นิติเวชผู้ลบล้างเงา กับภัณฑารักษ์ไร้ชีพจร•ตอนที่ 9

รอยร้าวในหัวใจ

ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
กลิ่นฟอร์มาลินจางๆ ผสมผสานกับกลิ่นอับชื้นของกระดาษโบราณในห้องเก็บรักษาวัตถุพยานชั้นใต้ดิน ช่างเป็นกลิ่นที่อธิบายความขัดแย้งในตัวตนของคนทั้งสองคนได้ดีที่สุด เสียงโลหะกระทบกันดัง *เคร้ง* สร้างความตกใจให้ความเงียบงันในห้อง ศรุตวางเครื่องมือผ่าตัดจำลองลงบนโต๊ะสแตนเลสอย่างแรง แรงปะทะทำให้แสงไฟนีออนสีขาวโพลนสะท้อนกับใบมีดคมกริบจนเกิดประกายวาบวับ เขาหันกลับมามองหญิงสาวที่ยืนกอดอกอยู่หน้าชั้นวางคัมภีร์โบราณด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหงุดหงิดที่สะสมมานาน "คุณกำลังทำลายหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ รินรดา" น้ำเสียงของศรุตราบเรียบ เย็นชา แต่เต็มไปด้วยแรงกดดันที่เฉียบคมราวกับใบมีดผ่าตัด เขาจ้องมองเธอด้วยดวงตาสีเทาเข้มที่ว่างเปล่าแต่คุกรุ่น ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานที่กองไปด้วยเอกสารชันสูตรและภาพถ่ายรอยแผลพิลึกพิลั่นบนร่างผู้เสียชีวิต รินรดาไม่สะทกสะท้าน เธอค่อยๆ ลดมือลงจากอก หันมาเผชิญหน้ากับแพทย์นิติเวชอัจฉริยะด้วยรอยยิ้มเย็นชาที่มุมปาก ดวงตาคู่สวยของเธอนิ่งสนิทราวกับผิวน้ำในคืนเดือนมืด แฝงไว้ด้วยความดื้อรั้นที่พร้อมจะชนทุกตรรกะของเขา "หลักฐานเหรอคะศรุต? หรือว่ามันคือสิ่งที่คุณไม่อาจหาคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์มาหักล้างได้ต่างหาก" รินรดาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่บาดลึก "คุณมองรอยกรีดรูปวงกลมซ้อนทับกันสามชั้นบนศพนั้นเป็นแค่ 'รอยแผลจากของมีคม' แต่ในบันทึกใบลานยุคอยุธยาตอนปลายที่ฉันเพิ่งแปลจบเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน... มันคือ 'อักขระพันธนาการวิญญาณ' ที่ใช้พรากชีพจรของภัณฑารักษ์ก่อนเวลาอันควร!" "ไร้สาระ!" ศรุตตบโต๊ะเสียงดังสนั่น เอกสารกระจัดกระจาย "คุณเอาความงมงายของตำราโบราณมาปะปนกับคดีฆาตกรรมได้อย่างไร! ร่างกายมนุษย์ก็คือเนื้อ หนัง และกระดูก เมื่อหัวใจหยุดเต้น ออกซิเจนหมดไป กิจกรรมทางชีววิทยาเป็นอันสิ้นสุด ไม่มีวิญญาณ ไม่มีคำสาป มีแค่ร่องรอยการฆาตกรรมที่ต้องพิสูจน์ด้วยหลักฐานเชิงประจักษ์เท่านั้น!" "และคุณก็เลือกที่จะปิดตาข้างหนึ่งเพื่อปฏิเสธความจริงที่อยู่นอกเหนือตำราแพทย์แผนปัจจุบันเสมอ..." รินรดาก้าวเท้าเข้าหาเขาอย่างไม่เกรงกลัว ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงจนเหลือเพียงก้าวเดียว กลิ่นกายหอมเย็นลึกลับคล้ายดอกไม้ป่าในยามราตรีโชยปะทะนาสิกของศรุต ทำให้ลมหายใจของแพทย์หนุ่มสะดุดไปชั่วขณะ "คุณกลัวอะไรคะศรุต? กลัวว่าทฤษฎีที่คุณยึดมั่นมาตลอดชีวิตจะพังทลายลง เพราะเด็กผู้หญิงคนหนึ่งในอดีตที่คุณช่วยไว้ไม่ได้... แต่ความจริงแล้ว วิญญาณของเธอยังตามหลอกหลอนคุณอยู่ใช่ไหมล่ะคะ" คำพูดนั้นราวกับลูกศรอาบยาพิษที่พุ่งตรงเข้าปักกลางใจดำของศรุต ดวงตาสีเทาเข้มเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย กล้ามเนื้อกรามขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนแทบเยือกแข็ง ความโกรธเกรี้ยวพุ่งพล่านขึ้นมาผสมผสานกับความรู้สึกเจ็บแปลบที่ถูกจี้จุดอ่อนในวัยเด็ก เขาก้าวประชิดตัวเธออย่างรวดเร็ว ใช้ความสูงที่ได้เปรียบกดดันจนหลังของรินรดาเกือบชิดติดกับชั้นวางหนังสือโบราณ มือหนาเอื้อมไปควับเข้าที่ขอบชั้นเหนือศีรษะของเธอ กักตัวเธอไว้ในพื้นที่แคบๆ ระหว่างร่างกายของเขาและชั้นหนังสือ ดวงตาทั้งคู่ประสานกันอย่างดุเดือด ไม่มีใครยอมหลบสายตา "อย่าล้ำเส้น รินรดา" เสียงกระซิบของศรุตต่ำลึกและอันตราย มันสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความโกรธที่ถูกควบคุมไว้ภายใต้กรอบของความเป็นมืออาชีพ "เรื่องในอดีต... มันไม่เกี่ยวกับคดีนี้ และมันไม่มีอยู่จริง" "ถ้ามันไม่มีอยู่จริง ทำไมชีพจรของคุณถึงเต้นเร็วขนาดนี้ล่ะคะตอนที่อยู่ใกล้ฉัน..." รินรดาเอ่ยเสียงแผ่วเบา รอยยิ้มท้าทายยังคงประดับอยู่บนเรียวปากสวย เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาที่ซ่อนความร้าวรานของเขา มือเรียวเล็กข้างหนึ่งยกขึ้นแตะเบาๆ ที่ปกเสื้อกาวน์สีขาวของเขา นิ้วเรียวยาวไล้ผ่านเนื้อผ้าลงมาหยุดอยู่ที่ตำแหน่งเหนือหัวใจของเขาพอดี "คุณสัมผัสมันได้ไหมคะศรุต... หัวใจที่ไร้ชีพจรของฉัน กับหัวใจที่กำลังสั่นคลอนของคุณ เราสองคนต่างก็มีความลับที่ซ่อนไว้ใต้ซากศพไม่ใช่เหรอคะ" สัมผัสนั้นราวกับกระแสไฟฟ้าแรงสูงที่แล่นพล่านไปทั่วร่าง ศรุตชะงักค้าง ปลายจมูกของเขากลิ่นหอมจากตัวเธอยิ่งเด่นชัดขึ้นในระยะประชิดนี้ เคมีอันตรายระหว่างนักวิทยาศาสตร์ผู้ยึดมั่นในตรรกะกับภัณฑารักษ์ผู้มีสายสัมพันธ์กับความตายกำลังระอุขึ้นจนถึงขีดสุด ทั้งสองฝ่ายต่างรู้ดีว่าความใกล้ชิดนี้มันเกินเลยเส้นแบ่งของคำว่าเพื่อนร่วมงานไปไกลลิบลิ่วแล้ว แต่มันคือแรงดึงดูดประหลาดที่ไม่อาจปฏิเสธได้ ราวกับขั้วบวกและขั้วลบที่ถูกบังคับให้เข้าหากันด้วยแรงโน้มถ่วงแห่งความมืดมืด ศรุตจ้องมองริมฝีปากที่กำลังยิ้มเยาะของเธอ ความคิดในหัวตีรวนกันยุ่งเหยิง เขาอยากจะผลักเธอออกไปให้พ้นทางความฟุ้งซ่านนี้ แต่อีกใจหนึ่ง... กลับอยากจะทำลายกำแพงความเย่อหยิ่งของเธอลงด้วยจุมพิตที่ดุดันและร้อนแรง ทว่า... ก่อนที่ริมฝีปากของทั้งคู่จะได้ขยับเข้าใกล้กันมากกว่านั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงกุญแจกระทบกันก็ดังแว่วมาจากทางบันไดทางเข้าห้องใต้ดิน เสียงนั้นก้าวเข้ามาใกล้ด้วยจังหวะที่สม่ำเสมอจนน่าขนลุก *กริ๊ก... แกร็ก...* ทั้งศรุตและรินรดาผละออกจากกันอย่างรวดเร็วโดยสัญชาตญาณ ศรุตรี2ตัวถอยหลังกลับไปตั้งหลักที่โต๊ะทำงาน ขณะที่รินรดาแสร้งทำเป็นหยิบคัมภีร์ใบลานเล่มเดิมขึ้นมาเปิดอ่านอย่างสงบ ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อครู่นี้ แสงไฟฉายสาดส่องลอดผ่านช่องประตูเหล็กดัดเข้ามา ก่อนที่เงาร่างสูงโปร่งของใครคนหนึ่งจะปรากฏขึ้นที่กรอบประตู รอยยิ้มอ่อนโยนที่เป็นเอกลักษณ์ปรากฏบนใบหน้าคมคายนั้น พร้อมกับเสียงทุ้มนุ่มที่เอמהทักทายขึ้นท่ามกลางความเงียบ "ดูเหมือนผมจะมาขัดจังหวะการ 'ชันสูตร' รอบดึกของพวกคุณหรือเปล่าครับ..." ดร.อคินก้าวเข้ามาในห้อง กลิ่นหอมจางๆ ของชาเอิร์ลเกรย์ลอยมาแตะจมูก เขากวาดสายตามองศรุตที่ยืนหายใจหอบเล็กน้อย และรินรดาที่ใบหน้ายังคงมีร่องรอยความแดงระเรื่อจากการปะทะอารมณ์เมื่อครู่ แววตาหลังกรอบแว่นสายตาของอคินทอประกายลี้ลับบางอย่างที่อ่านไม่ออก "ดร.อคิน? คุณลงมาทำอะไรที่นี่เวลานี้" ศรุตขมวดคิ้วถามด้วยความระแวง น้ำเสียงกลับคืนสู่ความเย็นชาอย่างรวดเร็ว อคินยกแฟ้มเอกสารเก่าคร่ำครึในมือขึ้นมาให้ทั้งสองคนเห็น รอยยิ้มบนมุมปากของเขายกสูงขึ้นเล็กน้อยอย่างมีความหมาย ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของศรุตเย็นเฉียบลงทันที "ผมไม่ได้ตั้งใจจะมารบกวนหรอกครับ... พอดีผมบังเอิญเจอ 'บันทึกการชันสูตรฉบับจริง' ของเหยื่อรายแรกเมื่อสิบปีก่อน ที่ถูกซ่อนไว้ในห้องทำงานของอาจารย์ใหญ่... และบังเอิญว่า... ลายมือชื่อผู้เซ็นรับรองการตายในนั้น ไม่ใช่ชื่อของแพทย์นิติเวชคนอื่นเลย... แต่เป็นชื่อของคุณเองครับ ศรุต" *** ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในความมืดมิดนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ - **เงาจันทราลี้ลับ**
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชผู้ลบล้างเงา กับภัณฑารักษ์ไร้ชีพจร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%