นิติเวชผู้ลบล้างเงา กับภัณฑารักษ์ไร้ชีพจร•ตอนที่ 2

ภาษาที่ตายแล้ว

ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
กลิ่นอายฟอร์มาลินเข้มข้นลอยอวลผสมผสานกับความเย็นยะเยือกของเครื่องปรับอากาศในห้องผ่าศพ ดร.อคินก้าวเข้ามาในแสงไฟสีส้มสลัวราวกับผู้ล่าที่กำลังเดินสำรวจอาณาเขตของตนเอง รอยยิ้มที่มุมปากของเขาไม่ได้ไปถึงดวงตาคู่คมที่ซ่อนอยู่หลังกรอบแว่นสายตาเลยแม้แต่น้อย มันเป็นรอยยิ้มที่เคลือบไว้ด้วยความลับและความเย่อหยิ่งของคนที่รู้ความจริงก่อนใคร "ดร.อคิน..." ศรุตเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบสนทนา แต่สันกรามที่ขบเข้าหากันจนนูนเด่นบ่งบอกถึงความระแวงระวัง แพทย์นิติเวชหนุ่มก้าวเท้าขวางระหว่างร่างไร้ชีพจรบนเตียงสแตนเลสกับผู้มาเยือนโดยสัญชาตญาณ "คุณมาทำอะไรที่นี่ ในเวลาวิกาลเช่นนี้ และที่สำคัญ... คุณรู้ได้อย่างไรว่าเรากำลังทำคดีอะไรอยู่" อคินหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุบทำลายความเงียบงันของห้องดับจิตจนเกิดเสียงสะท้อน เขายกมือขึ้นจัดปกเสื้อสูทอย่างใจเย็น สายตากวาดมองคราบเลือดและเครื่องมือผ่าศพราวกับมันเป็นงานศิลปะชิ้นเอก "โลกของพวกเรามันแคบกว่าที่คุณคิดนะคะ หมอศรุต" อคินตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่แฝงไว้ด้วยแรงกดดันทางจิตวิทยา "ศพที่อยู่ตรงหน้าคุณ... ไม่ได้พูดภาษาที่กฎหมายรู้จักหรอกค่ะ เขากำลังพูดภาษาที่ถูกฝังกลบไปพร้อมกับอารยธรรมที่สาบสูญ และบังเอิญว่า... ดิฉัน... เอ๊ย ผมหมายถึงตัวผมเอง เป็นเพียงคนเดียวในสถาบันนี้ที่จะแปลมันออก" ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดจนแทบจะหยดเป็นเลือด บานประตูห้องชันสูตรก็ถูกผลักเปิดออกอีกครั้งอย่างกะทันหัน ร่างโปร่งในชุดเสื้อโค้ทกันหนาวสีเข้มของรินรดาปรากฏขึ้น เธอหอบหายใจเล็กน้อยจากการเร่งรีบเดินทาง ฝ่ามือเรียวบางกำสายกระเป๋าเอกสารแน่น ดวงตากลมโตคู่สวยกวาดมองสถานการณ์ภายในห้องด้วยความเฉียบคมทันทีที่ก้าวเข้ามา รินรดาชะงักไปชั่วครู่เมื่อเห็นร่างของอคินยืนอยู่เคียงข้างศรุต แววตาของเธอไหววับด้วยความรู้สึกซับซ้อนที่ยากจะคาดเดา—มีความตกใจระคนความหวาดกลัวจางๆ แต่ถูกเก็บกดไว้ภายใต้ภาพลักษณ์ของภัณฑารักษ์สาวผู้เยือกเย็นอย่างรวดเร็ว "ฉันมาตามที่คุณศรุตเรียกตัวค่ะ" รินรดาเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบ เธอเดินตรงเข้ามาโดยไม่หลบสายตาคมกริบของอคินแม้แต่น้อย "หวังว่าฉันคงไม่ได้มาขัดจังหวะการสนทนาอันเป็นส่วนตัวนะคะ" ศรุตหันไปมองรินรดา แววตาที่เคยแข็งกระด้างและเต็มไปด้วยตรรกะทางวิทยาศาสตร์อ่อนลงชั่วเสี้ยววินาที เขารู้ดีว่าการดึงเธอมาร่วมในคดีนี้หมายถึงการดึงเธอก้าวเข้าสู่เขตอันตรายที่มองไม่เห็น แต่เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่น รอยสักบนผิวหนังของศพผู้ชายคนนั้นไม่ใช่รอยสักธรรมดา มันคือสัญลักษณ์ทางมานุษยวิทยาที่ไร้คำอธิบายในตำราแพทย์แผนปัจจุบัน "คุณมาทันเวลาพอดีครับ... เอ่อ คุณรินรดา" ศรุตผายมือไปยังเตียงผ่าศพ "ผมต้องการให้คุณดูนี่หน่อย" รินรดาเดินเข้าไปใกล้เตียงสแตนเลส กลิ่นคาวเลือดและสารเคมีเตะจมูกทันทีที่เข้าใกล้ ร่างไร้วิญญาณของผู้ชายวัยกลางคนนอนแน่นิ่ง ผิวหนังซีดเซียว แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาของเธอไม่ใช่บาดแผลฉกรรจ์บนหน้าอก หากแต่เป็นรอยแผลเป็นนูนต่ำที่ถูกกรีดทับลงบนผิวหนังเป็นลวดลายเรขาคณิตโบราณ บริเวณไหปลาร้าลากยาวลงมาถึงหน้าท้อง ทันทีที่ปลายนิ้วเรียวของรินรดาเกือบจะสัมผัสลงบนขอบรอยแผลนั้น อุณหภูมิรอบตัวเธอก็ลดฮวบลงอย่างฉับพลัน ภาพหลอนบางอย่างแวบเข้ามาในหัวสมอง—เสียงกระซิบในความมืด กลิ่นธูปโบราณ และความรู้สึกเจ็บปวดราวกับถูกกรีดเนื้อด้วยมีดหินทื่อๆ เธอสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นสัมผัสพิเศษที่พยายามจะปะทุออกมา "มันไม่ใช่รอยสัก" เสียงของรินรดาสั่นพร่าเล็กน้อยแต่หนักแน่น เธอจ้องมองลวดลายนั้นด้วยความหลงใหลและหวาดกลัวในเวลาเดียวกัน "มันคือ 'รอยจาร'... ภาษาตระกูลแอสซีเรียนโบราณที่สูญหายไปเมื่อสามพันปีก่อน เป็นภาษาที่ใช้จารึกคำสาปแช่งบนร่างของเครื่องสังเวย" อคินก้าวเข้ามาใกล้รินรดา ชายหนุ่มโน้มตัวลงกระซิบข้างใบหูของเธอด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความเย้ายวนอันตราย "ฉลาดมากค่ะ คุณรินรดา... แต่คุณรู้ไหมคะว่าภาษาที่ตายแล้วเหล่านี้ เมื่อถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้งบนร่างของคนที่ยังมีชีวิตอยู่ มันไม่ได้มีไว้เพื่อบันทึกอดีต แต่มันมีไว้เพื่อ 'เรียกหา' ใครบางคน" ศรุตขยับตัวเข้ามาขวางระหว่างทั้งสองคนทันที ความรู้สึกไม่พอใจพุ่งพล่านขึ้นในอกอย่างไม่มีเหตุผล เขาไม่ชอบรอยยิ้มที่อคินใช้มองรินรดา และยิ่งไม่ชอบแววตาคู่นั้นที่ดูเหมือนจะล่วงล้ำเข้าไปในจิตใจของเธอได้ "ถอยไป ดร.อคิน" ศรุตเอ่ยด้วยน้ำเสียงต่ำลอดไรฟัน "ที่นี่คือห้องนิติเวช และนี่คือคดีฆาตกรรม ไม่ใช่ห้องเรียนโบราณคดีของคุณ" อคินหัวเราะเบาๆ ในลำคออย่างไม่ยี่ห้อ เขายืดตัวตรงแล้วถอยหลังไปหนึ่งก้าว สายตายังคงจดจ้องอยู่ที่รินรดาด้วยความสนใจใคร่รู้ราวกับแมวจ้องมองเหยื่อในกรง "ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะค่ะ หมอศรุต... บางที คนที่นอนอยู่บนเตียงนั้น อาจจะไม่ใช่เหยื่อรายสุดท้าย แต่เป็นแค่ 'บทนำ' ของพิธีกรรมที่เพิ่งเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น" บรรยากาศในห้องอึมครึมลงทันตาเห็น รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอก้มลงมองรอยจารบนศพอีกครั้งด้วยความรู้สึกหนับหน่วงในอก และในวินาทีที่เธอคิดจะถอนสายตากลับมานั้นเอง ดวงตาสีดำสนิทของศพที่ควรจะปิดสนิทมาตลอดกลับ... ค่อยๆ ลืมขึ้นช้าๆ เผยให้เห็นนัยน์ตาขุ่นมัวที่จ้องตรงมายังเธอ พร้อมกับริมฝีปากซีดเซียวที่ขยับอ้าออกอย่างไร้เสียง เปล่งถ้อยคำบางอย่างที่ดังก้องขึ้นมาโดยตรงในหัวของเธอ— *‘เจ้า... คือรายต่อไป’* รินรดาสะดุ้งสุดตัว ถอยหลังกรูดจนชนแผ่นอกของศรุตที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลัง ลมหายใจของเธอกระชั้นถี่ด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด ขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเข้าสู่ความมืดมิดนี้ไปพร้อมกับเรานะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชผู้ลบล้างเงา กับภัณฑารักษ์ไร้ชีพจร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%