“ถ้าริวยังทำตัวเหลวไหลแบบนี้ ปลายปีนี้ก็เตรียมตัวเก็บกระเป๋าไปเรียนต่อต่างประเทศได้เลยนะยะ!”
เสียงแจ้งเตือนจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือไม่ได้ดังขึ้น แต่ข้อความยาวเหยียดที่ถูกแคปส่งต่อมาจากกลุ่มแชตตระกูลต่างหากที่กำลังกรีดแทะความสงบสุขในหัวของริวให้แหลقสลายเป็นจุล สตรีมเมอร์หนุ่มสายปั่นที่ปกติมักจะมีมุกแพรวพราวไว้หยอกล้อผู้คนรอบข้างเสมอ ตอนนี้กลับนั่งนิ่งสนิทอยู่บนโซฟาตัวนุ่มในห้องสภานักเรียน ดวงตากลมโตที่เคยพราวระยับด้วยความเจ้าเล่ห์กำลังจดจ้องมองประโยคพิพากษาจากมารดาด้วยความรู้สึกชาดิกไปทั่วทั้งร่าง
บรรยากาศภายในห้องสภานักเรียนยามเย็นค่อนข้างอึมครึม ฝนข้างนอกหน้าต่างเริ่มโปรยปรายลงมาเป็นละอองบางเบบทว่าความกดอากาศข้างในกลับต่ำเสียจนแทบจะหายใจไม่ออก ธันวา ประธานนักเรียนผู้สมบูรณ์แบบในชุดนักเรียนรีดเรียบกริบกำลังยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะทำงาน สายตาคู่คมที่มักจะฉายแววดุและระเบียบจัดตลอดเวลา ในตอนนี้กลับฉายชัดถึงความกังวลระคนเหนื่อยล้าไม่แพ้กัน
“พี่ชายมินนี่มาถึงตึกแล้วจริงๆ ใช่ไหมวะเนี่ย...” ริวพึมพำกับตัวเองเบาๆ พลางยกมือขึ้นเสยผมสีสว่างของตัวเองอย่างหงุดหงิด “ให้ตายเถอะ นี่มันวันซวยอะไรวะเนี่ย ทั้งเรื่องเกรดเฉลี่ยของฉันที่ร่วงกราวรูด ทั้งเรื่องกิจกรรมสภาที่พ่อฉันเอาไปเปรียบเทียบกับลูกชายเพื่อนสนิทท่าน... แล้วตอนนี้ยังจะมีพี่ชายของยายมินนี่มาแจ็คพอตแตกอะไรแถวนี้อีก!”
ธันวาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เจ้าตัวขยับเข้าไปใกล้ร่างโปร่งที่กำลังนั่งหัวเสียอยู่บนโซฟา ก่อนจะยื่นแก้วโกโก้อุ่นๆ ที่เพิ่งชงเสร็จใหม่ๆ ไปตรงหน้า แม้ริมฝีปากจะได้รูปนั้นจะเม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรงด้วยความเครียด แต่แววตาที่มองมากลับเต็มไปด้วยความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ฟอร์มดุๆ ของประธานนักเรียน
“ดื่มซะหน่อยเถอะค่ะ... หน้าซีดหมดแล้วนะนายริว” ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลกว่าปกติ ผิดวิสัยคนเจ้าระเบียบที่ชอบบ่นกระ L ข้อผิดพลาดของเขาอยู่เป็นประจำ “เรื่องพี่ชายมินนี่ เดี๋ยวฉันออกไปเคลียร์ให้อย่างน้อยก็ในฐานะประธานนักเรียน... ส่วนเรื่องที่บ้านนาย...”
“นายจะเคลียร์ยังไงไหววะธันวา!” ริวเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่าย ดวงตาคู่สวยรื้นไปด้วยประกายความไหววูบที่หาดูได้ยาก “นายก็รู้ว่าพี่ชายมินนี่มันสายโหดขนาดไหน แล้วรูปที่เรายืนใกล้กันเมื่อกี้... หมอนั่นจ้องจะหาเรื่องฉันอยู่แล้วเพราะคิดว่าฉันเป็นตัวถ่วงความเจริญให้น้องสาวเขา ไหนจะพ่อฉันที่รอจังหวะส่งฉันไปอยู่อังกฤษตั้งแต่ปีมะارشแล้วนะ! ถ้าฉันโดนส่งไปจริงๆ... ฉันก็ไม่ได้เจอนายดิ”
ประโยคสุดท้ายหลุดออกมาจากริมฝีปากของริวด้วยน้ำเสียงที่เบาราวกับเสียงกระซิบ แต่กลับดังชัดเจนก้องกังวานอยู่ในความเงียบงันของห้อง ธันวาชะงักกึก ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย หัวใจเจ้ากรรมกระตุกวูบไปจังหวะหนึ่งเมื่อได้ยินความรู้สึกที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้คราบความกวนประสาทนั้น
“นาย... พูดว่าอะไรนะ?” ธันวาถามย้ำ เสียงทุ้มต่ำพร่าเลือนลงเล็กน้อย
“เปล่า! ฉันไม่ได้พูดอะไรสักหน่อย!” ริวรีบเสมองไปทางอื่น ใบเนียนใสขึ้นสีแดงระเรื่อลามไปจนถึงใบหู ร่างโปร่งลุกพรวดขึ้นยืนเต็มความสูงจนเกือบจะเซไปชนอกของอีกฝ่าย “ฉันหมายถึง... ฉันยังเล่นเกมไม่จบแรงก์ต่างหากเล่า! ใครจะอยากไปอังกฤษตอนที่กำลังจะไต่อันดับเซียนฟวะ!”
“นายริว...” ธันวาขยับเข้าไปประชิดตัวอีกฝ่ายโดยไม่ปล่อยให้ริวได้ถอยหนี มือเรียวที่เคยถือแต่แฟ้มเอกสารและปากกาจดบันทึกค่อยๆ เอื้อมไปคว้าข้อมือบางเอาไว้เบาๆ สัมผัสอุ่นร้อนจากฝ่ามือของประธานนักเรียนทำให้ริวต้องกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ สมองที่เคยประมวลผลเกมได้อย่างรวดเร็วตอนนี้กลับว่างเปล่า ประมวลผลอะไรไม่ถูกสักอย่างเมื่อใบหล่อเหลาของคนตรงหน้าขยับเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน
“ถ้าเรื่องที่บ้านมันแย่ขนาดนั้น...” ธันวาเอ่ยเสียงแผ่วเบา ทว่าจริงจังจนน่าใจหาย ดวงตาสีเข้มคู่นั้นสะท้อนภาพของริวเพียงคนเดียว “ถ้ารู้สึกว่าแบกไว้ไม่ไหว... มาพึ่งพาฉันบ้างก็ได้นะคะ ฉันไม่ได้ใจร้ายอย่างที่นายชอบบ่นหรอกนะ”
“นี่นาย...” ริวใจเต้นรัวระคนสั่นไหว ความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจที่สะสมมาทั้งวันถูกละลายหายไปกับแววตาที่จริงใจเกินกว่าคาดคิดของประธานนักเรียนจอมเป๊ะคนนี้ “นายกำลังจะบอกว่า... เป็นห่วงฉันเหรอ, คุณประธาน?”
“ก็... ถ้ารู้ตัวแล้วก็เลิกทำตัวเป็นปัญหาให้ฉันปวดหัวสักทีสิคะ” ธันวาหลบสายตาเล็กน้อย ใบหูปกคลุมด้วยรอยแดงระเรื่อที่ฟ้องว่าเจ้าตัวก็กำลังเขินอายไม่แพ้กัน “นายก็รู้ว่าฉันต้องรับมือกับความคาดหวังของพ่อแม่ฉันเองจนหัวหมุนอยู่แล้ว ยังต้องมาคอยเป็นห่วงเซียนเกมเมอร์ตัวดีอย่างนายอีกคน... มันเหนื่อยนะรู้ไหม”
บรรยากาศหวานอมเปรี้ยวที่กำลังก่อตัวขึ้นชวนให้หัวใจพองโตถูกขัดจังหวะลงอย่างกะทันหันด้วยเสียงเคาะประตูดัง *ก๊อก ก๊อก ก๊อก* สามครั้งติดกันแบบไม่มีมารยาท พร้อมกับเสียงผลักบานประตูเปิดออกอย่างไร้ความเกรงใจ
“อ้าวๆๆ อยู่กันสองต่อสองในห้องลับแบบนี้ ประธานนักเรียนสุดเนี๊ยบกับสตรีมเมอร์จอมป่วนกำลังทำอะไรกันอยู่เหรอครับเนี่ย?”
น้ำเสียงกวนประสาทที่คุ้นเคยดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงโปรดของ ‘พี่ชายมินนี่’ ที่ก้าวเข้ามาในห้องด้วยรอยยิ้มเย็นชา ในมือถือโทรศัพท์มือถือหน้าจอเปิดภาพถ่ายระยะประชิดของริวและธันวาเมื่อช่วงบ่ายไว้อย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง
ธันวารีบปล่อยมือออกจากข้อมือของริวทันทีด้วยความตกใจ ร่างสูงก้าวออกไปยืนบังริวไว้ข้างหลังตามสัญชาตญาณการปกป้อง ขณะที่ริวเบิกตากว้างเมื่อเห็นผู้มาใหม่ชัดๆ... และสิ่งที่ทำให้หัวใจของทั้งคู่หล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม ไม่ใช่แค่พี่ชายมินนี่ที่ยืนอยู่ตรงนั้น
แต่ทว่า... ด้านหลังของพี่ชายมินนี่ มีร่างของชายวัยกลางคนในชุดสูทสากลภูมิฐาน ท่าทางเคร่งขรึมและคุ้นตาเป็นอย่างดีกำลังยืนกอดอกมองตรงมาที่พวกเขาด้วยแววตาเย็นเยียบที่พร้อมจะพิพากษาทุกอย่างในพริบตาเดียว!
“คุณพ่อ...?” ริวอุทานออกมาเสียงหลง ขาทั้งสองข้างแทบจะทรุดลงไปกองกับพื้นเมื่อตระหนักได้ว่า บุคคลที่ยืนอยู่ตรงหน้าหาใช่ใครอื่น... แต่เป็นบิดาบังเกิดเกล้าของตนเองที่บินตรงมาจากต่างจังหวัดเพื่อมาจัดการปัญหาชีวิตของเขาด้วยตัวเองแล้ว!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความป่วนชวนฟินนี้ด้วยกันนะคะ
เซียนเกมเมอร์ตัวดีกับนายสภานักเรียนจอมเป๊ะ•ตอนที่ 21
พ่อแม่ของประธานนักเรียน
ผลงานโดย พีชชี่เบอร์รี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พีชชี่เบอร์รี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกมเมอร์ตัวดีกับนายสภานักเรียนจอมเป๊ะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!