เซียนกระบี่คลั่งรัก หนี้แค้นสวรรค์ทวงคืนบัลลังก์•ตอนที่ 15

งานประลองคัดเลือกศิษย์

ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
หุบเขาอัสนีคำรามถูกปกคลุมด้วยไอหมอกสีเทาหมองคล้ำ พื้นศิลาแกร่งเบื้องล่างสั่นสะเทือนทุกครั้งย้ำก้าวจากแรงกดดันของยอดฝีมือจากทั่วสารทิศ สายตาหลายร้อยคู่จับจ้องไปยังลานประลองแปดทิศ ศูนย์กลางแห่งการแย่งชิงความเป็นหนึ่งในการคัดเลือกศิษย์สายในประจำรอบทศวรรษ เสียงซุบซิบนินทาของเหล่าศิษย์สายนอกดังระงมราวกับฝูงแมลงวัน ทว่าไม่มีผู้ใดกล้าส่งเสียงดังเกินควร เนื่องจากเบื้องบนอัฒจันทร์ฝั่งประธานคือที่ประทับของเหล่าผู้วิสุทธิ์และผู้วิเศษผู้กุมชะตากรรมของสำนัก "ดูเจ้าระยำนั่นสิ... ยังกล้าก้าวขามาเหยียบสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้อีกหรือ" เสียงเย้ยหยันดังมาจากมุมหนึ่งของลานประลอง เป็นเสียงของ 'ไป๋หู่' ศิษย์เอกสายตรงผู้ครอบครองวิชาหมัดพยัคฆ์เพลิงกัลป์ ร่างกายกำยำของมันอัดแน่นด้วยกล้ามเนื้อและไอพลังปราณสีแดงฉานที่แผ่พุ่งออกมาอย่างดุดัน มันกอดอกมองร่างโปร่งในชุดคลุมสีครามซีดจางของผู้ที่ยืนอยู่เบื้องล่างด้วยแววตาดดูแคลนระคนสมเพช หลี่มู่เฉิน ไม่แม้แต่จะชายตามองคู่สนทนา ใบหน้าคมคายของเขาเรียบเฉยราวน้ำแข็งพันปี ดวงตาสีดำสนิทลึกล้ำราวกับห้วงมหาสนิท มือข้างขวากุมด้ามกระบี่เหล็กดำสนิทที่ไร้ลวดลายประดับเอาไว้มั่น สัมผัสเย็นเยียบจากคมกระบี่ส่งผ่านฝ่ามือเข้าสู่ชีพจร ช่วยสยบความเร่าร้อนของโลหิตในกายให้สงบนิ่ง เขากำลังรอ... รอเวลาที่ความแค้นตลอดสามปีที่ถูกเหยียบย่ำจะได้รับการชำระสะงัด "มู่เฉิน เจ้าถอนตัวตอนนี้ยังทัน" เสียงหวานใสแต่เย็นชาดุจหิมะโปรยปรายดังขึ้นแผ่วเบาจากด้านหลัง เซียนเฟยหลัน ในชุดกระโปรงยาวสีขาวบริสุทธิ์ปักลายหงส์เหมันต์ นางก้าวเดินผ่านกลุ่มศิษย์เข้ามาด้วยกิริยาสง่างามราวกับเทพธิดาลงมาจากสวรรค์ แม้ใบหน้างามล้ำเลิศจะไร้รอยยิ้ม ทว่าแววตาคู่สวยที่ทอดมองมู่เฉินกลับเต็มไปด้วยความห่วงใยที่ซ่อนเร้นอย่างแนบเนียน มู่เฉินปรายตามองนางเล็กน้อย มุมปากหยักลึกยกขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ ที่มีเพียงนางเท่านั้นที่เข้าใจความหมาย "ศิษย์พี่หญิงกังวลว่าข้าจะตาย... หรือกังวลว่าข้าจะลงมือหนักเกินไปจนสำนักต้องวุ่นวายกันแน่ครับ" น้ำเสียงนุ่มทุบกังวานราบเรียบ ทว่าทรงพลังจนทำให้หัวใจของเซียนเฟยหลันกระตุกวูบ นางเม้มริมฝีปากบางเฉียบเบาๆ ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง "เจ้าเด็กโง่... คู่ต่อสู้ของเจ้าในรอบแรกคือ 'เฟิงอวิ๋น' ผู้ใช้กระบี่วายุคลั่งแห่งหุบเขาเมฆา ทักษะกระบี่ของมันรวดเร็วปานสายฟ้าแลบและไร้ร่องรอย เจ้าในตอนนี้... พลังปราณยังอยู่ในขอบเขตหลอมรวมลมปราณขั้นที่เก้า เหตุใดจึงดื้อรั้นท้าทายโชคชะตาเช่นนี้" "โชคชะตาหรือครับ?" มู่เฉินหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะทุ้มต่ำแต่กลับดังก้องกังวานไปทั่วบริเวณราวกับเสียงกัมปนาท "สวรรค์ลิขิตให้ข้าเกิดมาอับจนหนทาง แต่ข้าต่างหาก... ที่จะใช้กระบี่ในมือนี้แหละ แหวกฟ้าดินสร้างลิขิตขึ้นมาใหม่!" สิ้นคำพูด ประกายตาสีครามเข้มก็พวยพุ่งออกจากร่างของมู่เฉินชั่วขณะ แรงกดดันไร้รูปถูกปล่อยออกมาจนศิษย์รอบข้างถึงกับหายใจติดขัด ถอยหลังไปโดยไม่รู้ตัว เซียนเฟยหลันนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ นางมองแผ่นหลังที่ดูผอมบางแต่มั่นคงดั่งขุนเขาของชายหนุ่ม หัวใจที่ด้านชามานานนับร้อยปีกลับเต้นรัวระรัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน นางรู้ดีว่าไม่อาจห้ามปรามบุรุษผู้นี้ได้อีกแล้ว ความดื้อรั้นและทรนงในศักดิ์ศรีคือตัวตนที่แท้จริงของเขา "การประลองรอบแรก... หลี่มู่เฉิน ปะทะ เฟิงอวิ๋น! เริ่มได้!" เสียงประกาศก้องของผู้อาวุโสผู้ดูแลการประลองดังสะท้านไปทั่วหุบเขา สิ้นเสียงนั้น ร่างของชายหนุ่มในชุดคลุมสีเทาเข้มพุ่งทะยานขึ้นสู่กลางลานประลองดั่งเหยี่ยวร่อนลม มือถือกระบี่เหล็กยาวประกายแสงสีเขียวมรกตจางๆ เฟิงอวิ๋นแยยยิ้มหยันด้วยความเหิมเกริม สายตาจับจ้องมู่เฉินราวกับเหยื่อในกำมือ "ไอ้สวะหลี่มู่เฉิน ถือว่าข้าใจดี วันนี้ข้าจะไว้ชีวิตเจ้า... แค่พิการสี่แข้งสี่ขาและทำลายตานเถียนของเจ้าก็พอ!" เฟิงอวิ๋นคำรามลั่น พร้อมกับชักกระบี่ออกจากฝัก แสงสีฟ้าสว่างวาบแผ่ขยายออกเป็นวงกว้าง ไอพลังปราณระดับกำเนิดวิญญาณขั้นต้นกดทับลงมายังมู่เฉินจนพื้นศิลาใต้เท้าของชายหนุ่มแตกร้าวเป็นทางยาว คนดูรอบสนามต่างส่งเสียงฮือฮา ช่องว่างระหว่างขอบเขตหลอมรวมลมปราณขั้นเก้ากับกำเนิดวิญญาณขั้นต้นนั้นกว้างใหญ่ราวฟ้ากับเหว การเอาชนะแทบจะเป็นไปไม่ได้ในสายตาทุกคน ทว่า มู่เฉินยังคงยืนหยัดอย่างองอาจ เขายกมือซ้ายขึ้นปัดฝุ่นที่บ่าเสื้ออย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะค่อยๆ ชักกระบี่เหล็กสีดำออกจากฝักช้าๆ เสียงเหล็กเสียดสีกับฝักดัง *กริ๊ก...* แผ่วเบา ทว่ากลับดังก้องกังวานบาดลึกเข้าไปในโสตประสาทของทุกคน "พูดมากเกินไป... เปลืองน้ำลายเปล่าๆ ครับ" มู่เฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย สิ้นคำพูด ร่างของเขาก็หายวับไปจากจุดเดิมอย่างไร้ร่องรอย ความเร็วที่เหนือล้ำกว่าขอบเขตพลังของตนเองหลายเท่าตัวทำให้เฟิงอวิ๋นถึงกับหน้าถอดสี ประกายกระบี่สีครามเข้มเส้นหนึ่งลากผ่านอากาศราวกับสายฟ้าแลบในคืนฤดูฝน พุ่งตรงเข้าหาลำคอของคู่ต่อสู้โดยไม่เปิดช่องว่างให้หายใจ! *เคร้ง!* ประกายไฟสارتกระจายไปทั่วทิศทาง แรงปะทะรุนแรงส่งผลให้เฟิงอวิ๋นต้องถอยหลังไปสามก้าว ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความตื่นตระหนก มันไม่คาดคิดเลยว่าเด็กหนุ่มที่มันมองว่าเป็นสวะ จะสามารถรับกระบี่ที่มีอานุภาพระดับนี้ได้ แถมยังสะท้อนแรงกลับมาจนชาไปถึงหัวไหล่ "เจ้า... นี่มันวิชากระบี่อะไรกัน!" เฟิงอวิ๋นตะโกนลั่นด้วยความเกรี้ยวกราด รวบรวมพลังปราณทั้งหมดไว้ที่ปลายกระบี่ เตรียมปลดปล่อยกระบวนท่าไม้ตายเพื่อสังหารคู่ต่อสู้ในดาบเดียว มู่เฉินไม่ตอบคำถาม เขายืนนิ่งสงบดั่งขุนเขา ปล่อยให้สายลมพัดผ่านเส้นผมสีดำสนิท ดวงตาคมกริบจับจ้องทุกการเคลื่อนไหวของศัตรูราวกับพญาอินทรีย์ที่กำลังรอเวลาขย้ำเหยื่อ บรรยากาศรอบตัวเริ่มบิดเบี้ยวจากอุณหภูมิที่ลดฮวบลงอย่างรวดเร็ว ไอความเย็นยะเยือกแผ่กระจายปกคลุมลานประลองในพริบตา ทว่า ในวินาทีที่กระบี่ของเฟิงอวิ๋นกำลังจะพุ่งเข้าประชิดตัว ท้องฟ้าเบื้องบนที่เคยปลอดโปร่งกลับมืดครึ้มลงอย่างกะทันหัน เมฆสีดำทะมึนก่อตัวหมุนวนเป็นรูปเกลียวคลื่นเหนือลานประลอง พร้อมกับเสียงคำรามกึกก้องของสายฟ้าสีทองที่ฟาดผ่าลงมาตรงใจกลางลานประลองพอดี! *เปรี้ยงงงง!* แรงระเบิดมหาศาลบังคับให้ทุกคนต้องยกแขนขึ้นบังแสงสว่างจ้าที่แสบตา เมื่อควันสีขาวจางลง ร่างของบุคคลลึกลับในชุดคลุมสีทองอร่ามผู้หนึ่งก็ปรากฏขึ้นยืนขวางกลางระหว่างมู่เฉินและเฟิงอวิ๋นอย่างไร้ซุ่มเสียง พร้อมกับป้ายคำสั่งทองคำประทับตรารูปมังกรฟ้าที่ถูกโยนลงแทบเท้าของเจ้าสำนักที่นั่งอยู่บนอัฒจันทร์ เจ้าสำนักอัสนีเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง รีบผุดลุกขึ้นยืนตัวสั่นเทา ก่อนจะคุกเข่าลงโขกศีรษะคำนับทันทีด้วยความหวาดกลัวสุดขีด "คารวะ... ท่านทูตสวรรค์แดนบูรพา เหตุใดท่านจึงเสด็จมายังสำนักเล็กๆ แห่งนี้..." บุคคลลึกลับใต้ผ้าคลุมหน้าหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงนั้นเย็นเยียบและทรงอำนาจจนทำให้ทุกคนในที่นั้นหยุดหายใจ ก่อนที่เขาจะค่อยๆ หันมามองหน้าหลี่มู่เฉิน พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้ทั่วทั้งยุทธภพต้องสะเทือนเลื่อนลั่น "หลี่มู่เฉิน... ถึงเวลาที่เจ้าต้องกลับมารับตำแหน่ง 'ประมุขกระบี่สวรรค์' ผู้สืบทอดที่แท้จริงแล้ว..." — มังกรครามท่องภพ
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่คลั่งรัก หนี้แค้นสวรรค์ทวงคืนบัลลังก์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%