เซียนกระบี่คลั่งรัก หนี้แค้นสวรรค์ทวงคืนบัลลังก์•ตอนที่ 36

เฟยหลันเสียสละ

ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
"พี่รอง... ไฉนท่านจึงกล้าหักหลังสำนักกระบี่เมฆาคารวะ!" เสียงคำรามเจือด้วยความเจ็บปวดและแค้นเคืองดังสะท้อนก้องหุบผาสวรรค์ ท่ามกลางหมู่เมฆสีชาดที่ปั่นป่วนราวกับมหาสมุทรคลั่ง เงาร่างในชุดคลุมสีดำสนิทที่เพิ่งถอดหน้ากากออกเผยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม ใบหน้านั้นคือ "หลี่เทียนเจี้ยน" ผู้อาวุโสรองแห่งสำนักผู้กุมความลับคัมภีร์กระบี่เก้าสวรรค์ หลี่มู่เฉินยืนหยัดอยู่บนลานศิลาจารึกกระบี่ ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผลฉกรรจ์จากการต่อสู้ยืดเยื้อ นัยน์ตาคมกริบดุจพญาอินทรีย์จ้องมองไปยังผู้ทรยศด้วยประกายจิตสังหารที่แผ่พุ่งจนมิติรอบกายบิดเบี้ยว เขากำด้ามกระบี่ในมือแน่นจนข้อต่อกระดูกขึ้นสีขาวโพลน ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ในตันเถียนคำรามก้องราวกับพยัคฆ์ร้ายที่ถูกปลุกให้ตื่นจากจำศีล ทว่าเบื้องหน้าของหลี่เทียนเจี้ยนเวลานี้ กลับปรากฏค่ายกลอัคคีสวรรค์สี่ทิศที่กำลังหลอมละลายทุกสิ่ง อานุภาพของมันรุนแรงเสียจนแม้แต่ยอดฝีมือขอบเขตผสานวิญญาณยังต้องสั่นสะทอน "หักหลังงั้นหรือ? มู่เฉิน เจ้าเด็กโง่... บนเส้นทางแห่งการบำเพ็ญเพียรนี้ ผู้ที่อ่อนแอคือเหยื่อ ผู้ที่แข็งแกร่งเท่านั้นจึงจะเป็นผู้กำหนดกฎเกณฑ์!" หลี่เทียนเจี้ยนหัวเราะลั่นอย่างบ้าระห่ำ ฝ่ามือข้างหนึ่งยกขึ้นควบคุมเสาเพลิงสีนิลที่กำลังพุ่งทะยานขึ้นสู่ห้วงนฟ้า "วันนี้ ทั้งคัมภีร์กระบี่และชีวิตของเจ้า ข้าจะขอรับไว้ทั้งหมด!" สิ้นเสียงคำราม หลี่เทียนเจี้ยนสะบัดแขนเสื้อ ทัณฑ์อัคคีสวรรค์นับหมื่นสายพุ่งทะลวงลงมาจากนภากาศราวกับห่าฝนเพลิง มุ่งตรงเข้าแผดเผาหลี่มู่เฉินในคราเดียว ความเร็วและพลังทำลายล้างนั้นเกินกว่าที่มนุษย์จะต้านทานได้ ทว่าในวินาทีแห่งความเป็นความตายที่เงาแห่งความตายทาบทับลงมานั้นเอง ฟุบ! เงาร่างสีขาวบริสุทธิ์ดุจหิมะโปรยปรายท่ามกลางพายุเพลิง พุ่งทะยานตัดผ่านความมืดมิดเข้ามาด้วยความเร็วเหนือแสง นางคือ "เซียนเฟยหลัน" ศิษย์พี่หญิงผู้สูงศักดิ์และเยือกเย็นดุจน้ำแข็งแห่งยอดเขาเทียนซาน แววตาของนางที่เคยไร้ระลอกคลื่น บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและห่วงหาอาทรอย่างสุดซึ้ง "เฟยหลัน! เจ้า..." หลี่มู่เฉินเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก หัวใจของเขาแทบหยุดเต้นเมื่อตระหนักได้ว่านางกำลังทำอะไร เซียนเฟยหลันไม่เอ่ยวาจาใดๆ นางกาง "กระบี่วิหกเหมันต์" ออกเป็นโล่พลังปราณน้ำแข็งเก้าชั้นฟ้า ปะทะเข้ากับทัณฑ์อัคคีสวรรค์ที่ร่วงหล่นลงมาอย่างจัง เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าถล่มแผ่นดินทลาย แรงปะทะระหว่างหยินและหยางแผ่ขยายเป็นคลื่นกระแทกทำลายล้อมรอบรัศมีร้อยลี้จนราบเป็นหน้ากลอง เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง! กระบี่วิหกเหมันต์สั่นสะท้านอย่างรุนแรง เกล็ดน้ำแข็งนับพันสลายกลายเป็นละอองไอน้ำท่ามกลางเปลวเพลิงสีนิลที่ร้อนระอุ ทว่าเซียนเฟยหลันกลับไม่มีทีท่าจะถอยหลังแม้แต่นصفก้าว นางกัดฟันแน่นจนหยาดโลหิตสีแดงฉานไหลรินออกจากมุมปาก ผิวพรรณที่เคยขาวผ่องราวน้ำนมบัดนี้กลับซีดเผือดไร้สีเลือด พลังปราณในร่างของนางปั่นป่วนไร้ทิศทางเนื่องจากการฝืนใช้เคล็ดวิชาต้องห้ามเพื่อต้านทานทัณฑ์สวรรค์แทนชายหนุ่ม "ไฉน... ไฉนเจ้าจึงโง่เขลาเช่นนี้!" หลี่มู่เฉินคำรามออกมาด้วยความเจ็บปวดระคนแค้นเคือง หยาดน้ำตาแห่งลูกผู้ชายผสมปนเปกับโลหิตไหลอาบแก้ม เขาพยายามฝืนร่างกายที่สะบักสะบอมพุ่งเข้าไปหานาง ทว่าพลังกดดันจากค่ายกลกลับตรึงร่างเขาไว้ราวกับถูกภูเขาทับ "มู่เฉิน..." เสียงหวานที่เคยเย็นชาเอמהขึ้นแผ่วเบา ร่างกายของนางสั่นเทิ้มอย่างควบคุมไม่ได้ขณะที่พลังอัคคีสวรรค์เริ่มกัดกินเส้นชีพจรทีละเส้น นางหันกลับมามองเขาด้วยรอยยิ้มที่งดงามที่สุด รอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความรักความมั่นคงราวกับดอกเหมันต์ที่ผลิบานท่ามกลางฤดูหนาวอันเหน็บหนาว "ชีวิตของข้า... มอบให้ท่านตั้งแต่วันที่เราสาบานต่อหน้ากระบี่เบื้องหน้าแล้ว... ข้าไม่อาจทนเห็นท่าน... ต้องดับสูญไปต่อหน้าต่อตาได้..." "ไม่! เฟยหลัน! อย่าทิ้งข้าไป!" อัคคีสวรรค์สายสุดท้ายที่ทรงพลังที่สุดพุ่งทะลวงทะลุเกราะปราณชั้นสุดท้ายของนาง ทะลุผ่านแผ่นหลังบอบบางจนเกิดเสียงเนื้อหนังไหม้เกรียม เซียนเฟยหลันกระอักเลือดคำใหญ่โตออกมา ร่างของนางร่วงหล่นลงมาจากห้วงอากาศราวกับวิหกปีกหักที่ไร้เรี่ยวแรง หลี่มู่เฉินระเบิดพลังเฮือกสุดท้าย ทลายพันธนาการค่ายกลด้วยความคลั่งแค้น ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์แปรเปลี่ยนเป็นมังกรครามคำรามก้องฟ้า พุ่งเข้ารับร่างของนางไว้ในอ้อมแขนได้อย่างเฉียดฉิว ร่างของเซียนเฟยหลันแนบชิดติดกับอกของเขา ลมหายใจของนางแผ่วเบาราวกับสายลมผ่าน บาดแผลฉกรรจ์ที่กลางหลังและหน้าอกทำให้พลังชีวิตของนางดับวูบลงอย่างรวดเร็ว "มู่... มู่เฉิน... ข้าหนาวเหลือเกิน..." เฟยหลันเอ่ยกระซิบ มือเรียวบางที่เต็มไปด้วยคราบเลือดพยายามเอื้อมขึ้นมาสัมผัสใบหน้าของเขา ราวกับต้องการจดจำภาพชายผู้เป็นดวงใจไว้เป็นครั้งสุดท้าย "ข้าอยู่นี่แล้ว ข้าอยู่ตรงนี้..." หลี่มู่เฉินกอดนางแนบแน่น หยาดน้ำตาแห่งความระทมทุกข์หยดลงบนแก้มของนาง ปราณรักษาทั่วร่างถูกถ่ายทอดเข้าไปในตัวนางอย่างไม่คิดชีวิต ทว่ามันสายเกินไป... พิษอัคคีสวรรค์ได้ทำลายเส้นชีพจรและจุดตันเถียนของนางจนหมดสิ้นแล้ว หลี่เทียนเจี้ยนยืนมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน พลางหัวเราะลั่น "ช่างเป็นภาพที่น่าเวทนาเสียจริง! ความรักของพวกเจ้าช่างไร้ค่าบนวิถีแห่งเซียน! ในเมื่อนางตายแทนเจ้า เช่นนั้นก็จงตามนางไปซะ!" หลี่เทียนเจี้ยนเงื้อมือขึ้น รวบรวมพลังอัคคีสวรรค์ทั้งหมดก่อตัวเป็นหอกเพลิงมหึมาพุ่งตรงหมายปลิดชีพหลี่มู่เฉินที่กำลังโศกเศร้า ทว่า ในวินาทีที่ความตายคืบคลานเข้ามาใกล้ที่สุด หลี่มู่เฉินค่อยๆ วางร่างของเซียนเฟยหลันลงบนพื้นอย่างทะนุถนอมที่สุด เขาลุกขึ้นยืนช้าๆ นัยน์ตาสสีดำสนิทแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานราวกับโลหิต เส้นผมสีดำขลับปลิวสยายไปตามแรงลมปราณที่ระเบิดออกอย่างไร้ขีดจำกัด ดาบกระบี่ในมือสั่นสะท้านด้วยความโกรธเกรี้ยวราวกับรับรู้ถึงจิตสังหารอันไร้ก้นบึ้งของผู้เป็นนาย เขาเงยหน้าขึ้นมองหลี่เทียนเจี้ยนด้วยสายตาที่ทำให้แม้แต่ความตายยังต้องสะพรึงกลัว น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาทีละคำอย่างชัดถ้อยชัดคำ "วันนี้... ต่อให้ตกลงสู่อเวจีแปดขุม หรือพังทลายสวรรค์เก้าชั้นฟ้า... ข้าจะลากวิญญาณของเจ้ามาสังเวยแด่ลมหายใจสุดท้ายของนางให้จงได้!" สิ้นเสียงคำรามนั้นเอง มิติรอบตัวก็พลันแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ ท้องฟ้าเหนือหุบผาสวรรค์ที่เคยปลอดโปร่งกลับถูกปกคลุมด้วยเมฆทัณฑ์สวรรค์สีดำทมิฬขนาดมหึมา สายฟ้าสีทองคำเก้าเส้นผ่าฟาดลงมาพร้อมกันตรงร่างของหลี่มู่เฉิน ราวกับฟ้าดินกำลังรับรู้ถึงการจุติของปีศาจกระบี่ผู้พร้อมจะพลิกคว่ำลิขิตสวรรค์! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงเวลาอันดุเดือดนี้ไปด้วยกันนะครับ — มังกรครามท่องภพ
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่คลั่งรัก หนี้แค้นสวรรค์ทวงคืนบัลลังก์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%