“คุณธีธัชคะ... มีคนส่งซองนี้มาที่แผนกต้อนรับค่ะ แจ้งว่าเป็นเอกสารด่วนส่วนบุคคลที่ไม่อาจผ่านเลขาฯ หน้าห้องได้”
เสียงกระซิบสั่นๆ ของเด็กฝึกงานหน้าใหม่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องทำงานกระจกใส ณ สำนักงานกฎหมายชั้นนำใจกลางกรุงเทพมหานตร ธีธัชไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากกองสำนวนคดีความฟ้องร้องมูลค่าหลายร้อยล้านตรงหน้า ปลายนิ้วที่สวมแหวนเกลี้ยงสีเงินเคาะโต๊ะทำงานเป็นจังหวะเนิบนาบ สื่อถึงความรำคาญใจที่ถูกขัดจังหวะในเวลาทำงานอันเคร่งเครียด
“วางไว้ตรงนั้น แล้วออกไปได้แล้ว” น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบไร้ความรู้สึกเอ่ยไล่ โดยไม่แม้แต่จะชายตาแล
แต่สัมผัสเย็นยะเยือกที่แล่นพล่านขึ้นมาจากสันหลังเมื่อเหลือบไปเห็นตราประทับสีแดงฉานบนซองกระดาษสีน้ำตาลนั้น กลับทำให้ลมหายใจของทนายความหนุ่มผู้ไม่เคยเกรงกลัวผู้ใดสะดุดกึก มันไม่ใช่เอกสารจากศาล... แต่มันคือจดหมายเปิดผนึกที่ถูกถ่ายเอกสารนับร้อยฉบับ และถูกกระจายไปยังโต๊ะทำงานของหุ้นส่วนอาวุโสทุกท่านในบริษัทแห่งนี้แล้ว
ธีธัชขยับกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงโปร่งในชุดสูทตัดเย็บประณีตก้าวเข้าไปคว้าซองเอกสารนั้นด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย—ความรู้สึกที่เขาไม่ได้สัมผัสมานานนับตั้งแต่ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดในฐานะทนายมือหนึ่งผู้ไร้พ่าย
ภาพที่ปรากฏต่อสายตาคือบทความซุบซิบจากเพจข่าวสังคมออนไลน์ชื่อดัง ที่ตีแผ่เรื่องราวเบื้องลึกเบื้องหลังชีวิตสมรสที่พังทลายของ ‘ทนายความหนุ่มผู้ผดุงความยุติธรรม’ กับอดีตภรรยาที่ถูกเขี่ยทิ้งอย่างไร้เยื่อใย ถ้อยคำในบทความเชือดเฉือนและเต็มไปด้วยการตั้งคำถามถึงศีลธรรมอันดีงามของผู้ชายที่ปากบอกว่าปกป้องความถูกต้อง แต่กลับเหยียบย่ำหัวใจคนที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขมาด้วยกันในยามที่เธอไร้ค่า
*“ทนายมือหนึ่งผู้ผดุงกฎหมาย... แต่กลับหย่าร้างภรรยาที่แท้งลูกอย่างไร้ความปรานีเพื่อแลกกับอนาคตอันรุ่งโรจน์ นี่หรือคือความยุติธรรมที่สังคมกำลังกราบไหว้?”*
ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ขากรรไกรขบเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน
ข่าวลือนี้ไม่ได้แพร่สะพัดแค่ในวงการทนายความเท่านั้น แต่มันกำลังกัดกินชื่อเสียง ความน่าเชื่อถือ และภาพลักษณ์ที่เขาสั่งสมมาทั้งชีวิตให้พังทลายลงในชั่วข้ามคืน เสียงซุบซิบตามทางเดิน สายตาติติงจากหุ้นส่วนรุ่นลุงที่มองมาด้วยความผิดหวัง และรอยยิ้มเยาะหยันจากคู่แข่งทางธุรกิจอย่างพศินที่ลอยวนอยู่ในหัว ล้วนแต่บีบคั้นให้ธีธัชรู้สึกเหมือนกำลังจมดิ่งลงไปในห้วงน้ำอันมืดมิด
“ใครเป็นคนปล่อยข่าวนี้...” ธีธัชพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ดวงตาแดงก่ำด้วยความโกรธเกรี้ยวและอัปยศ
ในวินาทีนั้นเอง ภาพใบหน้าเรียบเฉย เย็นชา และแววตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดแต่เด็ดเดี่ยวของรินรดาในวันที่เธอยื่นใบหย่าให้ ก็ผุดขึ้นมาในความทรงจำราวกับภาพสะท้อนจากกระจกเงาที่เขาเคยพยายามทุบทำลายมันทิ้ง เธอไม่ได้ร้องไห้ฟูมฟาย เธอไม่ได้อ้อนวอนขอความเห็นใจ แต่เธอกลับเดินจากไปพร้อมกับรอยยิ้มที่ทิ้งแผลเป็นลึกไว้ในใจเขาจนถึงทุกวันนี้
หรือนี่คือเกมการแก้แค้นที่เธอวางแผนไว้ทั้งหมด? รินรดาผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่าอ่อนแอและไม่มีพิษภัยคนนั้น กำลังใช้มือของสังคมมาตบหน้าเขาฉาดใหญ่โดยที่เธอไม่ต้องลงมือเองอย่างนั้นหรือ?
ธีธัชคว้าโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะด้วยความเร็วสูง นิ้วเรียวกดเบอร์โทรศัพท์ที่คุ้นเคยซึ่งเขาไม่ได้ต่อสายหามานานแรมเดือน เสียงรอสายดังอยู่นานนับนาทีก่อนที่ปลายสายจะกดรับด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิทไร้ระลอกคลื่น
“ริน...” ธีธัชเอ่ยชื่อภรรยาเก่าด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย พยายามข่มความโกรธทั้งหมดไว้ภายใต้ความเยือกเย็น “คุณทำแบบนี้ทำไม? คุณต้องการอะไรจากการทำลายชื่อเสียงของผม!”
ปลายสายเงียบไปชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบาและเสียงบรรยากาศรอบตัวที่ดูเงียบสงบตัดกับความพินาศในห้องทำงานของเขา ก่อนที่น้ำเสียงหวานทุบกระด้างและเยือกเย็นเกินกว่าที่เขาเคยรู้จักจะเอ่ยตอบกลับมา
“ชื่อเสียงที่คุณหวงแหนนักหนаเหรอคะ, คุณธีธัช...” เสียงหัวเราะแผ่วเบาในลำคอของรินรดาดังลอดเข้ามา ทำให้หัวใจของทนายหนุ่มกระตุกวาบ “สิ่งที่ฉันทำ... มันเทียบไม่ได้เลยกับเศษเสี้ยวความเจ็บปวดที่คุณเคยฝังไว้ในตัวฉันและลูกของเรา สิ่งที่คุณกำลังเผชิญอยู่ตอนนี้ มันเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของความยุติธรรมที่แท้จริงต่างหากล่ะคะ”
“รินรดา! คุณฟังผมก่อน...”
*ตู๊ด... ตู๊ด... ตู๊ด...*
สายถูกตัด قطعลงอย่างไร้เยื่อใย เช่นเดียวกับเยื่อใยสุดท้ายในหัวใจของหญิงสาวที่เขาเคยทำลายลงด้วยมือของตัวเอง ธีธัชยืนนิ่งค้างอยู่กลางห้องทำงาน ลมหายใจหอบกระชั้น ร่างกายรู้สึกชาหนึบไปหมด ความรู้สึกผิดที่เคยพยายามปฏิเสธมาตลอด กลับถาโถมเข้าใส่ราวกับคลื่นยักษ์ซัดถล่ม
แต่ความเครียดเรื่องข่าวลือในวงการยังไม่ทันได้คลี่คลาย เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นอีกครั้งอย่างเร่งรีบ พร้อมกับเลขาฯ หน้าห้องที่ผลักประตูเข้ามาด้วยใบซีดเผือก
“คุณธีธัชคะ... แย่แล้วค่ะ! ทางสภาทนายความติดต่อมาด่วนที่สุด แจ้งว่ามีคณะกรรมการจริยธรรมยื่นเรื่องสอบสวนคุณเป็นกรณีพิเศษจากกระแสสังคมในตอนนี้ค่ะ!”
ธีธัชหันขวับไปมองเลขาฯ ด้วยความตกตะลึง ก่อนที่สายตาจะตกลงบนซองเอกสารสีน้ำตาลที่วางอยู่บนโต๊ะอีกครั้ง ท่ามกลางความมืดมนของปัญหาที่รุมเร้าเข้ามา ประตูห้องทำงานของเขาก็ถูกเปิดผางออกอย่างไร้มารยาท ร่างสูงสง่าของพศิน ศัตรูตัวฉกาจก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปาก ในมือถือแท็บเล็ตเปิดหน้าข่าวที่กำลังสั่นคลอนบัลลังก์ของเขาอยู่
“ไงล่ะ ท่านทนายผู้ไร้พ่าย...” พศินหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงเย้ยหยันบาดลึกถึงขั้วหัวใจ “ดูเหมือนว่าความลับใต้พรมของคุณกำลังจะถูกรื้อออกมาให้โลกได้เห็นทั้งหมดแล้วนะ... โดยเฉพาะเรื่องที่คุณทำกับอภิรดา อดีตภรรยาของคุณเอง”
ธีธัชกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ เลือดสีสดซึมออกมาแต่เขาไม่รู้สึกเจ็บแม้แต่น้อย ความโกรธ พลุ่งพล่านจนแทบจะระเบิดออกมาเป็นเสี่ยงๆ เมื่อรู้ว่าพศินกำลังร่วมมือกับรินรดาเพื่อเหยียบเขาให้จมดิน
ทว่า ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงแจ้งเตือนข้อความเข้าจากเบอร์แปลกบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือของธีธัชก็ดังขึ้นขัดจังหวะ ทนายความหนุ่มก้มลงมองหน้าจอด้วยความหงุดหงิด แต่วินาทีที่กวาดสายตาอ่านข้อความสั้นๆ พร้อมกับภาพถ่ายที่แนบมา หัวใจของเขากลับหยุดเต้นไปชั่วขณะ
มันคือภาพถ่ายของเด็กชายวัยประมาณสามขวบคนหนึ่งกำลังยืนอยู่เคียงข้างรินรดาในร้านกาแฟแห่งหนึ่ง ใบหน้าจิ้มลิ้ม ดวงตากลมโต และรอยยิ้มมุมปากที่ถอดแบบมาจากตัวเขาเองอย่างไม่ผิดเพี้ยน ราวกับกำลังมองกระจกเงาในวัยเด็กของตนเอง... และข้อความด้านล่างภาพก็เขียนไว้ว่า—
*“เด็กคนนี้... คือหลักฐานชิ้นสุดท้ายที่คุณไม่มีวันปฏิเสธได้ค่ะ คุณพ่อ”*
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความบีบคั้นนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ — กระจกเงาสะท้อนใจ
ทนายความผู้ไร้หัวใจกับอดีตภรรยาที่เขากำลังทำลาย•ตอนที่ 15
แรงกดดันจากสังคม
ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายความผู้ไร้หัวใจกับอดีตภรรยาที่เขากำลังทำลาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!