กลิ่นคาวสนิมเหล็กและกลิ่นอายดินปืนจาง ๆ ลอยอวลอยู่ในความมืดมิดของเซฟเฮาส์ชั้นใต้ดิน แสงไฟนีออนสีส้มสลัวสาดส่องลงบนโครงสร้างเหล็กกล้าและแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่ส่งเสียงฮัมเบา ๆ คล้ายลมหายใจของสัตว์ป่าที่กำลังซ่อนเล็บ
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ขณะที่ปลายนิ้วเรียวยังคงวางอยู่บนหน้าจอโฮโลแกรมของระบบรักษาความปลอดภัยหลัก ดวงตากลมโตคู่สวยหรี่ลงด้วยความตื่นตัวอย่างถึงขีดสุด หน้าจอตรงหน้าไม่ได้แสดงผลสถานะปกติเหมือนทุกค่ำคืนที่ผ่านมา เส้นกราฟสีแดงฉานกำลังเต้นเรุกะพริบถี่รัว พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนระบบเข้ารหัสที่ถูกเจาะจากภายนอก... *ไม่ใช่*... มันไม่ใช่แค่การเจาะระบบธรรมดา แต่มันคือการ "เปิดช่องโหว่" จากภายในต่างหาก
รอยรั่วนี้ถูกสร้างขึ้นอย่างประณีต ปราศจากร่องรอยของการบังคับหรือการแฮกแบบดุดัน ราวกับมีใครบางคนที่มีรหัสผ่านระดับสูงสุด จงใจเปิดประตูบ้านต้อนรับหมาป่าตัวอื่นให้เข้ามาเดินย่ำกรายในอาณาเขตของคีริน
"เจออะไรที่น่าสนใจเข้าล่ะสิ... แม่นกน้อยหัวรั้น"
เสียงทุ้มต่ำดั่งกระซิบดังขึ้นชิดริมใบหู พร้อมกับท่อนแขนแกร่งที่โอบกอดเอวบางเข้ามาประชิดแผ่นอกกว้างอย่างรวดเร็วราวกับปฏิกิริยาตอบสนองของนักล่า คีรินแนบชิดร่างสูงใหญ่เข้ากับแผ่นหลังของเธอจนไม่เหลือช่องว่าง ปลายจมูกโด่งคมกริบสูดดมกลิ่นกายหอมหวานระคนความตื่นตระหนกจากซอกคอระหงอย่างถือสิทธิ์
รินรดาสะดุ้งเฮือก หัวใจดวงน้อยเต้นกระหน่ำราวกับจะหลุดออกมานอกอก เธอพยายามบิดตัวหนีสัมผัสร้อนผ่าวที่แผดเผาผิวเนื้อ แต่แรงกดมหาศาลจากท่อนแขนที่รัดแน่นดั่งโซ่ตรวนกลับทำให้เธอรู้ตัวทันทีว่า การขัดขืนในยามนี้มีแต่จะทำให้กรงขังแคบลงกว่าเดิม
"ปล่อยฉันนะ... คีริน" เธอเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคมกริบตวัดกลับไปมองร่างสูงที่โน้มใบหน้าลงมาคลอเคลียอยู่ใกล้ "คุณเห็นรอยรั่วนี้แล้วใช่ไหม... คนของคุณ หรือว่าอีธาน?"
คีรินหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นสะเทือนผ่านแผ่นหลังของเธอจนขนลุกเกรียว นิ้วเรียวยาวเอื้อมขึ้นมาจับคางมนให้หันกลับมาเผชิญหน้า แววตาคมกริบของอัลฟ่าหนุ่มเต็มไปด้วยประกายความกระหายและความสนุกสนานราวกับเด็กได้ของเล่นชิ้นใหม่ที่ท้าทายกว่าเดิม
"ฉลาดสมกับเป็นนักรหัสวิทยาอัจฉริยะของผมจริง ๆ..." คีรินกระซิบชิดริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันแน่นด้วยความโกรธ "แต่รู้ไหมว่า... การที่หนูมัวแต่สนใจรอยรั่วบนหน้าจอนั่น อาจทำให้พลาดความลับที่สำคัญกว่าไปซะแล้ว..."
ปลายนิ้วสากไล้จากคางมนลามเลียลงมาตามลำคอระหง แผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตรายที่ทำให้สติสัมปชัญญะของรินรดากระเจิดกระเจิง ร่างกายของเธอร้อนวูบวาบขึ้นมาทันที แม้ปากจะพยายามปฏิเสธและต่อต้าน แต่มัดกล้ามเนื้อและกลิ่นกายเฉพาะตัวของเขา—กลิ่นไม้ซีดาร์ผสมผสานกับความดิบเถื่อน—กลับทำหน้าที่กัดกินเกราะป้องกันทางจิตใจของเธอทีละน้อยอย่างเลือดเย็น
"ฉันไม่มีเวลามาเล่นเกมประสาทกับคุณนะ คีริน!" เธอตวาดเสียงแข็ง พยายามซ่อนความสั่นไหวในน้ำเสียง "เซฟเฮาส์นี่กำลังจะแตก... อีธานกำลังจะเข้ามา..."
"ช่างหัวมันสิครับ..."
คำพูดราบเรียบแต่เด็ดขาดถูกพ่นออกมาพร้อมกับริมฝีบังกดทับลงมาปิดริมฝีปากอิ่มของเธออย่างไร้ความปรานี รินรดาลืมตาโพลงด้วยความตกใจ มือบางระดมทุบตีลงบนอกแกร่งเพื่อประท้วง แต่คีรินกลับใช้มืออีกข้างรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไขว้ไว้เหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียวอย่างง่ายดาย แรงกดดันอันมหาศาลบดขยี้ลมหายใจของเธอจนหมดสิ้น
จูบของเขาในยามนี้ไม่ได้อ่อนโยนหรือมีความหวานรื่นรมย์หลงเหลืออยู่เลย มันคือนิยามของความดิบเถื่อน การลงทัณฑ์ และการประกาศความเป็นเจ้าของอย่างเบ็ดเสร็จ รสจูบร้อนแรงดุจเปลวไฟลามเลียกลืนกินสติทุกตารางนิ้ว ปลายลิ้นร้อนสอดแทรกเข้ามาตักตวงความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ จนร่างบางอ่อนระทวยแทบจะทรุดลงไปกองกับพื้นเซฟเฮาส์เย็นเฉียบ
รินรดาหอบหายใจสะท้าน ตัวสั่นเทาด้วยแรงปรารถนาที่ถูกปลุกเร้าขึ้นมาอย่างไม่ยินยอมพร้อมใจ เรียวขาอ่อนแรงจนต้องปล่อยให้น้ำหนักทั้งหมดพึ่งพิงอยู่กับแผ่นอกของเขา ความโกรธเกรี้ยวในตอนแรกเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความลุ่มหลงที่น่ากลัว รสชาติของความอันตรายและเซ็กส์อันดุเดือดผสมผสานกันจนกลายเป็นอาบยาพิษที่เธอปฏิเสธไม่ลง
คีรินผริมฝีปากออกช้า ๆ ดวงตาคมกริบสีนิลมองสำรวจใบหน้าหวานที่แดงก่ำและริมฝีปากบวมเจ่อจากการจูบอันเร่าร้อน มุมปากหยักลึกยกยิ้มพึงพอใจอย่างร้ายกาจ เขาโน้มใบหน้าลงกระซิบชิดใบหูที่กำลังขึ้นสีแดงจัดของเธอด้วยน้ำเสียงพร่าพร่าที่สั่นสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ
"ปล่อยให้อีธานมันเดินเข้ามาในถ้ำของเสือเถอะครับที่รัก..." คีรินหัวเราะต่ำในลำคอ ขณะที่มือหนาเริ่มลูบไล้ต่ำลงมาตามโค้งเว้าของสะโพกมนภายใต้ชุดรัดรูป บดเบียดร่างเข้าหาเธอจนสัมผัสได้ถึงความตึงเครียดอันเร่าร้อนของร่างกายที่พร้อมจะปะทุ "เพราะต่อให้มันฉลาดแค่ไหน... มันก็ไม่มีวันได้แตะต้องของ ๆ ผม... และคืนนี้ ผมจะสอนให้หนูจำใส่ใจให้ขึ้นใจ ว่าใครกันแน่ที่เป็นเจ้าของเซฟเฮาส์แห่งนี้อย่างแท้จริง..."
สิ้นคำพูดนั้น คีรินก็อุ้มร่างบางขึ้นแนบอกในท่าเจ้าสาวอย่างง่ายดาย รินรดาหลับตาลงด้วยความจำนนต่อแรงอารมณ์และสถานการณ์ที่บีบคั้น ขณะที่เสียงฝีเท้าหนักหน่วงและสัญญาณเตือนภัยรอบเซฟเฮาส์เริ่มดังขึ้นใกล้เข้ามาทุกที... พร้อมกับเงาร่างลึกลับของใครบางคนที่กำลังก้าวเท้าพังประตูชั้นนอกเข้ามาในความมืด!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางในห้วงอารมณ์อันมืดมนและเร่าร้อนนี้ไปกับผมนะครับ
เซฟเฮาส์ไร้เสียงกับเหยื่อผู้เย่อหยิ่ง•ตอนที่ 8
กลิ่นอายแห่งอันตราย
ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้เสียงกับเหยื่อผู้เย่อหยิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!