เซียนกระบี่คลั่งรัก หนี้แค้นสวรรค์ทวงคืนบัลลังก์•ตอนที่ 25

คืนบัลลังก์แรก

ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
เสียงหัวเราะเยาะเย้ยของผู้อาวุโสสี่ดังสะท้อนก้องกราบหอคอยทัณฑ์สวรรค์ ราวกับเสียงกรับโลหะที่กระทบกันอย่างบ้าคลั่ง ความมืดมิดของราตรีถูกฉีกกระชากด้วยอสนีบาตสีชาดที่ฟาดผ่าลงมาเป็นสาย ทว่ามันมิอาจเทียบเท่ากับประกายความเหี้ยมเกรียมในดวงตาของหลี่มู่เฉินได้เลยแม้แต่น้อย ร่างโปร่งในชุดศิษย์สายนอกเปรอะเปื้อนคราบโลหิต ยืนหยัดตระหง่านอยู่เบื้องหน้าประตูหินอัคคีทมิฬ ประตูบานมหึมาที่ถูกผนึกด้วยโซ่ตรวนแห่งกฎเกณฑ์สวรรค์และอาคมโบราณ ด้านหลังประตูบานนั้นคือ “เซียนเฟยหลัน” สตรีผู้เป็นดั่งดวงใจและเหตุผลเดียวที่ทำให้เขาต้องยอมก้มหัวให้แก่ความอยุติธรรมของสำนักกระบี่เมฆามายามาเนิ่นนาน "หลี่มู่เฉิน... เจ้าเด็กไร้รากฐาน เจ้าคิดจะทำอันใด?" ผู้อาวุโสสี่สะบัดแขนเสื้อ ปราณกระบี่ระดับปฐพีขั้นสมบูรณ์แผ่พุ่งออกมาราวกับคลื่นพายุหมุน ทั่วทั้งลานประลองยุทธ์สั่นสะเทือน ศิษย์นับร้อยที่ยืนล้อมรอบต่างถอยร่นด้วยความหวาดกลัวต่อแรงกดดันที่น่าสะพรึงกลัวนี้ มู่เฉินไม่แม้แต่จะชายตามองคู่สนทนา ปลายกระบี่ไร้นามในมือขวาจรดลงบนพื้นศิลา ปราณกระบี่สีครามเข้มไหลวนเวียนเป็นเกลียวคลื่นรอบคมเหล็ก ส่งเสียงคำรามฮùมฮ่ามดุจมังกรหนุ่มที่กำลังตื่นจากการจำศีลยาวนาน "ข้ามาเพื่อทวงคืน" น้ำเสียงของเขาแหบพร่า ทว่ากังวานลึกบาดลึกถึงจิตวิญญาณของผู้ฟัง "ทวงคืนความบริสุทธิ์ของศิษย์พี่หญิง และทวงคืนความยุติธรรมที่พวกเจ้าใช้ความอยุติธรรมเหยียบย่ำมาตลอดสามปี" "สามหาว!" ผู้อาวุโสสี่คำรามลั่น ฝ่ามืออัคคีเพลิงทมิฬถูกซัดออกไปตรงๆ พลังความร้อนแผดเผาอากาศรอบข้างจนบิดเบี้ยว กลายเป็นรูปหัวกะโหลกอัคคีพุ่งเข้าหากลางหน้าอกของมู่เฉินในพริบตา ทว่า มู่เฉินหาได้หลบหลีกไม่ ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อย เขาก้าวเท้าซ้ายออกไปครึ่งก้าว ร่างกายผสานเป็นหนึ่งเดียวกับวิถีกระบี่ ร่างของเขาพลันเลือนรางกลายสภาพเป็นเงามายา ปราณกระบี่สีครามระเบิดออกรอบทิศทาง กรีดผ่าเปลวเพลิงทมิฬออกเป็นสองเสี่ยงอย่างง่ายดายราวกับใช้มีดตัดเต้าหู้! *ฉับ!* โลหิตสีชาดสาดกระเซ็นสะท้อนแสงจันทร์ ผู้อาวุโสสี่เบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด เมื่อเงากระบี่สายหนึ่งพาดผ่านลำคอของตนโดยที่เขาแทบมองไม่ทันความเร็วของมัน ร่างของผู้อาวุโสระดับสูงทรุดฮวบคั่งลงกับพื้น ลมหายใจขาดห้วงพร้อมกับความหวาดกลัวที่เกาะกุมขั้วหัวใจ ความเงียบงันดุจป่าช้าเข้าปกคลุมทั่วบริเวณ เหล่าศิษย์และผู้อาวุโสคนอื่นๆ ต่างอ้าปากค้างจนแทบกลืนน้ำลายไม่ลง นี่มันเกิดอะไรขึ้น? ศิษย์สายนอกผู้มีรากปราณพิการที่เคยเป็นเพียงเบี้ยล่าง กลับสามารถสังหารผู้อาวุโสภายในกระบวนท่าเดียวได้อย่างไรกัน! มู่เฉินก้าวเดินผ่านร่างที่ไร้ลมหายใจนั้นอย่างเยือกเย็น สายตาของเขาจับจ้องไปยังประตูหินอัคคีทมิฬที่สั่นสะท้อน เขายกกระบี่ขึ้นสูง ปราณกระบี่ในร่างหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง ทะลวงผ่านจุดชีพจรทั้งเก้าสิบเก้าจุดจนเกิดเสียงคำรามกึกก้องในตันtian (ห้วงทะเลปราณ) "เปิดออกเสีย!" เขากวัดแกว่งกระบี่ฟาดฟันเข้าใส่ประตูหินด้วยพละกำลังทั้งหมดที่มี! *เปรี้ยงงงงง—!* แรงสะท้อนมหาศาลซัดกลับจนมู่เฉินต้องกระอักโลหิตคำโตออกมา ทว่าประตูหินโบราณกลับปรากฏรอยร้าวขนาดยักษ์ลามเลียไปทั่วทั้งแผ่น ก่อนที่มันจะพังทลายลงมาเป็นจุล ฝุ่นควันตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ ภายในห้องขังศิลาอันหนתเหมันต์ ร่างอันบอบบางแต่สง่างามดุจเทพเซียนของเซียนเฟยหลันกำลังนั่งขัดสมาธิอยู่บนแท่นศิลา น้ำแข็งสีฟ้าครามเกาะกุ่มไปทั่วร่างของนางเพื่อสะกดพิษโลหิตมาร ใบหน้าซีดเซียวไร้สีเลือด เส้นผมสีดำสนิทเปียกชุ่มด้วยหยาดเหงื่อ ทว่าทันทีที่ได้ยินเสียงพังทลายของประตู นางค่อยๆ ลืมตาขึ้นช้าๆ ดวงตาคู่สวยที่เคยเย็นชาดุจน้ำแข็งค้างฟ้า บัดนี้สั่นไหวระริกยามเมื่อเห็นเงาร่างคุ้นตาที่ก้าวผ่านม่านควันเข้ามา "มู่เฉิน..." เสียงของนางแหบแห้งและสั่นเทา "เหตุใดเจ้าจึง... ที่นี่อันตรายยิ่งนัก รีบหนีไปเสีย!" มู่เฉินทิ้งกระบี่ในมือลงคุกเข่าเบื้องหน้านาง มือหนาเอื้อมไปสัมผัสแก้มเนียนที่เย็นเฉียบอย่างทะนุถนอม ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาถ่ายทอดผ่านความหนาวเหน็บเข้าไปในกายของนาง "ข้าบอกแล้วว่า... ต่อให้ต้องพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน หรือรบรากับเหล่าทวยเทพเบื้องบน ข้าก็จะไม่ยอมให้ผู้ใดมาแตะต้องท่านแม้แต่ปลายเส้นผมเดียว" มู่เฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นจริงจัง ดวงตาคมทอดมองนางด้วยความลึกซึ้งที่ไม่อาจหาคำใดมาเปรียบ เซียนเฟยหลันเม้มริมฝีปากแน่น หยาดน้ำใสเอ่อคลอหน่วยตาคู่สวย นางใช้แรงเฮือกสุดท้ายสวมกอดร่างหนาของเขาไว้แน่น ราวกับกลัวว่าภาพตรงหน้าจะเป็นเพียงความฝัน ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังเปี่ยมลุ่มลึกและอบอวลด้วยความรักอันมั่นคงนั้นเอง... *ตูมมมมม—!* พื้นดินเบื้องล่างสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นราวกับแผ่นดินแยก มิติเบื้องบนแตกออกเป็นรอยร้าวสีดำทมิฬ ไอสังหารที่หนาแน่นจนแทบหายใจไม่ออกแผ่พุ่งลงมาจากฟากฟ้า พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่สั่นประสาทของ "เจ้าสำนักกระบี่เมฆามายา" ที่ปรากฏกายขึ้นพร้อมเงาร่างของบุคคลลึกลับในชุดคลุมสีทองอร่ามผู้หนึ่ง "ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจเสียจริง..." เจ้าสำนักเอ่ยด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม พลางชี้กระบี่มายังคนทั้งสอง "คิดหรือว่า... เจ้าจะพาตัวนักโทษหนีไปจากเงื้อมมือของข้าได้, หลี่มู่เฉิน?" มู่เฉินลุกขึ้นยืนบังร่างของเฟยหลันไว้เบื้องหลัง ดวงตาหรี่ลงจ้องมองผู้มาใหม่ทั้งสองด้วยจิตสังหารที่พุ่งทะยานถึงขีดสุด ขณะที่บุคคลในชุดคลุมสีทองค่อยๆ เปิดฮู้ดเผยให้เห็นใบหน้าที่ทำให้มู่เฉินต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง! ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทาง ฝ่าฟัน และเติบโตไปพร้อมกับวิถีกระบี่อันองอาจดุดันนี้ด้วยกันเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่คลั่งรัก หนี้แค้นสวรรค์ทวงคืนบัลลังก์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%