"ผู้ใดไร้ซึ่งกระดูกสันหลัง ย่อมเป็นได้เพียงเศษฝุ่นใต้รอยเท้าของวัฏสงสาร"
เสียงตวาดก้องกังวานดั่งอสนีบาตฟาดกลางฤดูร้อน สะท้อนก้องกังวานไปทั่วลานทดสอบ "ด่านหินอัคคีผลาญสวรรค์" เบื้องหน้าศิษย์สายนอกหลายร้อยชีวิต หินผานิลกาฬขนาดมหึมาน้ำหนักกว่าหมื่นชั่ง ตั้งตระหง่านท้าทายแรงโน้มถ่วง ผิวดำสนิทของมันอาบไล้ด้วยอักขระโบราณสีเลือดที่ส่งไอความร้อนระอุออกมาจนอากาศบิดเบี้ยวเป็นคลื่น
นี่คือด่านทดสอบหินผา ภายใต้การควบคุมของผู้วิชาการอาวุโสจ้าว ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมและเกลียดชังศิษย์สายต่ำต้อยเข้ากระดูกดำ
หลี่มู่เฉินยืนหยัดอยู่แถวหน้า ร่างกายโปร่งบางแต่เปี่ยมด้วยมัดกล้ามเนื้อที่ซ่อนเร้นภายใต้ชุดศิษย์สายนอกสีหม่น ดวงตาคมกราบดั่งคมกระบี่ไร้ฝักจับจ้องไปยังหินผานิลกาฬเบื้องหน้าอย่างไร้ความหวั่นเกรง ความทรงจำจากมหาเทพผู้ยิ่งใหญ่ในอดีตชาติหลอมรวมกับสัญชาตญาณปัจจุบัน ทำให้เขารู้ดีว่า การจะก้าวผ่านด่านนี้ มิใช่ใช้เพียงกำลังกล้ามเนื้อ แต่ต้องใช้ "เจตจำนงแห่งกระบี่" ที่เหนือกว่าฟ้าดิน
"หลี่มู่เฉิน! หากเจ้าไม่มีปัญญาผลักหินอัคคีนี้ให้เคลื่อนแม้แต่เพียงชิตเดียว จงกราบลงแล้วไสหัวออกไปจากสำนักเสีย!" เสียงหัวเราะเยาะเย้ยของกลุ่มศิษย์สายในและผู้อาวุโสจ้าวประสานกันดั่งเสียงนกแสกยามราตรี
ท่ามกลางกลุ่มผู้ชมเบื้องหลัง เซียนเฟยหลัน ศิษย์พี่หญิงผู้สูงศักดิ์และเย็นชาดุจน้ำแข็ง ยืนกอดอกอยู่บนระเบียงหยกขาว ใบหน้างามล้ำเลิศไร้ที่ติราบเรียบดั่งผิวน้ำในเหมืองลึก ทว่าแววตาคู่คมกลับไหววับด้วยประกายความห่วงใยที่นางพยายามซ่อนเร้นไว้อย่างมิดชิด มือเรียวบางใต้แขนเสื้อกิโมโนกุมเข้าหากันแน่นจนข้อต่องอขาว นางรู้ดีว่าด่านนี้ถูกตั้งขึ้นมาเพื่อบดขยี้เขาโดยเฉพาะ
มู่เฉินเหลือบสายตากลับไปสบตากับนางเพียงเสี้ยววินาที ความอบอุ่นลึกล้ำสายหนึ่งพาดผ่านหัวใจที่ด้านชา เขาเพียงส่งยิ้มบางๆ ให้รี้ดเดอร์และนางผู้เป็นดั่งดวงใจ รอยยิ้มนั้นองอาจและเย่อหยิ่งเสียจนเฟยหลันต้องสะท้อนใจ วาจาไม่ต้องเอ่ย นางอ่านความนัยในแววตานั้นออกชัดเจน—*รอดูข้าพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินเถอะ*
หลี่มู่เฉินก้าวเท้าออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว
*ตึง!*
พื้นหินแกรนิตใต้ฝ่าเท้าแตกร้าวเป็นใยแมงมุมทันทีที่น้ำหนักตัวและพลังปราณส่วนหนึ่งถูกกดลงไป ลมปราณแท้จริงเก้าสวรรค์ภายในร่างเริ่มหมุนวนดั่งพายุคลั่ง เสียงคำรามต่ำราวกับมังกรครามสะท้อนก้องในห้วงสมุทรปราณ ทั่วทั้งร่างของเขาพลันเปล่งประกายแสงสีครามเจิดจ้าตัดกับไอความร้อนของหินอัคคี
"เด็กโง่... คิดจะใช้พลังปราณดิบๆ ต้านทานหินอัคคีผลาญสวรรค์ที่มีค่ายากรณ์ระดับสี่อย่างนั้นหรือ ช่างไม่เจียมสังขาร!" ผู้อาวุโสจ้าวแค่นเสียงหัวเราะเยาะอย่างสะใจ
มู่เฉินไม่ใส่ใจคำสุนัขเห่าหอน เขาสูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นอายของความตายและคราบเลือดจากสมรภูมิบรรพกาลหลั่งไหลเข้าสู่โสตประสาท มือขวาของเขายกขึ้นตั้งฉาก ฝ่ามือแบออกก่อนจะกำเข้าหากันแน่นจนเสียงกระดูกลั่นเปรี๊ยะ
เขาไม่ได้ใช้กระบี่ในมือ... เพราะในเวลานี้ ร่างกายของเขาทั้งร่างคือคมกระบี่!
*ตูมมม!*
มู่เฉินพุ่งทะยานเข้าประชิดหินผานิลกาฬด้วยความเร็วที่แม้แต่สายตาของผู้อาวุโสยังจับภาพแทบไม่ทัน ฝ่ามือข้างขวากระแทกลงบนพื้นผิวหินอัคคีอย่างจัง แรงปะทะสะท้อนกลับมาราวกับภูเขาถล่มใส่ร่าง ผิวหนังบริเวณแขนขวาของเขาปริแตกจนเลือดสีสดไหลซึมอาบย้อมอาภรณ์สีหม่น แต่สีหน้าของมู่เฉินกลับไม่มีแม้แต่ร่องรอยความเจ็บปวด มีเพียงความดุดันและดื้อรั้น
"ลอยไปเสีย!"
คำรามก้องฟ้า! พลังปราณเก้าสวรรค์ระเบิดออกอย่างไร้การยับยั้ง อักขระสีเลือดบนหินผานิลกาฬสั่นสะท้อนอย่างรุนแรงก่อนจะแตกละเอียดเป็นผุยผง หินยักษ์น้ำหนักหมื่นชั่งค่อยๆ เคลื่อนตัวถอยหลังไปทีละนิ้ว... สองนิ้ว... จนกระทั่งเกิดเสียงครืนครางเลื่อนลั่นราวกับแผ่นดินแยก
เหล่าศิษย์สายนอกอ้าปากค้างจนคางแทบหลุด ผู้อาวุโสจ้าวหน้าซีดเผือดจนเขียวคล้ำ ไม่อาจเชื่อสายตาตนเองว่ามนุษย์ผู้หนึ่งจะมีพละกำลังทางกายและลมปราณที่น่ากลัวถึงเพียงนี้
ทว่า... ในวินาทีที่หินยักษ์กำลังจะถูกผลักจนพ้นเขตทดสอบ ทันใดนั้นเอง อากาศเบื้องบนก็บิดเบี้ยวอย่างรุนแรง เมฆดำทะมารก่อตัวขึ้นฉับพลันโดยปราศจากเค้าลาง เสียงคำรามของสายฟ้าสีทองคำฟาดผ่าลงมาจากนภากาศอย่างไร้ความปรานี พุ่งตรงมายังจุดที่มู่เฉินยืนอยู่ราวกับต้องการทำลายล้างผู้ที่กล้าฝืนลิขิตสวรรค์!
"ทัณฑ์สวรรค์ล่วงหน้า!" ผู้อาวุโสจ้าวอุทานลั่นด้วยความตกใจกลัว
เซียนเฟยหลันเบิกตากว้าง พลังปราณน้ำแข็งทั่วร่างระเบิดออก นางเตรียมจะพุ่งทะยานเข้าไปรับสายฟ้านั้นแทนเขา แม้จะต้องทรยศต่อกฎสำนักทั้งปวงก็ตาม
แต่มู่เฉินกลับเงยหน้าขึ้นท้าทายสายฟ้าสีทองด้วยรอยยิ้มหยัน นัยน์ตาส่องประกายสีครามเข้มข้นยิ่งกว่าเดิม มือซ้ายของเขาตวัดขึ้นคว้าด้ามกระบี่สนิมเขรอะที่เหน็บอยู่ข้างเอว...
และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ก่อนที่กระบี่จะถูกชักออกจากฝัก ความกดดันระดับมหาเทพก็แผ่ซ่านกดทับทุกคนจนทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้น!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนวิถีกระบี่อันองอาจนี้ด้วยกันเสมอมานะครับ
เซียนกระบี่คลั่งรัก หนี้แค้นสวรรค์ทวงคืนบัลลังก์•ตอนที่ 7
ด่านหินแห่งสำนัก
ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่คลั่งรัก หนี้แค้นสวรรค์ทวงคืนบัลลังก์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!