เซฟเฮาส์ไร้เสียงกับเหยื่อผู้เย่อหยิ่ง•ตอนที่ 11

ค่ำคืนแห่งการพิสูจน์

ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
"คุณคิดว่าความดื้อรั้นของคุณ จะซื้อเวลาให้ไอ้เวรนั่นได้อีกกี่น้ำกัน รินรดา..." เสียงทุ้มต่ำที่ลอดออกมาจากลำคอของคีริน เต็มไปด้วยแรงกดดันจนอากาศในห้องนิรภัยเก็บข้อมูลชั้นใต้ดินแทบจะ凝固เป็นของแข็ง ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ห่างจากโต๊ะทำงานตัวใหญ่เพียงคืบเดียว แววตาคมกริบราวกับสัตว์นักล่าที่กำลังจดจ้องเหยื่อในกรงขัง โดยไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยให้หลุดมือไปได้อีกแม้แต่ก้าวเดียว รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด รสชาติเค็มปร่าของโลหิตผสมผสานกับความโกรธเกรี้ยวที่แล่นพล่านไปทั่วร่าง หญิงสาวเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตาคู่สวยที่เคยฉายแววหวาดหวั่น บัดนี้กลับเปล่งประกายความท้าทายราวกับเพชรเม็ดงามที่ไม่มีวันยอมจำนนต่อแรงกดดัน "ถ้าคุณหมายถึงอีธาน... เขาก็คงฉลาดพอที่จะไม่เดินเข้ามาติดกับดักงี่เง่าที่คุณวางไว้หรอกค่ะ" เธอจงใจเน้นเสียงเยาะหยัน แม้แผ่นหลังจะชนเข้ากับชั้นวางอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จนไร้ทางหนี คีรินแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นเย็นเยียบและทรงอำนาจจนน่าขนลุก ชายหนุ่มก้าวเข้าไปประชิดตัวเธออย่างไร้ซึ่งช่องว่าง ฝ่ามือใหญ่ข้างหนึ่งยันเข้ากับขอบชั้นวางข้างศีรษะของเธอ กักขังร่างบอบบางไว้ในอาณาเขตของเขา กลิ่นกายหอมเย็นผสมผสานกับความดุดันของผู้ชายเต็มขั้นโถมเข้าใส่จนรินรดาต้องผับลมหายใจเข้าลึก "ปากเก่งนักนะ..." คีรินโน้มใบหน้าลงมา กระซิบชิดริมใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวเนื้อจนขนลุกชัน "ปากที่เอาแต่ต่อรองนี่แหละ... ที่ฉันอยากจะบดขยี้ให้มันแหลกคามือเสียจริง" "ถ้าคิดว่าทำได้ก็ลองดูสิคะ!" รินรดาตวัดสายตากลับอย่างไม่เกรงกลัว แม้หัวใจจะเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก แรงดึงดูดระหว่างพวกเขารุนแรงเสียจนสนามพลังรอบตัวแทบจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ ความตึงเครียดที่สะสมมานานนับสัปดาห์ระเบิดออกในวินาทีนั้น คีรินไม่รอช้าที่จะพิสูจน์คำพูดของตัวเอง ฝ่ามืออีกข้างรวบเอวคอดกิ่วของเธอเข้ามาแนบชิดจนไม่มีช่องว่างให้หายใจ รินรดาหวีดร้องด้วยความตกใจเมื่อแผ่นหลังถูกดันแนบไปกับพื้นผิวเย็นเฉียบของชั้นวาง ขณะที่ริมฝีปากร้อนผ่าวของชายหนุ่มทาบทับลงมาปิดกั้นคำพูดทุกคำอย่างไร้ความปราณี มันไม่ใช่จูบแห่งความอ่อนโยน แต่มันคือการประกาศสงครามและการครอบครอง เรียวปากหนาบดขยี้กลีบปากนุ่มอย่างเอาแต่ใจ ลิ้มรสความหวานล้ำที่เขาโหยหามาตลอด รินรดาพยายามเบือนหน้าหนีและทุบตีอกแกร่งเพื่อประท้วง แต่เรี่ยวแรงอันน้อยนิดของเธอกลับกลายเป็นการเติมเชื้อเพลิงให้อัลฟ่าหนุ่มผู้หิวกระหาย คีรินใช้มือข้างหนึ่งตรึงข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้เหนือหัวด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย ก่อนจะแทรกเรียวลิ้นร้อนเข้าไปกวาดต้อนความหวานภายในโพรงปากอย่างดุดัน เร่าร้อน และลึกล้ำ จนรินรดาแทบละลายคาอ้อมแขน รสจูบที่ยาวนานและหนักหน่วงทำให้สติสัมปชัญญะของหญิงสาวพร่าเลือน ความโกรธเกรี้ยวแปรเปลี่ยนเป็นความสั่นสะท้านที่วิ่งพล่านไปตามเส้นประสาท เมื่อมือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามส่วนโค้งเว้าภายใต้เนื้อผ้าอย่างอารافร้าย ปลายนิ้วกร้านแดดลากผ่านผิวเนื้ออ่อนนุ่มจนเกิดกระแสไฟฟ้าวาบหวามแล่นริ้วไปทั่วร่าง รินรดาหอบหายใจหนักหน่วง ร่างกายทรยศต่อจิตสำนึกเมื่อความรู้สึกวับวามเข้าครอบงำ สมองที่เคยคิดค้นรหัสลับซับซ้อนบัดนี้กลับขาวโพลนว่างเปล่า ความเย่อหยิ่งและทิฐิที่มีถูกบดขยี้จนไม่เหลือชิ้นดีภายใต้สัมผัสอันทรงพลังของเขา คีรินผละริมฝีปากออกเล็กน้อยเพื่อมองดูผลงานของตนเอง ดวงตาคมกريบพินิจมองใบหน้าแดงก่ำ ริมฝีปากบวมเจ่อ และแววตาที่เต็มไปด้วยความจำยอมผสมความปรารถนาอันเร่าร้อนของเธอ รอยยิ้มพึงใจปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก "ทีนี้... เธอยังจะกล้าพูดว่าฉันทำไม่ได้อีกไหม หือ?" เสียงกระซิบแหบพร่าเต็มไปด้วยเสน่หาอันอันตราย รินรดาเม้มปากที่สั่นเทา เธอรู้ดีว่าในยามนี้ ศักดิ์ศรีทั้งหมดของเธอถูกแขวนไว้บนเส้นด้ายแห่งอารมณ์ปรารถนาที่เขาก่อขึ้น แต่ทว่า... ลึก ภายในความหวาดหวั่นนั้น เธอกลับปฏิเสธไม่ได้เลยว่า หัวใจดวงนี้กำลังเต้นแรงเพื่อผู้ชายคนนี้ "คุณมัน... ปีศาจ..." เธอพึมพำด้วยน้ำเสียงที่ขาดห้วง เมื่อมือหนาเริ่มปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของเธอออกทีGละเม็ดอย่างใจเย็น "ปีศาจตนนี้แหละ ที่จะทำให้เธอไม่มีวันลืมคืนนี้ไปตลอดชีวิต..." คีรินก้มลงประทับรอยจูบซ้ำๆ ลงบนซอกคอขาวผ่อง ไล้เลียผิวเนื้อเนียนนุ่มจนเกิดเสียงครางแผ่วเบาเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากของหญิงสาว บรรยากาศในเซฟเฮาส์ไร้เสียงแห่งนี้ถูกเผาผลาญจนแทบไม่เหลือเค้าโครงเดิม ความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยเกมอำนาจและความแค้นได้ก้าวข้ามเส้นแบ่งเขตอันตรายเข้าสู่ดินแดนแห่งความเร่าร้อนที่ไม่มีวันหวนกลับ ท่ามกลางบทรักอันดุดันและลุ่มลึกที่กำลังดำเนินไปอย่างไร้การปรานี เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังขึ้นแว่วๆ จากทางเดินด้านนอกเซฟเฮาส์... เป็นเสียงฝีเท้าที่ไม่ควรจะอยู่ที่นี่ในเวลานี้ และที่สำคัญที่สุด... มันคือเสียงของคนที่ควรจะตายไปแล้วเมื่อสามปีก่อน ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความมืดมิดนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้เสียงกับเหยื่อผู้เย่อหยิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%