาจที่จ้องจะแย่งชิงตัวรินรดาไปจากเขา
ทว่า... เมื่อเขากลับหันมามองร่างบางที่ยังคงนั่งพิงขอบเตียงด้วยแววตาตื่นตระหนกแต่ยังคงความพยศ ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่กลับถูกแทนที่ด้วยคลื่นความปรารถนาอันดิบเถื่อนที่ยากจะควบคุม
คีรินก้าวเข้าไปหาเธอช้าๆ เงาร่างสูงใหญ่ทาบทับร่างบางจนมิด ชายหนุ่มวางปืนลงบนโต๊ะข้างเตียงอย่างไม่ไยดี ก่อนจะคุกเข่าลงตรงหน้า ปลายนิ้วแข็งแกร่งเอื้อมไปเชยคางมนขึ้นบังคับให้เธอมองสบตา
"นาย... จะทำอะไร" รินรดาถอยหลังจนแผ่นหลังชนกับมุมห้อง ดวงตากลมโตฉายแววระแวดระวังเมื่อเห็นประกายไฟในดวงตาของเขา
"ทำหน้าที่ของผม... ในฐานะผู้คุ้มครองที่เธอไม่เคยเต็มใจยอมรับไง ที่รัก"
คีรินไม่รอให้เธอได้เอ่ยคำปฏิเสธริมฝีปากร้อนผ่าวก็ทาบทับลงมาปิดกั้นคำพูดทุกคำ รสจูบในครานี้ไม่ได้มีความนุ่มนวลหรือเจรจา มันคือการรุกรานที่เต็มไปด้วยความหึงหวง ความโกรธ และความต้องการที่จะครอบครองจนแทบคลั่ง ลิ้นร้อนกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากนุ่มอย่างเอาแต่ใจ มือหนาข้างหนึ่งรวบเอวบางเข้าหาตัวจนแนบแน่น ขณะที่อีกข้างสอดเข้าไปใต้กลุ่มผมยาวสลวยเพื่อล็อกต้นคอระหงไม่ให้เธอเบือนหน้าหนี
รินรดาสะท้านเฮือก เปลือกตาปิดลงรับสัมผัสวาบหวามที่แผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย ความโกรธและความกลัวจากเหตุการณ์เมื่อครู่ถูกหลอมละลายหายไปกับรสจูบอันดุเดือดและเร่าร้อน ปลายนิ้วเรียวที่เคยพยายามผลักไสเขา ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นจิกเกร็งลงบนลาดไหล่กว้างเพื่อระบายความเสียวซ่านที่เขามอบให้อย่างไม่ปรานี
สัมผัสจากมือหนาที่ลูบไล้ไปตามสรีระโค้งเว้าภายใต้ชุดนอนเนื้อบางทำให้ลมหายใจของเธอขาดห้วง คีรินผริมฝีปากออกช้าๆ ปล่อยให้เธอได้หอบหายใจโกยกอบโกยอากาศเข้าปอด ในขณะที่สายตาคมกริบยังคงจดจ้องมองริมฝีปากบวมเจ่อและพวงแก้มแดงก่ำด้วยความหลงใหล
"นายมัน... บ้าไปแล้วคีริน..." เธอหอบหายใจระรัว เสียงกระซิบเจือความตัดพ้อแต่กลับสั่นไหวด้วยแรงอารมณ์
"ใช่... ผมบ้าไปแล้ว" คีรินกระซิบชิดริมฝีปากนุ่ม น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำและแหบพร่าจนน่ากลัว "และคนที่ทำให้ผมเป็นแบบนี้... ก็คือเธอยังไงล่ะ รินรดา"
เขากดริมฝีปากจູບซับหยดน้ำตาที่คลอหน่วยอยู่ตรงหางตาของเธออย่างแผ่วเบa เป็นสัมผัสอ่อนโยนที่ขัดกับแววตาดิบเถื่อนคู่นั้นอย่างสิ้นเชิง รินรดานิ่งงังไปชั่วขณะ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งและอันตรายกำลังก่อตัวขึ้นระหว่างพวกเขา มากกว่าแค่เกมอำนาจ มากกว่าแค่เชลยกับผู้กักขัง
ทว่า... ก่อนที่ค่ำคืนนี้จะได้ล่วงเลยเข้าสู่ห้วงแห่งความลึกล้ำที่มากกว่าเดิม เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินระดับสูงสุดของเซฟเฮาส์ก็ดังสนั่นหวั่นไหว แสงไฟสีแดงฉานกะพริบวابวับไปทั่วห้อง
คีรินชะงักกึก แววตาที่เต็มไปด้วยเพลิงสวาทเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาดุจน้ำแข็งในเสี้ยววินาที มือหนาคว้าปืนพกขึ้นมาอีกครั้งอย่างรวดเร็ว พร้อมกับดึงร่างของรินรดาให้ลุกขึ้นยืนบังไว้ด้านหลัง
หน้าจอแท็บเล็ตบนโต๊ะทำงานที่เชื่อมต่อกับกล้องวงจรปิดรอบอาคารสว่างวาบขึ้น มันแสดงภาพของบุคคลผู้หนึ่งที่ก้าวผ่านประตูรั้วเหล็กเข้ามาอย่างไม่เกรงกลัวหน้าอินทร์หน้าพรหม... และคนที่ยืนอยู่ตรงนั้น คือ "อีธาน" ที่กำลังถือเอกสารลับบางอย่าง พร้อมรอยยิ้มเยาะเย้ยที่ส่งตรงมาถึงหน้ากล้อง
"ดูเหมือนว่า... แขกที่ไม่ได้รับเชิญคนเดิม จะไม่ได้มาแค่ตัวซะแล้วสิครับที่รัก..." คีรินกระซิบเสียงต่ำลอดไรฟัน รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากขณะที่นิ้วเรียวปลดล็อกไกปืนเตรียมลั่นกระสุนใส่ใครก็ตามที่กล้ามาแย่งของเล่นชิ้นโปรดของเขาไป
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมดำดิ่งไปในห้วงอารมณ์อันมืดมนนี้ด้วยกันนะครับ
เซฟเฮาส์ไร้เสียงกับเหยื่อผู้เย่อหยิ่ง•ตอนที่ 7
รอยร้าวในความเย็นชา
ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้เสียงกับเหยื่อผู้เย่อหยิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!