เสียงโลหะกระทบกันดังเฉือนอากาศในเสี้ยววินาทีที่สติของผมตื่นตัวเต็มพิกัด
"หมอบลง, รินรดา!"
คำสั่งนั้นไม่ได้มาจากความห่วงใยแบบสุภาพชน แต่เป็นประกาศิตจากผู้ล่าที่ไม่อนุญาตให้เหยื่อในอาณัติของตนตายด้วยน้ำมือใครหน้าไหนทั้งสิ้น ผมพุ่งตัวเข้ากระชากร่างบางที่ยังคงยืนทื่อด้วยความตกตะลึงเข้าสู่อ้อมแขน แรงกระแทกจากการทิ้งตัวลงกับพื้นทำให้แผ่นหลังของผมกระแทกเข้ากับชั้นหนังสือไม้สักอย่างจัง ขณะที่กระสุนเจาะเกราะนัดแรกพุ่งทะลุกระจกนิรภัยเข้ามาฝังลงในผนังห้องทำงานด้วยเสียงทุบหนักหน่วง
กลิ่นดินปืนลอยคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นกายเฉพาะตัวของเธอ รินรดาหายใจหอบถี่ ดวงตาสั่นระริกด้วยความตื่นกลัวเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เราพบกัน เธอยังคงดื้อรั้นแม้ในยามวิกฤต มือเรียวเล็กพยายามดันแผงอกของผมออกแต่มีหรือที่คนอย่างคีรินจะยอมปล่อย
"ปล่อยฉัน...!" เธอเอ่ยเสียงลอดไรฟัน แม้จะตัวสั่นเทาแต่ศักดิ์ศรีและความหัวรั้นยังคงคุกรุ่นอยู่ในแววตา
"ถ้าไม่อยากให้สมองสวยๆ ของคุณกระจายติดผนังห้อง ก็หุบปากแล้วอยู่นิ่งๆ ซะ รินรดา" ผมกดเสียงต่ำจนชิดใบหูของเธอ ลมหายใจอุ่นที่เป่ารดต้นคอไม่ได้ทำให้เธอสงบลง ตรงกันข้าม... มันกลับสร้างแรงสั่นสะเทือนอีกรูปแบบหนึ่งที่ดึงเธอกลับเข้าสู่เกมอำนาจของเรา
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่กำลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้ประตูเซฟเฮาส์ อีธานส่งคนมา... และมันไม่ได้มาเพื่อเจรจา แต่มันมาเพื่อเก็บกวาดพยานและชิงตัว "กุญแจสำคัญ" คืนไป
ผมกวาดสายตาคมกริบมองรอบห้องเพื่อประเมินสถานการณ์ ในฐานะผู้นำองค์กรลับ ความตายไม่ใช่สิ่งแปลกปลอม แต่วันนี้... การมีเธอนั่งอยู่ตรงนี้ทำให้ความรู้สึกบางอย่างที่ผมพยายามฝังกลบมาตลอดหลายปีกลับตื่นขึ้นมาอย่างรุนแรง ความกระหายที่จะปกป้อง และความอยากที่จะขยี้เธอนั่นแหละคือสิ่งที่อันตรายที่สุด
ผมคว้าอาวุธปืนพกสั้นเก็บเสียงที่ซ่อนไว้ใต้โต๊ะทำงานขึ้นมา ตวัดสายตากลับมามองหญิงสาวที่ตอนนี้ถูกต้อนให้อยู่ใต้ร่างของผมโดยสมบูรณ์ ความใกล้ชิดนี้ทำให้ผมเห็นร่องรอยความตื่นตระหนกที่ถูกปกปิดไว้ภายใต้ความหยิ่งยโส
"กลัวเป็นด้วยหรือครับ นักรหัสวิทยาคนเก่ง" ผมกระซิบเย้าเย้ย ปลายนิ้วโป้งเกลี่ยไล้ริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันแน่นอย่างดื้อดึง
"สารเลว... คุณพาฉันมาเสี่ยงอันตรายเองนะ คีริน" เธอกัดฟันกรอด ดวงตาคู่สวยวาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยว
"ใช่... และผมก็จะปกป้องสิ่งที่ผมเป็นเจ้าของด้วยชีวิตของผมเองเหมือนกัน"
พูดจบ ผมก็ประทับริมฝีปากลงบนเรียวปากอิ่มนั้นทันทีอย่างไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ต่อต้าน จูบที่เริ่มต้นด้วยความดุดันและบีบคั้นเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนที่แผดเผาทุกสติสัมปชัญญะ รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจก่อนที่มือเรียวจะเปลี่ยนเป็นกำเสื้อของผมแน่น รสจูบที่ทั้งดุดันและลึกซึ้งดึงเธอกลับเข้าสู่ห้วงอารมณ์ที่ควบคุมไม่ได้ ความหวาดกลัวภายนอกถูกแทนที่ด้วยความร้อนรุ่มจากสัมผัสที่จู่โจมอย่างไร้ความปรานี ลิ้นร้อนกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากขณะที่มืออีกข้างของผมรวบเอวคอดกิ่วเข้าหาตัวจนแนบสนิท ไม่มีช่องว่างระหว่างเราอีกต่อไป
เสียงเคาะประตูด้านนอกดังขึ้นพร้อมกับเสียงกระสุนนัดถัดไปที่เจาะทะลุกรอบประตูเข้ามา แต่ในห้องนี้... ในพื้นที่ปิดตายแห่งนี้ โลกภายนอกได้หยุดหมุนไปแล้ว
ผมถอนริมฝีปากออกช้าๆ ปล่อยให้เธอนอนหอบหายใจจนอกกระเพื่อมไหว ดวงตาของเธอฉ่ำเยิ้มไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความปรารถนาและแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่าน ผมโน้มใบหน้ากระซิบชิดริมหูของเธอด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าไปด้วยแรงอารมณ์
"อยู่ตรงนี้... รอผมจัดการพวกมันให้เรียบร้อย แล้วเราค่อยมาสะสางบัญชีของเราต่อ... บนเตียง"
ผมผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงพร้อมกับปลดเซฟปืนในมือ ดวงตาคมกริบดارมืดสนิทจ้องมองไปยังบานประตูที่กำลังถูกทำลายลงทีละน้อย ความตึงเครียดพุ่งถึงขีดสุดเมื่อเงาสลัวของศัตรูเริ่มปรากฏให้เห็นผ่านช่องแสงที่ลอดเข้ามา
ทว่า... ในวินาทีที่ผมเหนี่ยวไกสังหารผู้บุกุกคนแรก ลมหายใจของผมก็ต้องสะดุดกึก เมื่อเสียงฝีเท้าปริศนาดังขึ้นจากด้านหลัง—จุดที่ควรจะเป็นทางตันที่ไม่มีทางเข้าออกได้
รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจยิ่งกว่าเดิมเมื่อมองข้ามไหล่ของผมไป และคำพูดประโยคเดียวจากเธอก็ทำให้เลือดในกายของผมเย็นเฉียบลงในพริบตา
"คีริน... ระวัง... คนที่อยู่ข้างหลังคุณ... คือพ่อของคุณเอง"
ขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในเกมอำนาจและห้วงปรารถนานี้ด้วยกันนะครับ
เซฟเฮาส์ไร้เสียงกับเหยื่อผู้เย่อหยิ่ง•ตอนที่ 18
คีรินผู้ปกป้อง
ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้เสียงกับเหยื่อผู้เย่อหยิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!