"หากสวรรค์ไม่ยอมให้ความยุติธรรม วันนี้ข้า หลี่มู่เฉิน นี่แหละ จะใช้กระบี่ในมือสลักบัญญัติใหม่ขึ้นมาเอง!"
เสียงคำรามดังกึกก้องสะท้านเลื่อนลั่นราวกับอสนีบาตฟาดผ่ากลางใจวิญญาณ แรงกดดันระดับมหาเทพโบราณแผ่พุ่งทะยานจากร่างของเด็กหนุ่มผู้เป็นเพียงศิษย์สายนอก จนมิติรอบกายบิดเบี้ยวเป็นริ้วคลื่นสีครามเข้ม ไอพลังปราณอันดุดันปั่นป่วนฟ้าดินจนเมฆหมอกสีดำทะมึนเหนือหุบเขาอสูรคำรามม้วนตัวเข้าหากันราวกับเกลียวคลื่นในมหาสมุทร
เบื้องหน้าของเขาคือผู้อาวุโสพรรคกระบี่สวรรค์ทั้งเจ็ดคน นำโดย 'เจี้ยนเฉิน' ผู้มีฉายากระบี่ไร้พ่าย พวกมันต่างถือครองศาสตราวุธวิเศษระดับนภา แต่ในยามนี้ ใบหน้าของยอดฝีมือเหล่านั้นกลับซีดเผือด เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มขมับยามเมื่อต้องเผชิญหน้ากับแรงกดดันที่แทบจะบดขยี้กระดูกให้แหลกสลาย
"เด็กเหลือขอ... อย่าได้ลำพองตัวจนเกินไปนัก!" เจี้ยนเฉินคำรามลั่นเพื่อข่มความหวาดกลัวในใจ กระบี่ในมือสั่นระริกด้วยความตื่นตระหนก "ต่อให้เจ้าจะมีเคล็ดวิชาลับพิสดารเพียงใด แต่ด้วยพลังปราณระดับหลอมรวมลมปราณขั้นสมบูรณ์ของเจ้า ไม่มีทางต้านทานกระบวนท่าสลายวิญญาณของพวกเราทั้งเจ็ดได้หรอก!"
หลี่มู่เฉินไม่แม้แต่จะชายตามองคู่ต่อสู้ ดวงตาคมกริบคู่นั้นทอประกายเย็นเยียบดุจน้ำแข็งพันปี แต่มุมปากกลับแยยยิ้มหยันอันน่าสะพรึงกลัว ในมือขวาของเขา กระบี่เหล็กดำสนิทไร้ลวดลาย เล่มที่ผู้คนต่างหัวเยาะว่าเป็นเศษเหล็กไร้ค่า บัดนี้กำลังส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนราวกับพญามังกรที่หลับใหลมานานนับหมื่นปีและกำลังจะตื่นขึ้นมากลืนกินดารา
ทันใดนั้น ร่างอันบอบบางแต่สง่างามดุจเทพเซียนของ เซียนเฟยหลัน ก็พุ่งทะยานเข้ามาขนาบข้าง นางกระอักโลหิตคำโตออกมาเนื่องจากบาดแผลภายในจากการปกป้องเขาเมื่อครู่ แต่แววตาคู่คมที่เคยเย็นชาไร้ความรู้สึก บัดนี้กลับทอประกายความเด็ดเดี่ยวและมั่นคงอย่างลึกซึ้ง นางจ้องมองแผ่นหลังกว้างของบุรุษผู้นี้ด้วยความรู้สึกที่ไม่อาจหาคำใดมาบรรยาย
"มู่เฉิน... เจ้าบ้าไปแล้วหรือ ท่าไม้ตายนั้นมันผลาญอายุขัยและวิญญาณของเจ้าเองนะ!" เสียงหวานเอ่ยเตือนด้วยความร้อนรนระคนห่วงใย เป็นครั้งแรกที่น้ำเสียงของนางสั่นเครือ ไม่ใช่เพราะความตายที่อยู่ตรงหน้า แต่เพราะเกรงสูญเสียชายผู้ยอมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องนางจากเงื้อมมือของสำนักทรยศ
หลี่มู่เฉินเหลือบสายตากลับมามองนางเพียงชั่วพริบตา ความอ่อนโยนสายหนึ่งพาดผ่านนัยน์ตาที่เคยแข็งกร้าว เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่มั่นคงดุจภูผา
"เฟยหลัน... ข้าเคยให้สัตย์สาบานไว้แล้วว่า ต่อให้ฟ้าดินล่มสลาย ต่อให้ทวยเทพทั่วทั้งสามภพพากันมาขวางหน้า ข้าก็จะไม่ยอมให้ใครแตะต้องเส้นผมของเจ้าแม้แต่เส้นเดียว... จงดูให้ดี นี่คือวิถีกระบี่ที่แท้จริง!"
สิ้นคำพูดนั้น หลี่มู่เฉินก็ก้าวเท้าออกไปหนึ่งก้าว พื้นดินรัศมีสิบลี้เบื้องล่างระเบิดออกเป็นจุล เศษหินและฝุ่นผงถูกแรงกดดันมหาศาลบดขยี้จนกลายเป็นผุยผงในพริบตา เขาหลับตาลงชั่วขณะสูดลมหายใจลึก ดึงเอาพลังแห่งฟ้าดินและจิตวิญญาณแห่งกระบี่ทั้งหมดในรัศมีร้อยลี้ให้ไหลทะลักเข้าสู่ร่างราวกับแม่น้ำร้อยสายไหลลงสู่มหาสมุทร
"วิชากระบี่สวรรค์บรรพกาล... บทที่เก้า... ทลายฟ้าพลิกปฐพี!"
ตูมมมมม!
เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าผ่ากลางอกของทุกผู้คน ท้องน่ายามค่ำคืนที่เคยประดับด้วยหมู่ดาวพลันถูกฉีกกระชากออกเป็นทางยาวด้วยรังสีดาบสีครามเข้มข้นเส้นมหึมา รัศมีกระบี่พุ่งทะยานเสียดฟ้า กว้างใหญ่ไพศาลจนครอบคลุมพื้นที่รัศมีร้อยลี้เต็มๆ แสงสว่างเจิดจ้าดุจดวงอาทิตย์นับพันดวงระเบิดขึ้นพร้อมกัน จนเหล่าผู้อาวุโสทั้งเจ็ดที่กำลังจะปล่อยกระบวนท่าต้องเบิกตากว้างด้วยความสิ้นหวัง
พวกมันไม่มีแม้แต่โอกาสที่จะกรีดร้อง รังสีดาบอันไร้เทียมทานนั้นกวาดผ่านทุกสิ่งทุกอย่างในพริบตา ป่าไม้ ภูเขา หินผา และค่ายกลป้องกันนับร้อยชั้นของสำนักกระบี่สวรรค์ถูกผ่าแยกออกเป็นสองซีกอย่างสะอาดหมดจด แรงปะทะแผ่ขยายออกไปเป็นวงกว้าง สร้างคลื่นกระแทกที่ราบเป็นหน้ากลองกินอาณาบริเวณกว้างขวางนับร้อยลี้ราวกับวันสิ้นโลกมาเยือน!
เมื่อแสงสว่างเจิดจ้าค่อยๆ มลายหายไป ความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัวก็เข้าปกคลุมพื้นที่ทั้งหมด ผืนดินเบื้องล่างกลายเป็นแอ่งกระทะขนาดมหึมา ลึกลงไปนับร้อยวา ไร้ซึ่งร่องรอยของสิ่งมีชีวิตใดๆ แม้แต่เงาของผู้อาวุโสทั้งเจ็ดก็สลายกลายเป็นธุลีผงไปกับสายลมอย่างไร้ร่องรอย
หลี่มู่เฉินยืนหยัดนิ่งอยู่กลางอากาศ ร่างกายของเขาสั่นเทิ้ม โลหิตสีแดงฉานไหลทะลักออกจากมุมปากและทวารทั้งเจ็ด พลังปราณในร่างเหือดแห้งจนแทบไม่เหลือแม้แต่หยดเดียว เขากำลังจะร่วงหล่นลงสู่เบื้องล่าง ทว่า เซียนเฟยหลัน ก็พุ่งเข้ามาคว้าตัวเขาไว้ได้ทัน นางโอบกอดร่างของเขาแนบอก น้ำตาหยดใสไหลรินอาบแก้มเป็นครั้งแรกในรอบหลายร้อยปี
"มู่เฉิน... เจ้าทำได้แล้ว เจ้าทำมันจริงๆ..." นางพزำบอกด้วยน้ำเสียงสะอื้นไห้
หลี่มู่เฉินฝืนยิ้มบางๆ มือหนายื่นออกไปหมายจะเช็ดน้ำตาให้นาง ทว่า ในวินาทีที่ปลายนิ้วของเขากำลังจะสัมผัสกับพวงแก้มเนียนนุ่มนั้นเอง บรรยากาศรอบกายก็พลันเย็นเยียบลงอย่างเฉียบพลัน เมฆหมอกสีดำที่ควรจะสลายไปกลับก่อตัวขึ้นใหม่อย่างรวดเร็วด้วยสีเลือด และไม่ใช่สีเลือดธรรมดา แต่มันคือไอสังหารจากขุมนรกที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเดิมนับร้อยเท่า!
ท้องฟ้าเหนือศีรษะแตกออกเป็นรอยแยกสีดำสนิท ร่างของเงาดำร่างหนึ่งก้าวเดินออกมาจากรอยแยกมิตินั้นอย่างเชื่องช้า เสียงหัวเราะแหบพร่าดุจเสียงกระดูกเสียดสีกันดังขึ้นก้องกังวานไปทั่วสารทิศ
"ช่างเป็นวิชากระบี่ที่ยอดเยี่ยมยิ่งนัก... หลานรักของข้า เจ้าเติบโตจนน่าตกใจจริงๆ..."
เมื่อได้ยินสุ้มเสียงนั้น สีหน้าที่เคยแข็งกร้าวและเปี่ยมด้วยความมั่นใจของหลี่มู่เฉินก็แปรเปลี่ยนเป็นความตกตะลึงพรึงเพริดอย่างถึงที่สุด นัยน์ตาของเขาเบิกกว้างด้วยความไม่เชื่อสายตา
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทาง ฝ่าฟัน และตื่นเต้นไปกับวิถีกระบี่อันองอาจดุดันนี้ด้วยกันเสมอนะครับ
เซียนกระบี่คลั่งรัก หนี้แค้นสวรรค์ทวงคืนบัลลังก์•ตอนที่ 28
พลังกระบี่ทลายฟ้า
ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่คลั่งรัก หนี้แค้นสวรรค์ทวงคืนบัลลังก์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!