กลิ่นคาวสนิมเหล็กและกลิ่นอับชื้นของห้องเก็บเอกสารใต้ดิน คล้ายจะย้ำเตือนว่าความยุติธรรมในโลกใบนี้บางครั้งก็มีราคาที่ต้องจ่ายด้วยลมหายใจ
"เงียบเสียรินรดา ถ้าไม่อยากให้กระสุนนัดนี้ฝังลงไปในร่างอดีตสามีผู้แสนประเสริฐของคุณ"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือแววโรคจิตของพศินดังลอดผ่านความมืดเข้ามา พร้อมกับเสียงโลหะกระทบกันเบาๆ ที่ทำเอาหัวใจคนฟังกระตุกวูบ ธีธัชถูกมัดตรึงไว้กับเก้าอี้ไม้เก่าๆ สภาพของทนายความมือหนึ่งผู้เย่อหยิ่งและเคยเนียบกริบในชุดสูทราคาแพง บัดนี้กลับมีคราบเลือดซึมที่มุมปากและรอยฟกช้ำตามกรอบหน้าคมคาย ร่างกายของเขาไหวสะท้านเล็กน้อยตามจังหวะการหายใจที่ติดขัด แต่นัยน์ตาคู่คมที่มักจะมองคนอื่นด้วยความเยียบเย็นและเหยียดหยามเมื่อกอดอกอยู่หลังบัลลังก์ ในยามนี้กลับทอดมองตรงมาที่ร่างบางของรินรดาด้วยความรู้สึกที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน... มันคือความหวาดกลัว—ไม่ใช่กลัวตายสำหรับตัวเขาเอง แต่กลัวว่าเธอจะต้องมาติดอยู่ในหลุมพรางที่เขาเป็นคนขุดมันขึ้นมาด้วยความโง่เขลาในอดีต
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่นจนแทบห้ามเลือดไว้ไม่อยู่ มือเรียวที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความมืดของชายเสื้อโค้ทกำเข้าหากันจนเล็บจิกเข้ากับเนื้อเยื่อฝ่ามือเพื่อเรียกสติ สติที่บอกว่าเธอไม่ใช่ผู้หญิงอ่อนแอที่รอให้ใครมาปกป้องอีกต่อไปแล้ว แผลเป็นในใจที่เขาเคยฝากไว้มันหล่อหลอมให้เธอกลายเป็นคนใหม่... คนที่ต่อให้หัวใจจะแหลกสลายเป็นร้อยเสี่ยง ก็จะไม่ยอมก้มหัวให้ใครหน้าไหนเหยียบย่ำซ้ำสอง
"คุณพศิน ต้องการอะไรกันแน่ เงินทอง หรือชื่อเสียงของบริษัทธีธัช... ถ้าต้องการทั้งหมดนั่น คุณก็ปล่อยเขาไปเสียสี่สิบแปดชั่วโมงนี้ แล้วเรามาคุยกันในฐานะนักธุรกิจสิคะ" รินรดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมให้มั่นคงที่สุด แม้ว่าข้างในจะสั่นเทาจนแทบทรงตัวไม่อยู่
"ฉลาดนักนะรินรดา สมแล้วที่เป็นอดีตภรรยาของยอดทนายความผู้ไร้พ่าย... แต่เสียดาย ที่ของที่ฉันต้องการจริงๆ มันไม่ใช่แค่กระดาษเปล่าๆ หรือเงินในบัญชีพวกนั้น" พศินหัวเราะในลำคออย่างน่ารังเกียจ เงาร่างของเขาทาบทับลงบนผนังปูนเปลือย แสงไฟสลัวจากหลอดไฟนีออนดวงเดียวที่กะพริบติดๆ ดับๆ ทำให้เห็นรอยยิ้มบิดเบี้ยวบนใบหน้านั้นถนัดตา "ฉันต้องการให้มัน... ผู้ชายที่เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีคนอื่นมานักต่อนัก ได้ลิ้มรสชาติของการสูญเสียทุกอย่างไปต่อหน้าต่อตา โดยเฉพาะ... การมองดูผู้หญิงที่ตัวเองเคยผลักไส ต้องมาตายเพราะความโง่ของมันเอง"
สิ้นเสียง พศินก็พุ่งเข้าหากล่องควบคุมระบบไฟที่ติดอยู่ข้างผนังทันที เสียงสับคัตเอาท์ดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับความมืดมิดที่กลืนกินทุกสิ่งรอบตัว ทิ้งให้ทั้งคู่จมอยู่ท่ามกลางความเวิ้งว้างและความหวาดกลัวที่เกาะกุมขั้วหัวใจ
"ริน..." เสียงแหบพร่าของธีธัชเอ่ยขึ้นท่ามกลางความมืด มันเป็นเสียงเรียกที่เต็มไปด้วยความสำนึกผิด ความเจ็บปวด และความร้าวรานที่กัดกินวิญญาณ "คุณ... ไม่ควรมาที่นี่เลย หนีไปซะ... รินรดา"
"หุบปากไปซะธีธัช!" รินรดากัดฟันกรอด น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ไหลรินลงมาอาบแก้มอย่างสุดจะกลั้น ไม่ใช่เพราะความอ่อนแอ แต่เป็นเพราะความโกรธแค้นต่อโชคชะตาและต่อตัวเขา "ฉันไม่ได้มาเพื่อช่วยให้คุณรอดพ้นจากความผิดบาปที่คุณก่อไว้หรอกนะคะ... ฉันมาที่นี่ เพื่อทวงคืนความยุติธรรมในแบบที่ฉันต้องการต่างหาก!"
มือเรียวคลำหาทางไปตามผนังเย็นเยียบจนกระทั่งสัมผัสเข้ากับท่อนเหล็กขึ้นสนิมที่วางพิงอยู่ ความเย็นเฉียบของมันวิ่งพล่านไปทั่วปลายนิ้ว ปลุกสัญชาตญาณการเอาตัวรอดที่ถูกกดทับไว้ใต้ซากปรักหักพังของชีวิตคู่ที่พังทลายให้ตื่นขึ้น พศินกำลังเดินเข้ามาใกล้ พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่เหยียบย่ำลงบนเศษกรวด เสียงหัวใจของธีธัชเต้นรัวเร็วสะท้อนผ่านความเงียบงัน
"ริน... ระวัง ข้างหลัง!"
เสียงตะโกนของธีธัชดังขึ้นพร้อมกับแรงกระชากที่ทำให้รินรดาเบี่ยงตัวหลบคมมีดที่พุ่งเฉียดหัวไหล่ไปเพียงไม่กี่มิลลิเมตร กลิ่นอายอันตรายแผ่ซ่านไปทั่วบรรยากาศ ในวินาทีเป็นตายนี้ ไม่มีช่องว่างให้ลังเล ไม่มีที่ยืนสำหรับความแค้นส่วนตัวอีกต่อไป มีเพียงสัญชาตญาณดิบและการปกป้องซึ่งกันและกันจากเงื้อมมือมัจจุราชที่ชื่อพศิน
รินรดาไม่รอช้า เธอใช้แรงทั้งหมดที่มีเหวี่ยงท่อนเหล็กในมือเข้าใส่ข้อศอกของพศินเต็มแรง จนมีดในมือของมันร่วงหล่นลงพื้นเสียงดังเคร้ง ตามด้วยเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของศัตรูตัวฉกาจ
"ธีธัช! เชือก!" รินรดาตะโกนสุดเสียงในความมืด
แม้จะเจ็บปวดและไร้เรี่ยวแรง แต่สัญชาตญาณของทนายความผู้ผ่านคดีความมานับไม่ถ้วนก็ทำงานทันที ธีธัชใช้ข้อเท้าและแรงเฮือกสุดท้ายกระชากปมเชือกที่ผูกข้อมือตัวเองเข้ากับพนักเก้าอี้จนเปื่อยขาด เขาลุกขึ้นยืนเซถลาด้วยความมึนงง แต่ก็ไม่ลืมที่จะพุ่งเข้าชาร์จร่างของพศินที่กำลังจะคว้าอาวุธขึ้นมาอีกครั้ง ทั้งสองยื้อยุดฉุดกระชากกันนัวเนียท่ามกลางความมืดและฝุ่นละอองที่ตลบอบอวล
"อย่าขยับ!" รินรดาคว้ามีดที่ตกอยู่ขึ้นมาจ่อตรงหน้าพศินที่ถูกธีธัชกดร่างไว้กับพื้น ปลายคมมีดสั่นระริกตามแรงหอบหายใจของเธอ แววตาของเธอในยามนี้เด็ดเดี่ยวและไร้ความปรานีเสียยิ่งกว่าตัวของธีธัชเสียอีก
แต่ในจังหวะที่ลมหายใจของทุกคนกำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับแสงไฟฉายหลายดวงสาดส่องทะลุประตูเหล็กที่ถูกพังเข้ามาก็ดังขึ้น
"ตำรวจ! วางอาวุธซะ!"
เสียงตะโกนก้องกังวานของเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบดังขึ้น พร้อมกับร่างของนายตำรวจยศใหญ่ที่ก้าวเข้ามาพร้อมกำลังพล ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจของรินรดากระตุกวูบยิ่งกว่าสถานการณ์คับขันเมื่อครู่ กลับไม่ใช่การมาถึงของตำรวจ... แต่เป็นร่างเล็กของเด็กชายวัยราวๆ สี่ขวบ ที่วิ่งตามเจ้าหน้าที่เข้ามาด้วยใบหน้าตื่นตระหนกและดวงตากลมโตคลอหน่วยด้วยหยาดน้ำตา
"คุณแม่ครับ!"
เสียงใสแจ๋วที่เอ่ยเรียกชื่อเธอ ทำเอาลมหายใจของรินรดาขาดห้วงไปทันที
และในเสี้ยววินาทีเดียวกันนั้นเอง สายตาของธีธัชที่หันไปมองเด็กน้อยผู้มาใหม่ ก็เบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึงระคนไม่อยากเชื่อ เมื่อโครงหน้าจิ้มลิ้ม ดวงตากลมโต และจมูกโด่งรั้นของเด็กชายคนนั้น... ถอดแบบมาจากกระจกเงาที่สะท้อนเงาของเขาในวัยเด็กไม่มีผิดเพี้ยน!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความรู้สึกเจ็บปวดนี้ด้วยกันนะคะ
ทนายความผู้ไร้หัวใจกับอดีตภรรยาที่เขากำลังทำลาย•ตอนที่ 18
กรงขังแห่งความรู้สึก
ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายความผู้ไร้หัวใจกับอดีตภรรยาที่เขากำลังทำลาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!