กลิ่นคาวสนิมเหล็กและกลิ่นอับชื้นของโกดังร้างยังคงติดตรึงอยู่ที่ปลายจسประสาท ราวกับเงาของความตายเพิ่งผ่านพ้นไปเมื่อไม่กี่นาที
ศรุตใช้มือข้างหนึ่งปลดกระดุมเสื้อกาวน์สีขาวที่เปรอะเปื้อนคราบเขม่าควันและรอยเปื้อนสีคล้ำออกอย่างเชื่องช้า นิ้วเรียวยาวที่มักจะมั่นคงยามถือใบมีดผ่าตัด กลับสั่นเทาเล็กน้อยโดยที่เจ้าตัวไม่ยอมปริปากบ่น ปลายเสื้อกาวน์ยับยู่ยี่สะท้อนความอลหม่านของเหตุการณ์เฉียดตายเมื่อครู่ ขณะที่รินรดานั่งอยู่บนลังไม้เก่าๆ ห่างออกไปไม่ไกลนัก ร่างบางในชุดภัณฑารักษ์กึ่งทางการไหวสะท้านเล็กน้อยตามจังหวะการหายใจเข้าออกที่ยังไม่เป็นปกติ
ไม่มีคำถามว่า *‘คุณเป็นอย่างไรบ้าง?’* หลุดออกมาจากปากของแพทย์นิติเวชผู้เคร่งครัดในตรรกะ
ศรุตเลือกที่จะก้าวเข้าไปใกล้ หยิบขวดน้ำแร่ที่เปิดฝาแล้วยื่นให้เธอเงียบๆ สายตาสีเทาเข้มภายใต้กรอบแว่นโลหะกวาดสำรวจร่องรอยฟกช้ำตามลำแขนเรียวของเธออย่างรวดเร็ว—สัญชาตญาณความเป็นแพทย์ทำงานเร็วกว่าความคิด เช่นเดียวกับความรู้สึกบางอย่างที่พยายามกดทับมันไว้ใต้เกราะแห่งเหตุผล
รินรดารับขวดน้ำนั้นมา ปลายนิ้วเย็นเฉียบของเธอสัมผัสโดนปลายนิ้วของเขาโดยบังเอิญ ความเย็นยะเยือกนั้นคล้ายกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ ที่วิ่งพล่านไปทั่วสันหลัง ทำให้ศรุตต้องเป็นฝ่ายชักมือกลับก่อนอย่างเนียนตา
"ขอบคุณค่ะ... สำหรับการตัดสินใจที่เสี่ยงเกินหน้าทีมนิติเวช" เสียงของรินรดารabเบาหวิวแต่แฝงด้วยความเย้ยหยันจางๆ เธอดื่มน้ำอึกใหญ่เพื่อกดความตื่นตระหนกในอกลงไป "ถ้าคุณพลาดไปแค่วินาทีเดียว ศพในโต๊ะชันสูตรคืนนี้คงไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นพวกเราสองคน"
"ผมไม่ได้เสี่ยงด้วยอารมณ์" ศรุตตอบเสียงเรียบ นัยน์ตาคมกริบจ้องลึกลงไปในดวงตาคู่สวยที่ฉายแววดื้อรั้นไม่ยอมแพ้ "ผมคำนวณวิถีการปะทะและโครงสร้างเหล็กที่ทรุดตัวแล้ว โอกาสรอดคือเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์... เว้นแต่ว่าคุณจะตื่นตระหนกจนวิ่งไปผิดทาง"
"ฉันไม่ใช่เด็กๆ ที่ต้องให้คุณมาบรรยายสถิติความปลอดภัยนะคะ, คุณศรุต" รินรดาลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว ความสูงที่ไล่เลี่ยกันทำให้เธอต้องแหงนหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อสบตาเขา แววตาของภัณฑารักษ์สาววาวโรจน์ด้วยความท้าทายที่ปะปนกับความเปราะบาง "บางครั้ง... โลกนี้ก็มีเรื่องที่ตรรกะเย็นชาของคุณคำนวณไม่ถึง เช่น แรงผลักดันของความตาย หรือแม้แต่... สัมผัสที่เตือนภัยล่วงหน้า"
ศรุตไม่ถอยหลัง เขาก้าวเข้ามาประชิดอีกครึ่งก้าว จนกลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ป่าผสมกับกลิ่นอุ่นๆ เฉพาะตัวของเธอลอยเข้ามาแตะนาสิก ท่ามกลางความเงียบงันของโกดังที่เหลือเพียงเสียงหยดน้ำจากหลังคารั่วและเสียงลมหายใจที่สอดประสานกันอย่างน่าประหลาด
ระยะห่างที่ลดลงทำให้บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความตึงเครียดจากการเผชิญหน้ากับฆาตกรและซากปรักหักพังเมื่อครู่ ถูกแทนที่ด้วยแรงดึงดูดอันตรายที่ไร้ชื่อเสียงเรียงนาม
"คุณหมายถึงสัมผัสที่ทำให้คุณเห็นภาพนิมิตก่อนที่โกดังนี้จะถล่มอย่างนั้นหรือ?" ศรุตกระซิบถาม เสียงของเขาต่ำทุ้งและใกล้ชิดจนเกือบชิดริมฝีปากของเธอ "รินรดา... วิทยาศาสตร์พิสูจน์แล้วว่าสมองมนุษย์สามารถประมวลผลข้อมูลรอบตัวด้วยความเร็วสูงจนแสดงผลออกมาเป็นความรู้สึกสังหรณ์ใจ แต่มันไม่ใช่เวทมนตร์ และไม่ใช่สิ่งที่คุณจะเอาชีวิตมาแขวนไว้บนเส้นด้ายแบบนั้น"
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น เธอกล้าสบตาเขา ไม่ยอมหลบสายตาคมคลาวนั้นแม้แต่น้อย แม้ว่าหัวใจในอกจะเต้นรัวเร็วจนผิดจังหวะ—ไม่ใช่เพราะความกลัวจากเหตุการณ์เฉียดตาย แต่เป็นเพราะความใกล้ชิดที่กำลังล,ะลายกำแพงป้องกันตัวที่เธอสร้างมาตลอดชีวิต
"ถ้ามันเป็นแค่การประมวลผลของสมอง... แล้วทำไมตอนที่คุณดึงฉันหลบเศษคานเหล็กที่ร่วงลงมาเมื่อกี้ มือของคุณถึงสั่นล่ะคะ?"
คำถามนั้นเฉียบคมราวกับใบมีดผ่าตัดของเขาเอง ศรุตชะงักไปชั่วขณะ นัยน์ตาสีเทาเข้มไหววูบลงครู่หนึ่งก่อนจะกลับมาเรียบเฉยดังเดิม แต่ความเงียบที่ยาวนานเกินไปนั้นคือคำตอบที่ชัดเจนยิ่งกว่าคำพูดใดๆ
รินรดายื่นมือข้างหนึ่งขึ้นสัมผัสเบาๆ ที่ปกเสื้อกาวน์ยับเยินของเขา ปลายนิ้วที่เย็นเฉียบลากผ่านเนื้อผ้าหนาตรงตำแหน่งหน้าอกซ้าย สัมผัสได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจของแพทย์หนุ่มที่กำลังรัวเร็วและหนักหน่วงไม่แพ้ของเธอ
"คุณเก่งกาจในการชำแหละความตาย... แต่คุณไม่รู้วิธีจัดการกับความรู้สึกที่ยังมีชีวิตอยู่เลยใช่ไหมคะ, ศรุต"
ศรุตไม่ได้ปัดมือเธอออก นัยน์ตาคู่คมทอดมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะจำแนกออกเป็นหมวดหมู่ ภายใต้ภาพลักษณ์นักวิทยาศาสตร์ผู้ไร้หัวใจ เลือดในกายของเขากลับกำลังเดือดพล่านด้วยแรงกระตุ้นดิบเถื่อนที่ขัดแย้งกับหลักการทั้งหมดที่เขายึดถือ มือหนาเอื้อมไปแตะที่ข้อมือเรียวของเธออย่างแผ่วเบา เป็นการห้ามปรามที่ไร้ซึ่งความเด็ดขาด และเต็มไปด้วยความโหยหาที่ถูกกักเก็บไว้ใต้ชั้นน้ำแข็งมาเนิ่นนาน
เขากำลังจะโน้มใบหน้าลงไปใกล้กว่าเดิม—ใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกัน
*กรอบแกรบ...*
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ดังแว่วมาจากมุมมืดของโกดังร้าง ด้านหลังกองลังไม้สูงทึบ ทำลายบรรยากาศอันเร่าร้อนและเปราะบางนั้นลงในเสี้ยววินาที
ศรุตดึงสติกลับมาอย่างรวดเร็ว สัญชาตญาณนักสืบสวนและแพทย์นิติเวชตื่นตัวเต็มพิกัด เขาดึงรินรดามาหลบไว้ด้านหลังลำตัวโดยอัตโนมัติ พร้อมกับที่มือขวาเอื้อมไปหยิบScalpel (มีดผ่าตัดด้ามเล็กแต้มคมกริบ) ออกมาจากกระเป๋าเสื้อกาวน์อย่างเงียบเชียบ
ความมืดเบื้องหน้าเริ่มเคลื่อนไหว เงาร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีเข้มก้าวออกมาจากมุมอับ สายตาสองคู่ประสานกันในความสลัว
ไม่ใช่โจร ไม่ใช่ตำรวจ... และไม่ใช่ลูกน้องของดร.อคิน
บุคคลที่ก้าวออกมาคือชายวัยกลางคนสวมแว่นตากลมหนาเตอะ ใบหน้าเรียบเฉยไร้อารมณ์ ในมือข้างหนึ่งถือสมุดบันทึกปกหนังสีดำเก่าคร่ำคร่าที่เปื้อนคราบสีแดงเข้ม—สมุดบันทึกประจำตัวของเหยื่อรายแรกในคดีพิธีกรรมโบราณที่ควรจะหายสาบสูญไปตั้งแต่สัปดาห์ก่อน
ชายคนนั้นยกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อย ส่งรอยยิ้มเย็นเยียบที่ทำให้ศรุตต้องหรี่ตาลงด้วยความระแวงสูงสุด
"พวกคุณหาหลักฐานชิ้นนี้อยู่หรือเปล่าครับ... คุณหมอศรุต?" เสียงแหบพร่าเอ่ยทักทาย ก่อนที่เขาจะโยนสมุดบันทึกเล่มนั้นลงบนพื้นตรงหน้าพวกเขาทั้งสอง รอยเลือดสดๆ ที่ซึมออกมาจากสันปกยังคงเปียกชื้น และกลิ่นอลาบาสเตอร์จางๆ ที่ลอยมากับตัวผู้มาเยือน ก็ทำให้ศรุตตระหนักได้ทันทีว่า... เกมการไลล่านี้เพิ่งเริ่มต้นขึ้นในระดับที่อันตรายกว่าเดิมหลายร้อยเท่า
---
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในความมืดมิดนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ - **เงาจันทราลี้ลับ**
นิติเวชผู้ลบล้างเงา กับภัณฑารักษ์ไร้ชีพจร•ตอนที่ 10
จังหวะหัวใจที่เต้นผิดจังหวะ
ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชผู้ลบล้างเงา กับภัณฑารักษ์ไร้ชีพจร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!