หน้าจอโทรศัพท์มือถือในมือของริวสว่างวาบขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของห้องนอน ข้อความแชตจากมินนี่เด้งขึ้นมาติดๆ กันสามข้อความรวด น้ำเสียงตื่นตระหนกผ่านตัวอักษรนั้นแทบจะทะลุออกมานอกจอ
*(มินนี่: แกรรรรรร! ชิบหายแล้ว แม่ประธานนักเรียนสุดเป๊ะของแกไม่ได้เพอร์เฟกต์อย่างที่คิดเว้ย)*
*(มินนี่: ฉันเพิ่งไปสืบมาจากสภารุ่นสองมา เอกสารทุนเรียนต่อต่างประเทศที่บ้านบังคับ ธันวาน่ะปฏิเสธไม่ได้เลยสักอย่าง แกเห็นเขาเนิร์ดๆ นิ่งๆ แบบนั้น แต่อีตานั่นนอนไม่หลับมาสามวันติดแล้วนะเว้ยเพราะเครียดเรื่องนี้!)*
*(มินนี่: รีบไปดูเขาด่วนเลย หน้าตึกกิจกรรมตอนนี้... เหมือนคนวิญญาณหลุดออกจากร่างไปแล้วค่าคุณน้า!)*
นิ้วเรียวที่กำลังจะพิมพ์ตอบกลับหยุดชะงัก หัวใจของริวหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ภาพรอยยิ้มจอมปลอมแววตานิ่งสนิทที่อีกฝ่ายชอบใช้กลบเกลื่อนความเหนื่อยล้าผุดขึ้นมาในหัวเป็นฉากๆ ไอ้ท่าทางเนี้ยบกริบ เสื้อผ้าไร้รอยยับ และความรับผิดชอบล้นมือที่แบกไว้บนบ่าแคบๆ นั่น... ที่แท้ก็เป็นแค่เกราะกำบังของคนที่กำลังจะแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ
ริวไม่รอช้า สวมฮู้ดตัวเก่งแล้ววิ่งสับขาออกจากหอพักมุ่งตรงไปยังตึกกิจกรรมทันที
ลมยามดึกพัดปะทะใบหน้าหนาวยะเยือก แต่ความร้อนรุ่มในอกของริวกลับมีมากกว่า เสียงหอบหายใจดังแข่งกับเสียงฝีเท้าที่กระทบพื้นคอนกรีต ภายในหัวตี 108 ความคิด ทั้งโกรธ ทั้งห่วง และหมั่นไส้ระคนกัน ทำไมไอ้คนบ้าห้าร้อยจำพวกถึงชอบแบกโลกทั้งใบไว้คนเดียววะ? คิดว่าตัวเองเป็นยอดมนุษย์หรือไง ถึงได้คิดว่ารอยยิ้มแห้งๆ กับท่าทางถือดีจะตบตาคนอื่นได้ตลอดรอดฝั่ง
เมื่อวิ่งมาถึงหน้าตึกกิจกรรม ริวก็พบเป้าหมายนั่งอยู่บนม้าหินอ่อนใต้ต้นหางนกยูง
ธันวานั่งกอดเข่าซุกหน้าลงกับแขนตัวเอง บ่ากว้างไหวระริกเล็กน้อยในความมืด ไม่มีมาดประธานนักเรียนผู้ทรงเกียรติ ไม่มีรอยยิ้มสุภาพพิมพ์นิยม มีเพียงเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่กำลังพ่ายแพ้ต่อความกดดันจนหมดสภาพ
"เล่นซ่อนแอบเก่งนักนะท่านประธาน"
เสียงหอบเหนื่อยเอ่ยแซwขึ้นทำลายความเงียบ ริวเดินเข้าไปใกล้ ชะو้ามองคนตัวสูงกว่าที่สะْدุ้งเฮือก เงยหน้าขึ้นมาด้วยดวงตาที่แดงก่ำ ร่องรอยความตกใจฉายชัดในแววตาก่อนจะถูกแทนที่ด้วยการปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยตามสัญชาตญาณ
"นาย... มาทำอะไรที่นี่ดึกดื่น?" เสียงของธันวาแหบพร่าจนแทบเป็นกระซิบ พยายามฝืนยิ้มกลบเกลื่อน "ฉันแค่ออกมาสูดอากาศ... แค่เคลียร์งานสภาฯ ช้าไปหน่อย"
"สูดอากาศบ้านแกดิ ตาแดงขนาดนี้โดนกาวตราช้างหยอดตามาหรอวะ" ริวถอนหายใจพรวดใหญ่ เดินเข้าไปกระชากข้อมืออีกฝ่ายให้ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งแทนที่แล้วตบพื้นที่ว่างข้างๆ "นั่งลง! เลิกแอ๊บสักที มินนี่มันรายงานศูนย์กลางจักรวาลหมดเปลือกแล้วเว้ย"
ธันวาชะงักไป เม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ดวงตาคู่คมหลบวูบไม่กล้าสบตา เขาทรوسตัวลงนั่งข้างๆ อย่างจำยอม ไหล่ตกวูบราวกับหมดแรงจะฝืนต่อ
"นายรู้..." เสียงทุ้มสั่นเครือเล็กน้อย "รู้ว่าฉัน... น่าสมเพชขนาดไหนใช่ไหมล่ะ"
"ไอ้บ้าธันวา!" ริวหันขวับ เสียงตวาดเบาๆ แฝงความหงุดหงิดระAคนเอ็นดู "ใครบอกว่าแกน่าสมเพชวะ? แกจะบ้าหรอ! คิดว่าการแบกความคาดหวังของพ่อแม่ กับไอ้เกรดเฉลี่ยสี่จุดศูนย์ตลอดกาลนี่มันเท่มากรึไงวะ หน้าตาอย่างกับซอมบี้อดนอนเนี่ย รู้ตัวป่ะว่าน่าเกลียดมาก"
"ก็ถ้าฉันไม่ทำ... แล้วใครจะทำล่ะริว" ธันวาเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้ามืดมิด หยดน้ำตาใสเอ่อคลอหน่วยตาแต่เจ้าตัวพยายามเงยหน้ากลั้นมันไว้ "ทุกๆ คนคาดหวังให้ธันวาคนนี้ต้องสมบูรณ์แบบ ต้องสอบได้ที่หนึ่ง ต้องบริหารโรงเรียนได้ไร้ที่ติ พ่อบอกว่าถ้าฉันพลาดทุนนี้... ฉันก็ไม่มีค่าพอจะเป็นลูกของท่าน"
คำพูดนั้นกรีดลึกลงไปในใจของริว
ภาพในอดีตของตัวเองที่เคยถูกครอบครัวทอดทิ้งให้อยู่ลำพังผุดขึ้นมาซ้อนทับกับคนตรงหน้า ริวเข้าใจดี... เข้าใจความรู้สึกของการต้องวิ่งไล่ตามความคาดหวังของคนอื่นจนลืมไปว่าตัวเองเป็นใคร และเหนื่อยแค่ไหนที่ต้องยิ้มรับทุกอย่างในขณะที่ข้างในแตกสลายไม่เหลือชิ้นดี
ความเงียบโรยตัวลงมาระหว่างเรา มีเพียงเสียงลมหายใจและเสียงจิ้งหรีดเรไรรอบข้าง
ริวขยับเข้าไปใกล้ขึ้น เอื้อมมือไปคว้ามือหนาที่กำลังกำแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวมาแบออก นิ้วเรียวเกลี่ยเบาๆ ที่หลังมือของอีกฝ่ายอย่างปลอบประโยค
"โง่ชิบหายเลยว่ะ" ริวพึมพำเสียงอ่อนลง ไม่มีความกวนประสาทเหลืออยู่ในน้ำเสียงนั้น มีเพียงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านออกมา "เป็นประธานนักเรียนฉลาดทุกเรื่อง แต่เรื่องรักตัวเองนี่ติดลบติดติดติดลบเลยนะแกเนี่ย"
ธันวาหันมามองหน้าคนข้างๆ นัยน์ตาสั่นไหว ความอบอุ่นจากมือเรียวที่กุมอยู่ส่งผ่านความรู้สึกปลอดภัยแปลกๆ เข้ามาในหัวใจที่เหนื่อยล้ามานาน
"ริว..."
"ถ้ามันเหนื่อยนัก ก็แค่พักสักวันสองวันเหอะว่ะ" ริวเงยหน้าขึ้นสบตา ประกายตาจริงจังไร้ซึ่งความกวน "จำไว้เลยนะธันวา ถึงแกจะไม่ใช่ประธานที่เพอร์เฟกต์ ถึงแกจะสอบตก หรือต่อให้แกทำตัวงี่เง่าขนาดไหน... แกก็ยังมีฉัน... เอ้ย! หมายถึง... มีคนพร้อมจะอยู่ข้างๆ แกเว้ย ไม่ต้องแบกไว้คนเดียวเข้าใจป่ะ?"
ธันวาหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ ทั้งน้ำตา เป็นรอยยิ้มที่จริงใจที่สุดในรอบหลายเดือนที่ผ่านมา หัวใจที่ด้านชาและเหนื่อยล้าค่อยๆ พองโตขึ้นทีละน้อย ความรู้สึกประหลาดบางอย่างก่อตัวขึ้นในอกจนแทบหายใจไม่ออก
"ขอบคุณนะริว..." ธันวากระซิบเสียงแผ่ว ขยับเข้ามาใกล้จนไหล่ชิดกัน "นายเนี่ย... ปากเสียแต่ใจดีชะมัด"
"ใครปากเสีย! ฉันแค่พูดความจริงโว๊ย" ริวหน้าแดงซ่าน รีบชักมือกลับแล้วทำเป็นมองไปทางอื่นเพื่อกลบเกลื่อนอาการเขินอายที่จู่ๆ ก็พุ่งปรี๊ดขึ้นมา "เออ! เลิกดราม่าได้แล้ว หน้าตาน่าเกลียดเป็นบ้าเลยเนี่ย ไปหาอะไรกินกัน ฉันเลี้ยงเอง ข้าวต้มรอบดึกแก้เครียด!"
ธันวายิ้มกว้าง มองเสี้ยวหน้าของคนปากไม่ตรงกับใจด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความรู้สึกอบอุ่นไหล뢰ไปทั่วร่างจนความกดดันทั้งหมดที่มีมลายหายไปจนหมดสิ้น มือหนาเอื้อมไปหมายจะคว้าชายเสื้อฮู้ดของอีกฝ่ายเพื่อรั้งไว้
แต่ทว่า... ในจังหวะนั้นเอง หน้าจอโทรศัพท์มือถือของธันวาที่วางอยู่บนม้าหินก็สว่างวาบขึ้นมาพร้อมเสียงแจ้งเตือนสายเรียกเข้า
หน้าจอแสดงชื่อผู้ติดต่อที่ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของธันวาแข็งค้างในทันที...
**"คุณพ่อ (Strict Dad)"**
ริวหันกลับมามองตาม และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ธันวาก็มีสีหน้าซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาที่เพิ่งจะสดใสกลับมาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและความกดดันที่ถาโถมกลับเข้ามาอีกครั้งราวกับคลื่นยักษ์!
พีชชี่เบอร์รี่หวังว่าคุณรี้ดจะมีความสุขกับการลุ้นไปพร้อมกับริวและธันวานะคะ!
เซียนเกมเมอร์ตัวดีกับนายสภานักเรียนจอมเป๊ะ•ตอนที่ 10
เมื่อความลับในใจถูกเปิดเผย
ผลงานโดย พีชชี่เบอร์รี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พีชชี่เบอร์รี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกมเมอร์ตัวดีกับนายสภานักเรียนจอมเป๊ะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!