เซฟเฮาส์ไร้เสียงกับเหยื่อผู้เย่อหยิ่ง•ตอนที่ 17

แผนที่รหัสลับ

ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
เสียงกระแทกของแฟ้มเอกสารหนังแท้ลงบนโต๊ะทำงานไม้โอ๊กเนื้อหนาดังสนั่นก้องห้องทำงานไร้เสียงแห่งนี้ ปลายกระดาษที่ยับย่นเล็กน้อยสะท้อนถึงความรุนแรงในยามที่มันถูกโยนลงมา รินรดาสะดุ้งเล็กน้อยตามสัญชาตญาณ แต่เธอรีบดึงใบหน้าให้กลับมาเรียบนิ่ง เชิดปลายคางขึ้นอย่างไม่ยอมจำนน แม้แผ่นหลังจะแนบชิดติดกับผนังห้องเย็นเยียบจนความเย็นซ่านผ่านเนื้อผ้า คีรินยืนค้ำหัวเธออยู่ ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มไร้รอยยับแผ่รังสีความกดดันอันน่าหวาดหวั่น นัยน์ตาคมกริบดั่งเหยี่ยวป่าจ้องมองเธอราวกับจะฉีกร่างเป็นชิ้นๆ กลิ่นอายความเป็นอัลฟ่าของเขารุนแรง เสียด2กสประสาทจนลมหายใจของเธอกระชั้นชิดขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ "เล่นตลกอะไรอยู่ รินรดา" น้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นชาของเขาดังขึ้น บดขยี้ความเงียบงันจนแหลกสลาย ปลายนิ้วเรียวยาวแต่ทรงพลังเอื้อมมากดลงที่คางสลักเสลาของเธอ บังคับให้เธอแหงนเงยขึ้นสบตา "เธอคิดว่าความฉลาดอวดดีของเธอ จะซ่อนที่มาของรหัสพวกนั้นพ้นจากสายตาฉันได้งั้นรึ" รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตฉายแววท้าทาย เธอไม่สะทกสะท้านต่อแรงบีบที่เริ่มเพิ่มน้ำหนักจนผิวเนื้อบริเวณกรามขึ้นรอยแดงจางๆ "คุณคิดว่าฉันได้รหัสพวกนั้นมาจากไหนล่ะ คีริน... จากอีธานคู่ปรับตัวฉกาจของคุณ หรือว่าจากองค์กรใต้ดินที่คุณตามล่ามาครึ่งชีวิต?" น้ำเสียงของเธอเจือแววเยาะหยันที่จงใจยั่วโมโห "น่าเสียดายนะที่คุณฉลาดเป็นกรด แต่กลับคิดไม่ถึงว่าข้อมูลระดับ S-Class แบบนั้น มันถูกซ่อนไว้ในที่ที่โง่เง่าที่สุด... ใต้จมูกคุณนี่เอง" คำพูดนั้นทำให้ดวงตาคมกริบของคีรินหรี่แคบลง รังสีความอันตรายพวยพุ่งออกมาจากตัวเขาราวกับสัตว์ป่าพร้อมขย้ำเหยื่อ เขาไม่ได้โกรธเกรี้ยวด้วยการตะโกน แต่ความเงียบที่แผ่ออกมาจากตัวเขากลับน่ากลัวยิ่งกว่าพายุ "ปากดีไม่เปลี่ยน..." คีรินกระซิบชิดริมฝีปากเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ ปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียน "งั้นก็พิสูจน์ให้ฉันเห็นสิ ว่าปากเก่งๆ ของเธอ กับข้อมูลที่เธอเอามาแลก... อันไหนจะมีประโยชน์บนเตียงนี้มากกว่ากัน" สิ้นคำพูดนั้น มือหนาที่เคยบีบคางเปลี่ยนเป็นกระชากข้อมือเล็กทั้งสองข้างตรึงไว้เหนือศีรษะ รินรดาอุทานออกมาด้วยความตกใจ ร่างบางถูกดันแนบสนิทกับผนังโดยปราศจากทางหนี แววตาเย่อหยิ่งของเธอไหววูบไปชั่วขณะเมื่อสัมผัสได้ถึงความร้อนรุ่มที่แผ่ซ่านมาจากเรือนร่างกำยำที่ทาบทับลงมา คีรินไม่ปล่อยให้เธอได้ตั้งตัวริมฝีปากหยักลึกทาบทับลงมาบดขยี้อย่างไร้ความปรานี รสจูบดุดัน ร้อนแรง และเต็มไปด้วยความกระหายในการครอบครอง เขารุกรานเข้ามาในโพรงปากนุ่มอย่างเอาแต่ใจ ลิ้นร้อนตักตวงความหวานล้ำและลงทัณฑ์ความอวดดีของเธอจนสติสัมปชัญญะของรินรดาพร่าเลือน มือข้างที่ว่างลูบไล้ไปตามแนวลำคอระหง ก่อนจะเลื่อนต่ำลงมาขยุ้มสาบเสื้อเชิ้ตของเธอจนกระดุมเม็ดบนหลุดกระเด็น ความเย็นของอากาศภายในเซฟเฮาส์ถูกแทนที่ด้วยความร้อนระอุของอารมณ์ปรารถนาที่พุ่งทะยานอย่างไร้ขีดจำกัด รินรดาหอบหายใจสะท้านยามที่เรียวปากของเขาละลงมาซุกไซ้ซอกคอขาวผ่อง ขบเม้มผิวเนื้ออ่อนจนเกิดรอยสีกุหลาบเด่นชัด ความเจ็บแปลบผสานกับกระแสความวาบหวามที่แล่นพล่านไปทั่วไขสันหลังทำให้มือที่ถูกตรึงไว้เริ่มจิกเกร็ง มือหนาของคีรินเลื่อนสอดเข้าไปใต้ชายผ้าเนื้อบางสัมผัสกับผิวเนียนนุ่มร้อนผ่าว ทำให้เธอสะดุ้งเฮือกและแอ่นกายเข้าหาโดยไม่รู้ตัว "คุณ... อื้อ... คีริน..." เสียงหวานขาดห้วงยามที่สัมผัสวาบหวามลุกลามไปทั่วทุกอณู ร่างกายของเธอทรยศต่อความตั้งใจเดิมทีละน้อย ความเย่อหยิ่งถูกหลอมละลายลงใต้ฝ่ามือและรสจูบอันเร่าร้อนของอัลฟ่าหนุ่มผู้ไร้ความปรานี การเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยแรงขับเคลื่อนทางอารมณ์อันดุเดือด ทั้งสองหลอมรวมเป็นหนึ่งท่ามกลางความเงียบงันของห้องไร้เสียง เสียงหอบหายใจและเสียงครางแผ่วเบาเคล้าคลอไปกับเสียงเนื้อกระทบกันในจังหวะกระชั้นชิด คีรินเสพติดความแน่นคับและแรงต้านทานที่ค่อยๆ อ่อนระทวยลงในอ้อมแขนของเขา ทุกสัมผัสคือการประกาศสิทธิ์ความเป็นเจ้าเหนือหัว ทุกหยาดเหงื่อคือเครื่องยืนยันว่าเธอไม่มีวันหนีพ้นจากเงื้อมมือเขาไปได้ รินรดาจิกเล็บลงบนแผ่นหลังกว้างเพื่อระบายความสุขสมที่ถาโถมเข้ามาอย่างรุนแรง ปลายทางของอารมณ์พุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุด ร่างบางกระตุกเกร็งรับความวาบหวามก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบลงในอ้อมกอดที่รัดแน่นของเขา เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่ คีรินยังคงกอดรัดร่างอ้อนแอ้นที่นอนหอบหายใจโรยรินอยู่บนโซฟาหนังตัวใหญ่ ปลายนิ้วเรียวไล้เส้นผมที่ชื้นเหงื่อของเธออย่างถือวิสาสะ ขณะที่รินรดานอนเหม่อมองเพดานด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ข้อมูลที่เธอยอมเผยไต๋ออกมาไม่ใช่แค่เรื่องรหัสลับธรรมดา แต่มันคือแผนที่นำไปสู่จุดอ่อนที่สุดขององค์กรคู่แข่ง ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังผ่อนคลายลงจากพายุอารมณ์ เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินระดับสีแดงก็ดังขึ้นกังวานไปทั่วเซฟเฮาส์ หน้าจอคอมพิวเตอร์หลักที่มุมห้องสว่างวาบขึ้นอัตโนมัติ ภาพจากกล้องวงจรปิดรอบนอกปรากฏร่างของชายกลุ่มหนึ่งกำลังก้าวผ่านประตูเข้ามาอย่างเงียบเชียบ และคนที่เดินนำหน้าด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบไม่ใช่ใครอื่น... แต่อีธาน ศัตรูตัวฉกาจที่ควรจะอยู่ห่างออกไปหลายร้อยไมล์ รินรดาเบิกตากว้าง หันขวับมามองหน้าคีรินที่บัดนี้แววตาเปลี่ยนเป็นคมกริบดุจมีดโกน รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปากของอัลฟ่าหนุ่มทันที "ดูเหมือนว่า... ข้อมูลที่เธอเอามาแลก จะมีคนอยากได้คืนเร็วกว่าที่คิดนะ รินรดา" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมลุ้นระทึกไปกับความมืดมนนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้เสียงกับเหยื่อผู้เย่อหยิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%