โลหิตหยดหนึ่งร่วงหล่นลงกระทบพื้นศิลา ก่อเกิดเสียงก้องกังวานดุจเสียงระฆังสำริดในหุบเขาอันเงียบงัน
หลี่มู่เฉินชะงักฝ่ามือที่กำลังจะดึงกระบี่ออกจนสุด ดวงตาหรี่แคบลงเมื่อเพ่งมองไปยังผู้มาใหม่ที่ไม่ได้รับเชิญ เงาร่างนับสิบสายทะยานลงมาจากยอดผาเมฆาอย่างไร้สุ้มเสียง ไอสังหารสีชาดแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วรัศมีร้อย丈 แรงกดดันจากลมปราณระดับหลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์แผ่พุ่งเข้ากดทับจนแผ่นดินใต้ฝ่าเท้าปริแตก
"ศิษย์น้องหลี่ เจ้าช่างหาญกล้ายิ่งนัก... สังหารศิษย์สายในในเขตหวงห้าม ยังคิดจะหลบหนีไปพร้อมกับตัวประกันของสำนักอีกหรือ"
เสียงทุ้มต่ำแต่เย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลกดังขึ้นจากบุรุษผู้สวมอาภรณ์สีครามปักลายเมฆาอัคคี "เฟิงเทียน" ศิษย์พี่ใหญ่อันดับหนึ่งแห่งหออัคคีสวรรค์ แววตาของมันทอประกายเหยียดหยันและกระหายเลือด ในมือถือกระบี่วิญญาณระดับนภาที่ส่งเสียงคำรามฮùมฮ่ามดุจพยัคฆ์ร้ายกระหายเหยื่อ
ข้างกายมันคือ "ผู้อาวุโสไท่" อาจารย์อาวุโสผู้ควบคุมกฎแห่งสำนักกระบี่เมฆาคล้อย ผู้มีฉายา "กระบี่ไร้เงา" หนวดเคราสีขาวปลิวไสวตามแรงลมปราณ ดวงตาคู่นั้นจับจ้องร่างของเซียนเฟยหลันที่กำลังทรุดฮวบลงด้วยพิษประหลาดอย่างไม่ปิดบังความโลภในพลังปราณบริสุทธิ์ของนาง
หลี่มู่เฉินแค่นเสียงหัวسخريةในลำคอ ใบหน้าคมคายไร้ซึ่งความตื่นตระหนก มีเพียงความเยือกเย็นดุจห้วงสมุทรลึก เขาค่อยๆ ขยับตัวเข้าไปยืนขวางหน้าเซียนเฟยหลันเอาไว้ ร่างกายของเขายังคงมีบาดแผลฉกรรจ์จากการต่อيفเมื่อครู่ แต่กระดูกสันหลังกลับตั้งตรงดุจทวนเหล็กกล้าที่ไม่มีวันหักงอ
"ตัวประกันงั้นหรือ?" หลี่มู่เฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แต่แฝงไว้ด้วยกระแสลมปราณที่ทำให้แก้วหูของคนฟังถึงกับสั่นสะเทือน "นางคือคู่บำเพ็ญของข้า ใครหน้าไหนในใต้หล้า... ก็ไม่มีสิทธิ์แตะต้องปลายเส้นผมของนาง แม้แต่พวกเจ้าที่เป็นสุนัขรับใช้แห่งแดนสวรรค์ก็เช่นกัน"
"สามห่าว!" ผู้อาวุโสไท่คำรามลั่นด้วยความโกรธเกรี้ยว ฝ่ามือเหี่ยวย่นตบลงกลางอากาศเบาๆ คลื่นพลังอัคคีสีทองแผ่ขยายออกเป็นวงกว้าง กลายเป็นค่ายกลเพลิงผลาญนภาที่ปิดกั้นทุกเส้นทางถอยร่น "เด็กน้อย เจ้าคิดว่าครอบครองเคล็ดกระบี่โบราณแล้วจะต่อกรกับฟ้าดินได้หรือ วันนี้ข้าจะถลกหนังเจ้า เอาแก่นแท้ลมปราณออกมาบูชาค่ายกลสำนัก!"
เฟิงเทียนไม่รอช้า มันทะยานร่างพุ่งเข้าใส่ดุจสายฟ้าฟาด กระบี่ในมือแปรเปลี่ยนเป็นเงากระบี่นับพันสาย ทิ่มแทงตรงเข้าจุดตายทั้งเก้าของหลี่มู่เฉินในกระบวนท่าเดียว "กระบี่ทะลวงสุริยัน!"
บรรยากาศรอบกายพลันแปรเปลี่ยนเป็นร้อนระอุ ไอความร้อนแผดเผาจนอากาศบิดเบี้ยว หลี่มู่เฉินไม่หลบเลี่ยง เขากัดฟันกรอดจนเลือดซึมที่มุมปาก มือขวาที่กุมด้ามกระบี่สะบัดออกอย่างเด็ดเดี่ยว!
*ฉึบ!*
ประกายกระบี่สีครามเข้มระเบิดออก รัศมีกระบี่พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า แหวกม่านเมฆาสีดำทะมึนจนเกิดเป็นช่องว่างขนาดใหญ่ พลังกระบี่อันดุดันและบ้าคลั่งปะทะเข้ากับเงากระบี่นับพันสายจนเกิดเสียงระเบิดกึกก้องราวกับฟ้าผ่า แรงสะท้อนทำให้พื้นศิลาเบื้องล่างยุบตัวลงเป็นหลุมลึกหลายฉื่อ
หลี่มู่เฉินพ่นโลหิตออกมาคำโต แต่แววตากลับเปล่งประกายเจิดจ้าดุจดวงดารา เขาไม่ถอยแม้แต่ครึ่งก้าว หันไปกระซิบเสียงเบากับหญิงสาวด้านหลัง "เฟยหลัน... เชื่อใจข้าหรือไม่"
เซียนเฟยหลันเงยหน้าขึ้นมองแผ่นหลังกว้างที่เต็มไปด้วยรอยแผล หัวใจที่เคยเยือกเย็นดุจน้ำแข็งมานับร้อยปีพลันสั่นไหวอย่างรุนแรง นางเม้มริมฝีปากแน่นพยักหน้ารับเบาๆ "ไม่ว่าเจ้าจะไปแห่งหนใด... ข้าจะติดตามไปจนถึงปรภพ"
"ดี!"
หลี่มู่เฉินคำรามก้อง ทะยานร่างอุ้มร่างระหงของนางไว้ในอ้อมแขน พลังปราณทั้งหมดในจุดตันtianถูกรีดเร้นออกมาจนถึงขีดสุด เคล็ดวิชา "ย่างก้าวท่องนภามังกรคราม" ถูกใช้ออก ร่างของทั้งสองกลายเป็นลำแสงสีครามพุ่งทะยานดุจดาวตกพุ่งชนเข้ากับ "หุบเขากลืนวิญญาณ" – แดนต้องห้ามอันดับหนึ่งที่แม้แต่ยอดฝูงเซียนยังต้องหวาดผวา
"1ใน 10 แดนต้องห้าม! พวกมันคิดจะฆ่าตัวตายหรือ!" ผู้อาวุโสไท่หน้าเปลี่ยนสี รีบหยุดฝีปาก แต่ก็ช้าเกินไปเสียแล้ว
ร่างของหลี่มู่เฉินและเซียนเฟยหลันพุ่งทะลุผ่านม่านหมอกสีดำทมิฬที่ปกคลุมหุบเขากลืนวิญญาณหายลับไปต่อหน้าต่อตา ทิ้งไว้เพียงเสียงหัวเราะเย้ยหยันที่สะท้อนก้องกังวานอยู่ในหุบเขา
ทว่า... เมื่อทั้งสองพุ่งลึกเข้ามาในเขตแดนต้องห้าม ไอหมอกสีดำกลับไม่ได้กัดกร่อนพวกเขาทันทีอย่างที่ร่ำลือ แต่เบื้องหน้าของพวกเขากลับปรากฏประตูศิลาโบราณบานมหึมาที่สลักลวดลายอสูรบรรพกาล และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ... บนบานประตูนั้น มีรอยกระบี่ที่คุ้นเคยอย่างประหลาดปรากฏอยู่ ซึ่งเป็นรอยกระบี่เดียวกับที่หลี่มู่เฉินเคยใช้ในชาติภพก่อน!
ก่อนที่หลี่มู่เฉินจะได้ทันคิดวิเคราะห์สิ่งใด ประตูศิลาบานนั้นก็ส่งเสียงครครืนดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับบานประตูที่ค่อยๆ แง้มเปิดออกเองช้าๆ เผยให้เห็นแสงสว่างสีทองเจิดจ้าที่พวยพุ่งออกมาพร้อมกับกลิ่นอายพลังอันเก่าแก่ที่กดทับสวรรค์และปฐพี และเสียงกระซิบอันแผ่วเบาที่ดังขึ้นจากภายในความมืดมิดของประตู...
*"ในที่สุด... เจ้าก็กลับมาแล้วนะ... นายท่าน..."*
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าฟันอุปสรรคเคียงบ่าเคียงไหล่ไปกับตัวละครมาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
เซียนกระบี่คลั่งรัก หนี้แค้นสวรรค์ทวงคืนบัลลังก์•ตอนที่ 20
หนีตายสู่แดนต้องห้าม
ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่คลั่งรัก หนี้แค้นสวรรค์ทวงคืนบัลลังก์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!