กลิ่นอายโลหิตจางๆ ยังคงคละคลุ้งอยู่ในความเงียบงันยามราตรี ณ ตำหนักมังกรฟ้า แต่ภายในห้องโถงใหญ่ของสำนักกระบี่เมฆา กลับสว่างไสวไปด้วยคบเพลิงนับร้อยดวงที่ลุกโชน ราวกับเปลวเพลิงแห่งการพิพากษาที่พร้อมจะเผาผลาญทุกชีวิตให้มอดไหม้เป็นจุล
"หลี่มู่เฉิน เจ้ากล้าดียังไงถึงบังอาจก้าวเข้ามาเหยียบสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้!"
เสียงตวาดกร้าวด้วยความโกรธเกรี้ยวของผู้อาวุโสไป๋ดังสะท้อนก้องกังวาน จนกระเบื้องปูพื้นแทบปริร้าว ร่างชราในชุดคลุมสีเทาเข้มก้าวออกมาเบื้องหน้า สายตาดุดันจ้องมองเด็กหนุ่มผู้ยืนตระหง่านอยู่กลางโถง ราวกับพญาอินทรีที่จ้องตะครุบเหยื่อ
หลี่มู่เฉินหาได้สะท้านสะเทือนไม่ ใบหน้าหล่อเหลาคมคายยังคงราบเรียบเย็นชาดุจน้ำแข็งพันปี ดวงตาสีนิลคู่คมกวาดมองเหล่าผู้อาวุโสและศิษย์ร่วมสำนักที่ยืนล้อมรอบด้วยสีหน้าเย้ยหยันและสมเพช ในมือขวาของเขาหิ้วกระบี่เหล็กไร้คมเล่มเก่าคร่ำคร่า แต่มันกลับแผ่ไอสังหารอันน่าสะพรึงกลัวออกมาอย่างเงียบเชียบ จนผู้คนรอบข้างต้องก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว
"สถานที่ศักดิ์สิทธิ์งั้นหรือ?" มุมปากของหลี่มู่เฉินยกย่องขึ้นเล็กน้อย น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่กลับบาดลึกถึงขั้วหัวใจดังขึ้น "เกรงว่าสถานที่แห่งนี้คงแปดเปื้อนไปด้วยความเน่าเฟะของพวกท่านเสียมากกว่า ที่กล้าใช้ข้ออ้างปลอมๆ เพื่อกำจัดคนที่ไม่ยอมก้มหัวให้"
"สามหาม!" ผู้อาวุโสไป๋ตบโต๊ะข้างกายจนแตกละเอียดเป็นผุยผง "หลักฐานคาตาเช่นนี้ ยังกล้าปากแข็งอีกหรือ! ค้นตัวมัน!"
สิ้นคำสั่ง ศิษย์สายในฉายา 'กระบี่พยัคฆ์เหิน' สองคนก็พุ่งทะยานเข้ามาหมายจะจับกุม ทว่าพวกมันยังไม่ทันได้แตะชายเสื้อของหลี่มู่เฉิน ร่างของเขาก็หายไปจากจุดเดิมราวกับภูตผี
*เปรี้ยง!*
เสียงคลื่นกระแสลมปราณระเบิดออกอย่างรุนแรง ส่งร่างของศิษย์ทั้งสองกระเด็นกระแทกเสาหินสำนักกระอักเลือดสดๆ ออกมาคำโต โดยที่ไม่มีใครมองทันด้วยซ้ำว่าหลี่มู่เฉินเคลื่อนไหวอย่างไร
ความโกลาหลเกิดขึ้นชั่วพริบตา เหล่าผู้อาวุโสต่างสีหน้าเปลี่ยนไปทีละน้อย พลังปราณของเด็กหนุ่มผู้นี้... เหตุใดจึงรวดเร็วและลึกล้ำถึงเพียงนี้ ทั้งที่เมื่อเดือนก่อน เขายังเป็นเพียงศิษย์สายนอกที่อยู่แค่ขอบเขตหลอมรวมลมปราณขั้นต้นเท่านั้น!
"หยุดมมือ!"
ร่างระหงในชุดกระโปรงยาวสีขาวบริสุทธิ์ราวกับเทพธิดาก้าวออกมาจากหลังม่านบังตา กลิ่นอายความเย็นเยียบแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ เซียนเฟยหลัน ศิษย์พี่หญิงผู้สูงศักดิ์และงดงามที่สุดในสำนัก ดวงตากลมโตคู่สวยจ้องมองหลี่มู่เฉินด้วยแววตาที่สั่นไหวและซับซ้อนเกินกว่าผู้ใดจะหยั่งรู้ ภายในใจของนางปั่นป่วนดั่งคลื่นใต้น้ำ เมื่อเห็นสภาพของชายหนุ่มผู้กุมหัวใจนางไว้ทั้งหมด
"ศิษย์พี่... แม้แต่ท่านก็ไม่เชื่อใจข้ากระนั้นหรือ" หลี่มู่เฉินหันไปสบตานนาง น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวกลับทุ้มต่ำลงและแฝงไว้ด้วยความเจ็บปวดลึกซึ้งที่หาได้ยากยิ่ง
เซียนเฟยหลันเม้มริมฝีปากแน่นจนซีดเซียว นางกำหมัดภายใต้แขนเสื้อแน่นจนสั่นเทา นางอยากจะเชื่อใจเขา มากกว่าผู้ใดในใต้หล้า... แต่ทว่า สิ่งที่วางอยู่บนโต๊ะบูชาใจกลางโถงในเวลานี้ คือ 'ไข่มุกสุริยันจันทรา' สมบัติวิเศษบรรพกาลของสำนักกระบี่เมฆา ที่ถูกพบตกอยู่ภายในห้องพักส่วนตัวของหลี่มู่เฉินอย่างคาดไม่ถึง!
"มู่เฉิน..." เฟยหลันเอ่ยเสียงแผ่วเบา ร่องรอยความเย็นชาถูกแทนที่ด้วยความกังวล "ข้า... ข้าอยากเชื่อเจ้า แต่ของสิ่งนั้น..."
"ของสิ่งนั้น ข้าไม่ได้เป็นคนขโมย" หลี่มู่เฉินกล่าวตัดบท น้ำเสียงหนักแน่นและดุดันราวกับคำประกาศิต "ข้า หลี่มู่เฉิน ต่อให้ต้องกระอักเลือดตายร้อยหน หรือควักหัวใจออกมาพิสูจน์ต่อหน้าฟ้าดิน ข้าก็ไม่มีวันลดตัวไปขโมยของเดียรัจฉานพวกนี้มารังควานใจตัวเอง!"
"ปากกล้าจริงนะหลี่มู่เฉิน!" ผู้อาวุโสไป๋แค่นเสียงหัวเราะอย่างเยียบเย็น ยื่นมือหยิบกล่องไม้หยกที่บรรจุไข่มุกสุริยันจันทราขึ้นมา "หลักฐานมัดตัวแน่นหนาขนาดนี้ เจ้ายังมีหน้ามาปฏิเสธอีกหรือ? หรือจะบอกว่า มีเซียนเทวดาที่ไหนแอบย่องเบาเอาของวิเศษนี้ไปยัดไว้ในห้องของสุนัขรับใช้อย่างเจ้ากัน!"
เสียงหัวเราะเยาะเย้ยดังระงมไปทั่วห้องโถง เหล่าศิษย์ต่างพากันซุบซิบนินทา มองหลี่มู่เฉินด้วยสายตารังเกียจและเหยียดหยาม
หลี่มู่เฉินไม่สนใจเสียงรอบข้าง สายตาคมกราบกรานมองสำรวจไปรอบโถง ก่อนจะไปหยุดนิ่งที่รอยยิ้มมุมปากอันเจ้าเล่ห์ของ 'ไป๋อี้หลาน' บุตรชายของผู้อาวุโสไป๋ ที่ยืนหลบอยู่มุมมืด แววตาของไป๋อี้หลานฉายชัดถึงความสมเพชและแผนการอันชั่วช้าที่สำเร็จลุล่วง
*ที่แท้... ก็เป็นแผนการสกปรกของสองพ่อลูกตระกูลไป๋ เพื่อกำจัดข้าให้พ้นทางก่อนการประลองคัดเลือกศิษย์เอกสินะ*
หลี่มู่เฉินหลับตาลงช้าๆ ลมหายใจเข้าออกยาวลึก สะกดกลั้นเพลิงโทสะที่กำลังแผดเผาจิตวิญญาณ ในเมื่อพวกมันใช้วิธีสกปรกบีบคั้นเขาถึงเพียงนี้ เขาก็ไม่มีความจำเป็นต้องไว้หน้าผู้ใดอีกต่อไป
เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง ประกายแสงสีครามเข้มก็พวยพุ่งออกจากนัยน์ตาของหลี่มู่เฉิน ร่างกายของเขาแผ่ไอสังหารที่รุนแรงจนทำเอาคบเพลิงรอบโถงสั่นไหววูบวาบ บรรยากาศกดดันจนทุกคนแทบหยุดหายใจ
"ดี... ดีมาก!" หลี่มู่เฉินแค่นหัวเราะเสียงต่ำ รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏบนใบหน้า "ในเมื่อพวกท่านปรารถนาจะให้ข้าเป็นขโมยนัก งั้นวันนี้ ข้าจะแสดงให้พวกท่านได้ประจักษ์ว่า... การต้อนเสือเข้าถ้ำ มันมีจุดจบเช่นไร!"
มือขวาของเขาเอื้อมไปกุมด้ามกระบี่เหล็กไร้คมที่เหน็บอยู่ข้างเอว เสียงเหล็กเสียบสีกับฝักดัง *กริ๊ก* แผ่วเบา แต่กลับดังก้องกังวานเสียดแทงแก้วหูของทุกคนในที่นั้น
เซียนเฟยหลันเบิกตากว้างด้วยความตกใจ นางรีบก้าวเท้าเข้ามาหาพร้อมตะโกนสุดเสียง "มู่เฉิน! อย่าทำเช่นนั้นนะ!"
ทว่า... มันสายเกินไปเสียแล้ว
นิ้วเรียวยาวของหลี่มู่เฉินสะบัดออกเบื้องหน้า ปลายกระบี่สีดำสนิทถูกชักออกจากฝักเพียงครึ่งคัน คลื่นพลังปราณมหาศาลระดับทะลวงขอบเขตที่ถูกปิดผนึกไว้ก็ทะลักทะลายออกมาดั่งเขื่อนแตก พัดพาเอาลมพายุหมุนกรรโชกกระเบื้องหลังคาปลิวว่อน ท้องนิตyrค่ำคืนที่เคยปลอดโปร่งกลับถูกย้อมด้วยสีเลือดและเมฆหมุนวนอันน่าสะพรึงกลัวในพริบตาเดียว!
ทันใดนั้นเอง... ประตูใหญ่ของตำหนักมังกรฟ้าก็ถูกกระแทกเปิดออกอย่างแรงด้วยพลังอันไร้รูป เงาร่างในชุดคลุมสีดำสนิทผู้หนึ่งก้าวเดินเข้ามาท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายลงมาอย่างกะทันหัน พร้อมกับเสียงหัวเราะแหบแห้งที่ทำให้โลหิตในกายของทุกคนต้องเย็นเฉียบ
"ฮ่าๆๆๆ... ช่างเป็นการแสดงที่น่าสนุกเสียจริง ไม่นึกเลยว่าสำนักอันทรงเกียรติ จะเล่นละครตบตาเด็กหนุ่มผู้หนึ่งได้น่าสมเพชถึงเพียงนี้..."
หลี่มู่เฉินชะงักฝ่ามือที่กำลังจะดึงกระบี่ออกจนสุด ดวงตาหรี่แคบลงเมื่อเพ่งมองไปยังผู้มาใหม่ที่ไม่ได้รับเชิญ
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันดุเดือดนี้ร่วมกันนะครับ
เซียนกระบี่คลั่งรัก หนี้แค้นสวรรค์ทวงคืนบัลลังก์•ตอนที่ 19
แผนการชั่วช้า
ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่คลั่งรัก หนี้แค้นสวรรค์ทวงคืนบัลลังก์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!