"ศิษย์น้องหลี่... เจ้าเสียสติไปแล้วกระนั้นหรือ!"
เสียงหวีดร้องของผู้อาวุโสใหญ่แห่งสำนักกระบี่เมฆาอัคคีดังสะเทือนเลื่อนลั่น ก้องกังวานไปทั่วลานประลองกระบี่สวรรค์ เบื้องหน้าของเขาคือร่างอันโชกโชนด้วยโลหิตของหลี่มู่เฉิน ชายหนุ่มผู้ยืนหยัดหลังตรงตระหง่าน แม้ลมปราณในกายจะปั่นป่วนจนเส้นชีพจรแทบขาดสะบั้น แต่สายตาคู่นั้นยังคงคมกริบดุจกระบี่ไร้พ่าย ทว่าสิ่งที่ทำให้ผืนแผ่นดินเบื้องล่างสั่นสะเทือนยิ่งกว่าพลังปราณใดๆ กลับไม่ใช่บาดแผลของมู่เฉิน หากแต่เป็นเงาร่างบอบบางในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ปักลายหงส์เพลิง ที่ก้าวออกมายืนขวางกั้นเบื้องหน้าเขาอย่างเด็ดเดี่ยว
นางเซียนเฟยหลัน!
สตรีผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นไข่มุกแห่งสำนัก เป็นผู้บริสุทธิ์ผุดผ่องดั่งเซียนจำศีลบนยอดเขาหิมะ บัดนี้แววตาคู่สวยที่เคยเย็นชาดุจน้ำแข็งคู่นั้น กลับฉายแววเด็ดเดี่ยวระคนเยียบเย็น นางยกกระบี่คู่กาย 'เหมันต์พิสุทธิ์' ขึ้นชี้ตรงไปยังผู้อาวุโสใหญ่โดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
"ข้าไม่ได้เสียสติ... ผู้อาวุโสใหญ่"
น้ำเสียงของนางราบเรียบ เยือกเย็น แต่ทรงพลังจนผู้คนในลานประลองต่างพากันกลั้นหายใจ ลมหายใจของสำนักกระบี่เมฆาอัคคีเหมือนจะหยุดชะงักลงในวินาทีนั้น
"เฟยหลัน! เจ้ากล้าเอาอนาคตในฐานะศิษย์เอก และทายาทผู้สืบทอดสำนัก มาเดิมพันกับคนนอกที่กระทำผิดกฎสำนักเช่นมันรึ? เจ้าลืมแล้วหรือว่ากฎเหล็กข้อที่สามของสำนักคืออะไร!" ผู้อาวุโสใหญ่คำรามลั่น ใบหน้าชราภาพบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว มือเหี่ยวย่นกำด้ามไม้เท้าหัวมังกรแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน
"กฎเกณฑ์หรือ..." เซียนเฟยหลันแค่นยิ้มหยันออกมาเบาๆ รอยยิ้มที่งดงามแต่กลับเยือกเย็นจนบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "กฎที่สร้างขึ้นโดยผู้อาวุโสผู้เห็นแก่ตัว เพื่อบดขยี้ผู้บริสุทธิ์และปกป้องผลประโยชน์ของพวกพ้อง... กฎเช่นนี้ สมควรถูกทำลายให้สิ้นซากตั้งนานแล้ว!"
สิ้นคำพูดนั้น ความโกลาหลก็บังเกิดทันที เหล่าศิษย์นับพันคนต่างส่งเสียงฮือฮากันระงม ไม่มีใครคาดคิดว่านางเซียนผู้สูงส่ง ศิษย์รักของเจ้าสำนัก จะกล้าประกาศตัวเป็นปฏิปักษ์ต่อกฎของสำนักอย่างโจ่งแจ้งเพื่อปกป้องหลี่มู่เฉิน ศิษย์สายนอกผู้ต่ำต้อย
หลี่มู่เฉินหันไปมองแผ่นหลังอันบอบบางแต่ทว่ามั่นคงยิ่งกว่าขุนเขาของนาง หัวใจที่เคยด้านชาและเย็นเยียบดั่งน้ำแข็งพันปีของมหาเทพผู้ร่วงหล่น กลับรู้สึกราวกับถูกไฟอุ่นๆ แผดเผาจนไอร้อนเอ่อล้นขึ้นมาที่ขอบตา
"เฟยหลัน... เจ้าไม่ควรทำเช่นนี้" มู่เฉินเอ่ยเสียงแหบพร่า มือข้างที่ยังใช้งานได้เอื้อมไปหมายจะดึงแขนเสื้อของนาง แต่กลับถูกมือเรียวบางของนางคว้าจับไว้แน่น ราวกับจะบอกเขาว่า *'ต่อให้ฟ้าถล่มลงมา ข้าก็จะยืนอยู่เคียงข้างท่าน'*
"เงียบเสีย มู่เฉิน" นางเอ่ยเบาๆ โดยไม่หันกลับมามอง แต่กระแสจิตที่ส่งผ่านความอบอุ่นมายังฝ่ามือของเขานั้นชัดเจนยิ่งกว่าสิ่งใด "ข้าปกป้องท่านในวันนี้ มิใช่เพราะฐานะศิษย์พี่... แต่เพราะท่านคือหัวใจของข้า"
คำพูดเพียงไม่กี่คำ ทว่ากลับทรงพลังยิ่งกว่าเคล็ดวิชากระบี่ใดๆ ในใต้หล้า ผู้อาวุโสใหญ่เห็นดังนั้นก็บันดาลโทสะจนแทบกระอเลือด ร่างชราพุ่งทะยานขึ้นสู่กลางอากาศ พลังปราณระดับหลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์แผ่พุ่งกดทับลงมาดั่งภูเขาหิมะถล่มทลาย
"นังศิษย์อกตัญญู! ในเมื่อเจ้าเลือกทางนี้ อย่าหาว่าพวกเราไร้ไมตรีจิต!"
ตูーム!
แรงกดดันมหาศาลระเบิดออกเป็นวงกว้าง พื้นศิลาแกร่งรอบกายทั้งสองแตกละเอียดเป็นผุยผง เซียนเฟยหลันสะบัดกระบี่เหมันต์พิสุทธิ์ออก คมกระบี่เปล่งประกายแสงสีฟ้าเจิดจ้า หลอมรวมเป็นม่านน้ำแข็งหนาทึบต้านทานพลังปราณของผู้อาวุโสใหญ่ ทว่าด้วยพลังที่ห่างกันหลายขอบเขต ทำให้ร่างของนางเซ็นถอยหลังไปสามก้าว มุมปากมีโลหิตสีชาดไหลซึมออกมาอย่างน่าเวทนา
"ศิษย์พี่!" หลี่มู่เฉินคำรามลั่นด้วยความเจ็บปวด ความโกรธแค้นแผดเผาจิตวิญญาณของอดีตมหาเทพจนทะลักทลายออกจากร่าง ดวงตาคู่วคมเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน ไอสังหารพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าจนเมฆหมอกแปรเปลี่ยนเป็นสีดำทะมึน
วิญญาณกระบี่โบราณภายใน단전 (단전 - ตันเถียน) สั่นสะเทือนคำรามลั่น มันตื่นจากการหลับใหลอันยาวนาน!
"มู่เฉิน... อย่า!" เซียนเฟยหลันสัมผัสได้ถึงพลังอันน่าสะพรึงกลัวที่กำลังจะระเบิดออกจากร่างของชายหนุ่ม นางรู้ดีว่าหากเขายอมใช้เคล็ดวิชาต้องห้ามเพื่อฝืนขับพลังในยามนี้ เส้นชีพจรของเขาจะแหลกสลายและไม่มีวันฟื้นคืนได้อีกตลอดกาล
"ข้าทนดูผู้คนทำร้ายเจ้าไม่ได้อีกต่อไปแล้ว..." หลี่มู่เฉินกระซิบเสียงต่ำ ดวงตาสีแดงฉานจ้องมองไปยังผู้อาวุโสใหญ่ด้วยจิตสังหารที่พร้อมจะผลาญทำลายทุกสรรพสิ่ง
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด และหลี่มู่เฉินกำลังจะชักกระบี่เล่มสุดท้ายออกจากฝักเพื่อแลกด้วยชีวิตนั้นเอง—
ท้องนากเหนือสำนักกระบี่เมฆาอัคคีก็เกิดเสียงคำรามกึกก้องดั่งอสนีบาตฟาดผ่า มิติรอบด้านบิดเบี้ยวเป็นรอยร้าวสีดำทมิฬ กลิ่นอายกดดันอันน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าผู้อาวุโสใหญ่หลายร้อยเท่าแผ่ซ่านลงมาจากฟากฟ้า
เงาร่างหนึ่งในชุดคลุมสีทองอร่าม ปรากฏกายขึ้นกลางรอยแยกมิติอย่างเงียบเชียบ ใบหน้าของผู้นั้นสวมหน้ากากเงินครึ่งซีก ปิดบังร่องรอยทั้งหมด ทว่าน้ำเสียงที่เปล่งออกมากลับทำให้ทุกคนในที่นั้นตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวอย่างหาที่สุดไม่ได้
"น่าสนใจ... ช่างเป็นความรักที่กล้าหาญและโง่เขลาเสียจริง"
ผู้มาใหม่กวาดสายตามองหลี่มู่เฉินและเซียนเฟยหลัน ก่อนจะยกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อยพร้อมเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของทุกคนเย็นเฉียบ
"แต่... เจ้าคิดว่าเจ้าหนีพ้นเงื้อมมือของ *'สำนักเทพยุทธ์ไร้ลักษณ์'* จริงๆ งั้นหรือ... ศิษย์สายนอกหลี่มู่เฉิน?"
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทาง ฝ่าฟัน และเติบโตไปพร้อมกับวิถีกระบี่อันองอาจดุดันนี้ด้วยกันเสมอนะครับ
เซียนกระบี่คลั่งรัก หนี้แค้นสวรรค์ทวงคืนบัลลังก์•ตอนที่ 23
เฟยหลันยอมหักหลังสำนัก
ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่คลั่งรัก หนี้แค้นสวรรค์ทวงคืนบัลลังก์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!