นิติเวชผู้ลบล้างเงา กับภัณฑารักษ์ไร้ชีพจร•ตอนที่ 7

จุดร่วมที่มองไม่เห็น

ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
เศษกระจกชิ้นเล็กเท่าเล็บนิ้วก้อยยังคงสะท้อนแสงไฟนีออนสีนวลจากเพดานห้องชันสูตร มันปักอยู่บนกรอบไม้สักทองของภาพถ่ายโบราณยุค ร.5 ที่รินรดากำลังถืออยู่ ลมหายใจของเธออุ่นร้อนและขาดช่วงเล็กน้อย แต่แววตาหลังกรอบแว่นทรงเหลี่ยมกลับนิ่งสนิท—นิ่งจนน่ากลัวสำหรับผู้หญิงที่เพิ่งเผชิญหน้ากับความผิดปกติทางกายภาพ ศรุตไม่ขยับเขยื้อน ร่างสูงในชุดกราวน์สีขาวยืนห่างจากเธอเพียงไม่ถึงคืบ กลิ่นน้ำยาฟอร์มาลีนและกลิ่นหอมจางๆ คล้ายดอกการ์ดิเนียจากตัวเธอลอยวนอยู่ในพื้นที่จำกัดระหว่างเขากับเธอ เป็นความใกล้ชิดที่ไม่ได้เกิดจากความเสน่หา หากแต่ถูกบีบอัดด้วยแรงโน้มถ่วงแห่งความตายและปริศนาที่วิทยาศาสตร์ปฏิเสธจะอธิบาย "คุณแน่ใจแค่ไหน..." ศรุตเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำเรียบสนิทจนเกือบเป็นกระซิบ แต่แฝงไว้ด้วยอำนาจของการกดดันทางตรรกะ "ว่านั่นคือภาพถ่ายที่เพิ่งถูกถ่ายในห้องนี้... ไม่ใช่ภาพซ้อนทับจากฟิล์มกระจกเก่าที่มีการอัดซ้ำซ้อนตามกระบวนการทางเคมี" รินรดาลดมือลงช้าๆ ปลายนิ้วเรียวยาวของเธอแตะลงบนพื้นผิวกระจกที่แตกละเอียดโดยไม่กลัวบาด เธอมองหน้าแพทย์นิติเวชผู้ยึดติดกับหลักฐานเชิงประจักษ์ด้วยรอยยิ้มบางเบาที่มุมปาก—รอยยิ้มที่ไม่ได้สื่อถึงความขบขัน หากแต่เป็นการเย้ยหยันความเย่อหยิ่งของมนุษย์ผู้ปฏิเสธสิ่งเหนือธรรมชาติ "แพทย์นิติเวชศรุตผู้ไม่เคยเชื่อสิ่งใดนอกเหนือจากมีดผ่าศพและผลตรวจแล็บ..." รินรดากล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมทุกพยางค์ "คุณกำลังพยายามหาเหตุผลทางวิทยาศาสตร์มาอุดรูรั่วของความจริงที่ว่า... 'เงา' ในกระจกเมื่อครู่ มันขยับเร็กว่าตัวดิฉันครึ่งวินาทีนะคะ" ความเงียบเข้าปกคลุมห้องชันสูตรชั่วขณะ มีเพียงเสียงฮัมเบาๆ ของตู้แช่ศพด้านหลังที่ทำหน้าที่รักษาอุณหภูมิของความตาย ศรุตไม่ตอบโต้ทันที ดวงตาสีเทาเข้มภายใต้กรอบแว่นโลหะจ้องมองลึกลงไปในดวงตาคู่สวยของภัณฑารักษ์สาว เขากำลังวิเคราะห์เธอ—ไม่ใช่ในฐานะฆาตกรหรือผู้ต้องสงสัย แต่ในฐานะตัวแปรที่สมการตรรกะของเขาไม่เคยคำนวณเผื่อไว้ ในโลกของศรุต ศพทุกศพมีความจริง ความจริงที่ถูกบันทึกไว้ด้วยรอยฟกช้ำ สารพิษในกระแสเลือด หรือร่องรอยการฉีกขาดของเนื้อเยื่อ แต่รinรดาไม่ใช่ศพ เธอยังมีชีวิต ชีพจรของเธอยังเต้นอยู่ใต้ผิวเนื้ออุ่นๆ นั้น และนั่นคือสิ่งที่อันตรายที่สุด—ความมีชีวิตชีวาที่เชื่อมโยงกับโลกหลังความตายอย่างแนบแน่น "ถ้าสิ่งที่คุณพูดเป็นจริง..." ศรุตขยับตัวเข้าใกล้เธออีกนิด จนรินรดาต้องเงยหน้าขึ้นสบตาเขา "มันหมายความว่าเรากำลังถูกจับตามอง หรือไม่... ก็กำลังมีใครบางคนใช้พิธีกรรมโบราณบางอย่างเพื่อดึงอดีตเข้ามาทับซ้อนกับปัจจุบัน ซึ่งในกรณีหลังนี้ ผมเกรงว่ามันจะอยู่นอกเหนือขอบเขตงานของคุณและผม" "คุณกำลังกลัวหรือคะ ดร.ศรุต?" รินรดาเอียงคอมองเล็กน้อย เส้นผมสีดำสนิทที่รวบไว้หลุดลุ่ยลงมาเคลียข้างแก้มเนียน ขับเน้นให้ใบหน้าคมคายนั้นดูเย้ายวนใจในความมืดสลัวของห้อง "ดิฉันนึกว่าคุณไม่รู้จักคำว่ากลัวเสียอีก เห็นก้มหน้าก้มตาผ่าศพเน่าเฟะมานับร้อยศพโดยไม่เคยกระพริบตา" "ผมไม่ได้กลัว..." ศรุตตอบเสียงต่ำ ดวงตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากที่กำลังแย้มยิ้มเยาะของเธอก่อนจะเลื่อนกลับขึ้นมาสบตา "ผมแค่รังเกียจความไร้ประสิทธิภาพของความงมงาย... และถ้าคุณยังยืนยันจะดึงผมลงไปในวังวนของประวัติศาสตร์เลือดนั่น ผมเกรงว่าเราต้องตกลงกติกากันใหม่" รินรดากะพริบตาช้าๆ เธอยังคงถือภาพถ่ายโบราณนั้นไว้แน่น "กติกากะไรคะ?" "หนึ่ง—ห้ามปิดบังข้อมูลใดๆ ที่คุณรู้ แม้ว่ามันจะเป็นเรื่อง 'สัมผัสพิเศษ' ที่พิสูจน์ไม่ได้ก็ตาม สอง—ทุกข้อสันนิษฐานของคุณต้องผ่านการทดสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ของผมก่อนจะนำไปใช้ และสาม..." ศรุตหยุดพูดไปชั่วครู่ สายตาคมปลาบกวาดสำรวจเรือนร่างระหงในชุดสูททำงานเข้ารูปที่ดูเคร่งขรึมแต่กลับดึงดูดสายตาอย่างประหลาด "...อยู่ใกล้ผมในระยะที่ผมมองเห็น ตราบใดที่เรายังอยู่ในคดีนี้" รินรดานิ่งอึ้งไปเล็กน้อยกับเงื่อนไขข้อสุดท้าย หัวใจที่เต้นเป็นจังหวะปกติมาตลอดเริ่มรัวเร็วกระชั้นขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะประกายไฟบางอย่างในแววตาสีเทาคู่นั้น—ประกายไฟของนักล่าที่พร้อมจะขย้ำความลับของเธอให้แหลกคราบ แต่ในขณะเดียวกันก็ให้ความรู้สึกปลอดภัยอย่างประหลาดท่ามกลางความมืดมิดที่รายล้อม "ข้อสุดท้ายนี่..." รินรดาหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่เจือด้วยความท้าทาย "ฟังดูเหมือนคำสั่งมากกว่าข้อตกลงนะคะ นิติเวชผู้เย็นชา" "มันคือทั้งสองอย่างครับ... อ้อ ขอโทษที ดิฉันหมายถึง 'ค่ะ'" ศรุตเผลอหลุดมุมปากยิ้มเยาะออกมานิดหน่อย เป็นรอยยิ้มหายากที่ทำให้ใบหน้าเคร่งขรึมของเขามีเสน่ห์ขึ้นมาอย่างร้ายกาจ "ผมชินกับการออกคำสั่งกับคนตาย จนเกือบลืมไปว่าคนเป็นอย่างคุณ... ดื้อรั้นกว่าศพในห้องเย็นพวกนั้นมากนัก" รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น เธอยอมรับในใจลึกๆ ว่าความเฉียบคมและเยือกเย็นของแพทย์นิติเวชผู้นี้ คือสิ่งที่เธอขาดหายไปเพื่อถ่วงดุลกับพลังงานประหลาดที่เธอแบกรับไว้ การร่วมมือกันอย่างเป็นทางการครั้งนี้—ระหว่างวิทยาศาสตร์ที่ไร้หัวใจกับประวัติศาสตร์ที่มีชีวิต—อาจเป็นทางเดียวที่จะหยุดยั้งเงาปริศนาที่กำลังคืบคลานเข้ามา "ตกลงค่ะ..." รินรดายื่นมือเรียวออกไปเบื้องหน้า "เรามาร่วมมือกัน... ดร.ศรุต" ศรุตมองมือเรียวนั้นชั่วครู่ ก่อนจะยื่นมือหนาของเขาไปสัมผัสตอบ การจับมือกันไม่ได้อบอุ่นแต่มันเต็มไปด้วยกระแสพลังงานบางอย่างที่ประทะกันรุนแรง เหมือนสารเคมีสองตัวที่ต่างขั้วแต่เมื่อทำปฏิกิริยากันแล้วกลับหลอมรวมเป็นเนื้อเดียว ทว่า ในวินาทีที่ปลายนิ้วของทั้งคู่สัมผัสกันสนิท เสียงก๊อกแก๊กแผ่วเบาก็ลอยมาจากมุมมืดสุดของห้องชันสูตร—มุมที่เป็นชั้นเก็บอุปกรณ์ผ่าศพเก่าและตู้เก็บสารเคมีที่ไม่ได้ใช้งาน ทั้งคู่ชะงัก รินรดาหันขวับไปมองความมืดเบื้องหน้าทันที ขณะที่มืออีกข้างของศรุตเอื้อมไปหยิบสเกลัลpelpel (มีดผ่าตัดสแตนเลส) บนถาดเครื่องมืออย่างรวดเร็วด้วยสัญชาตญาณดิบของนักล่า "ใคร..." ศรุตเอ่ยเสียงต่ำ ร่างกายตึงเกร็งพร้อมปะทะ ไม่มีเสียงตอบรับจากมุมมืดนั้น มีเพียงเงาทอดยาวของใครบางคนทาบทับลงบนพื้นกระเบื้องสีขาวสะอาด เงานั้นไม่ได้มีแค่ร่างเดียว แต่มันแยกออกเป็นสามร่าง—ร่างหนึ่งถือคัมภีร์โบราณ อีกร่างถือคีมหนีบเหล็กขึ้นสนิม และร่างตรงกลาง... กำลังยกมือขึ้นช้าๆ ท่ามกลางความมืดมิด รินรดาสูดหายใจเข้าลึก, ความเย็นยะเยือกแล่นพล่านจากปลายนิ้วเท้าขึ้นสู่สันหลังเมื่อเธอมองเห็นใบหน้าของเงาร่างตรงกลางชัดเจนผ่านแสงไฟนีออนที่กะพริบถี่ๆ "นั่น... ไม่ใช่เงาของคนเป็น..." เสียงกระซิบของรินรดาสั่นพร่าด้วยความตกตะลึงระคนหวาดผวา "และคนที่ยืนอยู่ตรงนั้น... คือ ดร.อคิน ที่ควรจะเสียชีวิตในกองเพลิงเมื่อสามวันก่อนค่ะ!" —--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันดำมืดนี้ร่วมกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ — **เงาจันทราลี้ลับ**
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชผู้ลบล้างเงา กับภัณฑารักษ์ไร้ชีพจร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%