แรงกดดันจากปราณทัณฑ์สวรรค์แผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วลานประลองราวกับภูเขาน้ำแข็งถล่มทับลงมา ท่ามกลางเสียงคำรามกึกก้องที่ยังคงสะท้อนก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของทุกคน เงาร่างของผู้วิสุทธิ์ผู้ดูแลกฎแห่งสำนักกระบี่เมฆาพยัคฆ์ได้ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าพร้อมกับรัศมีกดดันระดับปราชญ์ขั้นสูง ทว่า หลี่มู่เฉินกลับมิได้แสดงอาการหวั่นเกรงแม้แต่น้อย ดวงตาคมกราบดุจพญาอินทรีทอประกายสีครามเข้ม มือข้างหนึ่งยังคงกุมด้ามกระบี่ไว้แน่น แม้ว่าโลหิตสีชาดจะไหลรินหยดลงสู่พื้นศิลาตามรอยแผลจากการฝืนใช้เคล็ดวิชาต้องห้ามเมื่อครู่ก็ตาม
"ศิษย์สายนอกหลี่มู่เฉิน... เจ้ามีความผิดฐานใช้เคล็ดวิชาต้องห้าม ก่อกวนความสงบในเขตสำนักชั้นใน มีโทษสถานหนักคือการถูกขับไล่ออกจากสำนักและรับทัณฑ์กระบี่อัสนี!" เสียงประกาศิตดังบาดแก้วหู พร้อมกับกระบี่บินนับร้อยเล่มที่พุ่งทยานขึ้นสู่ท้องนภา ก่อตัวเป็นค่ายกลอักขระพันกระบี่ปิดตายทุกเส้นทางหลบหนี
ในวินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง เงาร่างขาวบริสุทธิ์ดุจหิมะโปรยปรายก็พุ่งทะยานแหวกม่านอากาศเข้ามาขวางกั้นเบื้องหน้าของมู่เฉินอย่างไม่เกรงกลัวรัศมีกดดันใดๆ
"ช้าก่อนผู้อาวุโส!"
เสียงหวานกังวานแต่เย็นยะเยือกดุจธารน้ำแข็งพันปีดังขึ้น เซียนเฟยหลันยืนหยัดสง่างาม ผมสีดำสนิทปลิวสยายตามแรงลมปราณที่หมุนวนรอบกาย นางแผ่ขยายเขตแดนกระบี่เหมันต์ออก
เพื่อปกป้องมู่เฉินไว้เบื้องหลัง แม้ใบหน้างามล้ำจะซีดขาวลงเล็กน้อยจากการฝืนพลังปราณ แต่แววตากลับเด็ดเดี่ยวไม่ยอมก้มหัวให้ผู้ใด
"ศิษย์พี่รองเฟยหลัน? เจ้ากล้าขัดขวางการลงัณฑ์ของสำนักงั้นหรือ!" ผู้วิสุทธิ์ผู้ดูแลกฎขมวดคิ้วมุ่น เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงระคนตกใจและไม่พอใจ
"ข้ามิได้ขัดขวางกฎของสำนัก... เพียงแต่เหตุการณ์เมื่อครู่ หลี่มู่เฉินจำต้องใช้เคล็ดวิชาเพื่อปกป้องความยุติธรรมและชีวิตของศิษย์ร่วมสำนักจากพวกอธรรม หากจะลงโทษเขา ไฉนไม่ตรวจสอบต้นสายปลายเหตุให้กระจ่างเสียก่อนเล่า?" เฟยหลันเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบคมดุจคมกระบี่ที่พร้อมจะปลิดชีพผู้คนได้ทุกเมื่อ
มู่เฉินที่ยืนมองแผ่นหลังบอบบางแต่ทว่าองอาจของนางอยู่เบื้องหลัง หัวใจที่ด้านชามาเนิ่นนานนับร้อยปีกลับไหววูบอย่างรุนแรง ไออุ่นจากแผ่นหลังของหญิงสาวที่สะท้อนผ่านมา แม้จะเจือด้วยความเย็นเยือกของปราณเหมันต์ แต่กลับหลอมละลายน้ำแข็งในอกของอดีตมหาเทพได้อย่างน่าอัศจรรย์ เขายื่นมือออกไปสัมผัสเบาๆ ที่ชายเสื้อสีขาวบริสุทธิ์ของนางโดยไม่รู้ตัว
เฟยหลันสะดุ้งเล็กน้อย ร่างกายชะงักงันไปชั่วขณะ นางเหลือบสายตากลับมามองบุรุษด้านหลัง ดวงตากลมโตคู่นั้นสั่นระริกเล็กน้อยยามสบเข้ากับดวงตาที่เต็มไปด้วยความห่วงAใยและลุ่มลึกของมู่เฉิน ไอร้อนจากฝ่ามือของเขาที่แตะลงมาทำให้หัวใจของนางเต้นระรัวราวกับกลองศึก เป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปีที่นางยอมเปิดช่องว่างในจิตใจให้ผู้อื่นก้าวล้ำเข้ามาใกล้ถึงเพียงนี้
"เจ... เจ้าทำบ้าอะไรของเจ้า... บาดแผลยังไม่หายดีแท้ๆ" เสียงของเฟยหลันแผ่วเบาลงราวกับกระซิบ ความเย็นชาเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความอ่อนโยนที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเย่อหยิ่งตามธรรมชาติของนาง
"ข้าไม่เป็นไร... ขอเพียงเจ้าปลอดภัย ต่อให้ต้องรับทัณฑ์กระบี่อัสนีสักหมื่นครั้ง ข้าก็ไม่หวั่นเกรง" มู่เฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำจริงจัง แววตาคมกริบฉายประกายความรักความมั่นคงที่หนักแน่นยิ่งกว่าขุนเขา
บรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดนิ่ง ผู้วิสุทธิ์ผู้ดูแลกฎและเหล่าศิษย์สำนักชั้นในที่รายล้อมต่างพากันอึ้งงัน ไม่คาดคิดว่าสตรีผู้เย็นชาและไร้หัวใจอย่างเซียนเฟยหลัน จะยอมเอาชื่อเสียงและอนาคตของตนเองมาเดิมพันเพื่อปกป้องศิษย์สายนอกผู้ต่ำต้อยเช่นนี้
"บังอาจนัก! ในเมื่อเจ้าทั้งสองดื้อดึงเช่นนี้ ก็จงรับทัณฑ์ร่วมกันเสียเถอะ!" ผู้วิสุทธิ์ผู้ดูแลกฎโกรธเกรี้ยวจนหนวดเคราสั่นเทา สะบัดแขนเสื้อครั้งหนึ่ง ค่ายกลอักขระพันกระบี่บนท้องฟ้าก็ระเบิดแสงสว่างวาบ เตรียมพรั่งพรูคมกระบี่นับพันเล่มลงมาบดขยี้ร่างของทั้งคู่ให้แหลกสลาย
เฟยหลันเม้มริมฝีปากแน่น รวบรวมลมปราณเหมันต์เฮือกสุดท้ายเพื่อเตรียมรับมือกับการโจมตีระดับปราชญ์ ทว่า ในจังหวะนั้นเอง มู่เฉินกลับก้าวขึ้นมาขนาบข้างนางอย่างรวดเร็ว มือหนาคว้าจับมือเรียวบางของนางไว้แน่น ผสานพลังปราณมังกรครามเข้ากับไอเย็นเหมันต์ของนาง เกิดเป็นเกราะคุ้มกันสีครามสลับขาวที่ส่องประกายเจิดจ้าเสียดฟ้า
"จับมือข้าไว้... อย่าได้ปล่อย" มู่เฉินกระซิบข้างหูของนาง น้ำเสียงเปี่ยมด้วยพลังอำนาจที่ทำให้ความหวาดกลัวทั้งปวงมลายหายไป
เฟยหลันหลุบตาลงมองมือหนาที่กุมมือของนางไว้แน่น ความรู้สึกแปลกประหลาดหลั่งไหลเข้าสู่กระแสเลือด นางไม่เคยยอมให้บุรุษใดแตะต้องเนื้อตัวมาก่อนในชีวิต แต่น่าแปลกที่ยามนี้ นางกลับรู้สึกปลอดภัยอย่างยิ่งยวด ราวกับว่าต่อให้ฟ้าถล่มลงมา บุรุษผู้นี้ก็จะกางกั้นมันไว้ให้พ้นจากตัวนางได้ทั้งหมด
ตูมมมม!
สายฟ้าอัสนีและคมกระบี่นับพันพุ่งทะยานลงมาจากฟากฟ้า ราวกับอสนีบาตพิโรธที่ต้องการทำลายล้างทุกสิ่ง ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่การโจมตีอันทรงพลังกำลังจะปะทะเข้ากับเกราะคุ้มกันของทั้งสอง จู่ๆ ห้วงมิติเบื้องบนก็เกิดรอยปริแยกสีดำสนิท พร้อมกับกลิ่นอายโบราณอันน่าสะพรึงกลัวที่แผ่พุ่งออกมาจากรอยแยกนั้น... เป็นกลิ่นอายของ "มารสวรรค์" ที่ไม่ควรปรากฏขึ้นในเขตสำนักเซียน!
ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปในวิถีกระบี่นี้ด้วยกันนะครับ
เซียนกระบี่คลั่งรัก หนี้แค้นสวรรค์ทวงคืนบัลลังก์•ตอนที่ 17
ความรักที่ซ่อนเร้น
ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่คลั่งรัก หนี้แค้นสวรรค์ทวงคืนบัลลังก์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!