ความมืดภายในเซฟเฮาส์ไม่ได้น่ากลัวเท่าเงาสะท้อนในกระจกเงาบานใหญ่ ที่สะท้อนภาพของชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเข้ม—อีธาน—ผู้ชายที่ควรจะนอนจมกองเลือดอยู่ใต้ซากตึกถล่มเมื่อสามวันก่อน ทว่าตอนนี้เขากลับยืนไขว้หลังอยู่เบื้องหลังจอควบคุมหลัก รอยยิ้มเยียบเย็นและแววตาท้าทายพ่นพิษใส่คีรินผ่านแสงเรืองรองของหน้าจอคอมพิวเตอร์อย่างไม่เกรงกลัวความตาย
รินรดากลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว หัวใจดวงน้อยเต้นกระหน่ำจนแทบจะทะลุตู้ซี่โครงออกมาข้างนอก เงานั้น... ไม่เพียงแต่เป็นเครื่องยืนยันว่าระบบรักษาความปลอดภัยระดับปรมาจารย์ของคีรินถูกเจาะทะลวง แต่มันยังหมายความว่า สงครามประสาทครั้งนี้เพิ่งเริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริง
"น่าประทับใจเสียจริง..." เสียงทุ้มต่ำกังวานผ่านลำโพงไร้สายของเซฟเฮาส์ดังขึ้น ก่อนที่ร่างสูงสมส่วนของอีธานจะก้าวพ้นมุมมืดเข้ามาใกล้จอภาพมากขึ้น "ไม่คิดเลยว่าอัลฟ่าผู้ไร้พ่ายอย่างคุณคีริน จะยอมเสียเวลากักขังนกน้อยตัวนี้ไว้ในกรงทอง... หรือว่าคุณกลัวว่าเธอจะบินหนีไปหาผมกันแน่ล่ะครับ?"
คีรินไม่ได้สะท้านไหวต่อคำเย้ยหยันนั้นแม้แต่น้อย ดวงตาคมกริบสีนิลกาฬหรี่แคบลง รังสีความกดดันระดับอัลฟ่าแผ่ซ่านออกมารอบตัวจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงอย่างฉับพลัน เขาก้าวเข้าไปยืนประชิดตัวรินรดา มือหนาเอื้อมไปคว้าเอวคอดกิ่วของเธอเข้าหาตัวอย่างถือสิทธิ์ ลากดึงให้เธอแนบชิดกับแผงอกแกร่งราวกับต้องการประกาศความเป็นเจ้าของต่อหน้าศัตรูหัวใจ
รินรดาสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ พยายามจะบิดตัวหนีแต่ทว่าแขนแกร่งของคีรินกลับรัดแน่นราวกับคีมเหล็ก ลมหายใจอุ่นร้อนของเขาเป่ารดต้นคอระหงจนเธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
"คิดว่ารอดมาได้แล้วจะเก่งขึ้นงั้นเหรอ อีธาน..." คีรินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าแฝงไปด้วยความเหี้ยมเกรียมชนิดที่ทำให้คนฟังต้องขนลุกซู่ "แกก้าวเข้ามาในอาณาเขตของฉัน... เท่ากับแกเดินเข้าโลงศพด้วยตัวเอง"
"โลงศพงั้นเหรอ?" อีธานหัวเราะในลำคอ แววตาพราวระยับจ้องมองตรงมาที่รินรดาผ่านเลนส์กล้องวงจรปิดด้วยสายตาที่แทะโลมอย่างไม่ปิดบัง "ผมว่าคนที่กำลังจะตายคือคุณต่างหากคีริน... คุณมัวแต่หลงใหลในเรือนร่างและมันสมองของแม่รหัสวิทยาคนนี้ จนลืมมองไปว่า ข้อมูลรหัสผ่านทั้งหมด... ตอนนี้อยู่ในมือผมเรียบร้อยแล้ว"
นิ้วเรียวยาวของอีธานเคาะลงบนแป้นพิมพ์เบาๆ หน้าจอหลักแสดงสถานะการดาวน์โหลดไฟล์ข้อมูลลับสุดยอดขององค์กรที่พุ่งทะยานสู่ระดับเก้าสิบเปอร์เซ็นต์
รินรดาเบิกตากว้าง เธอหันขวับไปมองหน้าจอด้วยความตกตะลึง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองคีรินที่ยังคงนิ่งสงบราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทว่ากรามที่ขบเข้าหากันจนนูนเด่นชัดฟ้องชัดเจนว่าเขากำลังโกรธจัดถึงขีดสุด
"เธอทรعยฉันงั้นเหรอ รินรดา..." เสียงกระซิบพร่าต่ำดังขึ้นชิดใบหูของเธอ คีรินก้มหน้าลงต่ำจนริมฝีปากหยักลึกเกือบสัมผัสกับใบหูอุ่นของเธอ ความร้อนจากร่างกายของเขาแผดเผาผิวเนื้อเธอจนสั่นสะท้าน "ฉันให้ความอิสระกับเธอมากเกินไปสินะ... ถึงกล้าเปิดประตูต้อนรับพวกมันเข้ามาถึงเตียง"
"ฉัน... ฉันไม่ได้ทำ!" รินรดาเค้นเสียงปฏิเสธลอดไรฟัน ดวงตากลมโตฉายแวววาวด้วยความถือดีแม้จะตกเป็นรอง "ฉันถูกขังอยู่กับคุณตลอดเวลา จะเอาปัญญาที่ไหนไปส่งรหัสให้เขา... เลิกใส่ร้ายฉันสักที!"
"ปากเก่งนักนะ..." คีรินแค่นหัวเราะในลำคอ มือหนาที่โอบเอวเธออยู่เลื่อนต่ำลงมาบีบสะโพกกลมกลึงผ่านเนื้อผ้าบางเบาอย่างแรงจนเธอต้องหลุดเสียงครางฮือออกมาด้วยความเจ็บปวดและวาบหวามในคราวเดียวกัน "งั้นก็พิสูจน์ให้ฉันเห็นสิ... ว่าเธอยังเป็นของฉันคนเดียว ไม่ใช่ของไอ้สารเลวนั่น!"
บทสนทนาอันตึงเครียดแปรเปลี่ยนเป็นแรงปะทะทางอารมณ์ที่ร้อนระอุในพริบตา คีรินไม่รอให้เธอได้แก้ตัวอีกต่อไป เขากระชากร่างบางให้หันมาเผชิญหน้ากับเขาเต็มๆ ก่อนจะประกบจูบทาบทับริมฝีปากอิ่มอย่างดุดัน ไร้ซึ่งความปรานี มีแต่ความหิวกระหายและการลงทัณฑ์ที่แสนเร่าร้อน
รินรดาพยายามทุบอกแกร่งเพื่อประท้วง แต่เรียวปากที่ถูกบดขยี้อย่างหนักหน่วงกลับดูดกลืนเรี่ยวแรงของเธอจนหมดสิ้น ลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ รสจูบทั้งดิบเถื่อนและเรียกร้องทำเอาสมองของเธอขาวโพลน ร่างกายอ่อนยวบยาบจนต้องใช้แขนเรียวโอบรอบคอเขาไว้เป็นที่ยึดเหนี่ยว
ผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ยังคงเปิดคาไว้ อีธานยืนมองภาพคนทั้งคู่กำลังัวพันกันด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความริษยาและแรงปรารถนาอันบิดเบี้ยว
"หยุดแสดงความรักทุเรศๆ นั่นให้ผมดูได้แล้วคีริน..." อีธานกัดฟันกรอด น้ำเสียงเริ่มเจือด้วยความหงุดหงิด "ปล่อยผู้หญิงคนนั้นซะ แล้วเรามาเคลียร์กันในฐานะลูกผู้ชาย"
คีรินผละริมฝีปากออกจากรินรดาช้าๆ ปล่อยให้เธอยืนหอบหายใจโยนตัวด้วยความเหนื่อยอ่อนและใบหน้าที่แดงก่ำ ดวงตาคมกريบหันกลับมามองหน้าจออีกครั้ง รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นบนมุมปากหนาอย่างเหี้ยมเกรียม
"ลูกผู้ชายเหรอ?" คีรินแค่นเสียงเยาะเย้ย มือข้างหนึ่งยังคงบีบเคล้นสะโพกอิ่มของรินรดาไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก บังคับให้เธอต้องแนบชิดติดกายเขาในทุกย่างก้าว "คนอย่างแก... ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะยืนมองผู้หญิงของฉันด้วยซ้ำ อีธาน"
สิ้นคำพูดนั้น คีรินก็เอื้อมมือไปกดปุ่มปิดระบบควบคุมทั้งหมดทันที หน้าจอหลักที่ฉายภาพอีธานดับวูบลงเหลือเพียงความมืดมิด ทว่าบรรยากาศภายในห้องกลับยิ่งทวีความร้อนระอุและอึดอัดขึ้นเป็นทวีคูณ
รินรดายังคงหอบหายใจรดแผงอกแกร่ง ดวงตาคู่สวยมองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจก ก่อนจะสะดุ้งสุดตัวเมื่อมือหนาของคีรินเริ่มลูบไล้ต่ำลงไปใต้ร่มผ้า ลากสัมผัสผ่านเรียวขาเนียนนุ่มอย่างจงใจยั่วยวนและลงทัณฑ์
"ในเมื่อมันอยากได้ข้อมูลนัก..." คีรินก้มลงกระซิบชิดริมฝีปากนุ่ม น้ำเสียงแหบพร่าเต็มไปด้วยแรงปรารถนาดิบเถื่อนที่ยากจะต้านทาน "ฉันจะทำให้เธอลืมมันไปให้หมด... ว่าโลกใบนี้ยังมีผู้ชายชื่ออีธานอยู่"
ความเร่าร้อนระหว่างคนทั้งสองพุ่งทะยานถึงขีดสุด รินรดาถูกผลักเข้าหากระจกใสบานใหญ่ ความเย็นเฉียบของกระจกตัดกับความร้อนผ่าวจากร่างกายของคีรินที่ทาบทับลงมาจนเธอต้องแอ่นกายรับสัมผัสด้วยความสั่นสะท้าน มือหนาปลดกระดุมเสื้อของเธอออกทีละเม็ดอย่างใจเย็น เผยให้เห็นผิวเนียนละเอียดที่สะท้อนกับแสงไฟสลัว
ริมฝีปากร้อนจัดซุกไซร้ไปตามซอกคอขาวผ่อง ขบเม้มสร้างร่องรอยแห่งความเป็นเจ้าของจนร่างบางสะท้านเฮือก เสียงครางหวานหูหลุดลอดออกมาจากริมฝีปากที่เผยอขึ้นด้วยความเสียวซ่าน รินรดาจิกเล็บลงบนไหล่กว้างของเขาเพื่อระบายความวาบหวามที่โหมกระหน่ำเข้ามาในAอารมณ์จนแยกไม่ออกว่านี่คือการลงทัณฑ์หรือการวิงวอนขอความรัก
ทว่า... ในจังหวะที่ร่างกายนุ่มหยุ่นกำลังหลอมรวมเข้ากับความเร่าร้อนอันดุเดือดของอัลฟ่าหนุ่ม เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินระดับสีแดงก็ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งเซฟเฮาส์ พร้อมกับไฟสำรองที่ดับวูบลงเหลือเพียงความมืดมิด
คีรินชะงักกึก ดวงตาคมกريบหันขวับไปยังประตูทางเข้าห้องลับที่ถูกล็อกแน่นหนา
รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบกำลังวิ่งตรงเข้ามาใกล้... และเสียงเคาะประตูก็จดังขึ้นสามครั้ง พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำของคนแปลกหน้าที่ดังลอดเข้ามาผ่านความมืด—คนที่ต่อให้ตายคีรินก็จำได้แม่นยำ
"ยินดีต้อนรับสู่เซฟเฮาส์ของฉัน... ลูกชาย"
โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ภาคินทร์เที่ยงคืน" เสมอมานะครับ
เซฟเฮาส์ไร้เสียงกับเหยื่อผู้เย่อหยิ่ง•ตอนที่ 5
กลเกมทางสายตา
ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้เสียงกับเหยื่อผู้เย่อหยิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!