กลิ่นอายของกาแฟคั่วเข้มผสมกับความเงียบงันในห้องทำงานส่วนตัวของธีธัชในช่วงเวลาวิกาล ช่างหนักอึ้งจนคล้ายกับอากาศในห้องกำลังถูกสูบออกไปทีละน้อย รินรดานั่งอยู่บนเก้าอี้หนังแท้ฝั่งตรงข้าม แผ่นหลังของเธอยังคงตั้งตรง สง่างาม และเว้นระยะห่างอย่างเยือกเย็นเช่นทุกครั้งที่ผ่านมา แต่ทว่า... ปลายนิ้วเรียวที่กำลังวางทับกันบนแฟ้มเอกสารคดี กลับสั่นเทาเล็กน้อยอย่างที่เจ้าตัวไม่อาจควบคุมมันได้
ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสายตาบางเบา ชำ้อนมองชายหนุ่มผู้ได้ชื่อว่าเป็นอดีตสามี... คนที่ครั้งหนึ่งเคยเหยียบย่ำหัวใจของเธอจนแหลกละเอียดโดยไม่แม้แต่จะชายตามอง
"คุณกำลังเล่นเกมอะไรกันแน่, ธีธัช" น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เย็นชาเอ่ยขึ้น ทลายความเงียบที่กดทับบรรยากาศ "การพยายามรื้อฟื้นเรื่องในอดีตขึ้นมาพูดซ้ำๆ มันไม่ได้ช่วยให้คดีนี้ชนะง่ายขึ้น และมันก็... ไม่มีประโยชน์อันใดกับความสัมพันธ์ของเราในปัจจุบัน"
ธีธัชเงยหน้าขึ้นจากกองเอกสาร แววตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความมั่นใจและความเย่อหยิ่งในฐานะทนายความมือหนึ่ง บัดนี้กลับฉายแววความเหนื่อยล้าและร่องรอยความเจ็บปวดที่เขาพยายามปิด The mask มาตลอดหลายเดือน เขามองเธอนิ่งนาน ราวกับต้องการสลักภาพใบหน้านี้ลงไปในความทรงจำ เพื่อชดเชยกับเวลาหลายปีที่เขาเคยละเลยมันไป
"ผมไม่ได้กำลังเล่นเกม, ริน..." เสียงทุ้มต่ำเอמהแผ่วเบa ร Aกษาระดับความนุ่มนวลไว้อย่างยากลำบาก "สิ่งที่ผมพูด... ทุกคำ ออกมาจากความรู้สึกจริงๆ ที่ผมไม่เคยกล้าแม้แต่จะยอมรับมันในวันที่เรายังใช้ชีวิตร่วมกัน"
คำพูดนั้นสะท้อนก้องอยู่ในความรู้สึกของรินรดา หัวใจที่เธออุตส่าห์สร้างกำแพงน้ำแข็งหนาเตอะขึ้นมาห่อหุ้มไว้ กลับเริ่มมีรอยร้าวลึกปรากฏขึ้นทีละน้อย ภาพความทรงจำเก่าๆ ที่ทั้งหอมหวานและขื่นขม ไหลย้อนกลับเข้ามาในห้วงคำนึงราวกับสายน้ำเชี่ยวกราก
*รอยยิ้มแรก* ในวันที่พวกเขาเพิ่งย้ายเข้ามาในบ้านหลังนี้... *อ้อมกอดอุ่นๆ* ในคืนที่เธอร้องไห้เพราะสูญเสียคุณพ่อ... และ *แววตาห่างเหิน* ในวันที่เขาเอ่ยปากไล่เธอออกจากชีวิตอย่างไร้เยื่อใย
รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนห้ามเลือดแทบไม่ทัน เธอต้องเตือนสติตัวเองซ้ำๆ ว่าผู้ชายตรงหน้าคือคนที่เกือบทำลายชีวิตเธอจนย่อยยับ คือหมากตัวสำคัญในแผนการแก้แค้นที่เธอวางเอาไว้ร่วมกับพศิน... แล้วทำไม... ทำไมหัวใจเจ้ากรรมถึงได้เต้นผิดจังหวะทุกครั้งที่เขาสบตาด้วยเช่นนี้เล่า?
"คุณไม่มีสิทธิ์พูดคำว่าเสียใจ, ธีธัช" รินรดาแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตาคู่สวยรื้นไปด้วยหยาดน้ำใส แต่เธอกะพริบตามັນกลับเข้าไปอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้เขาเห็นความอ่อนแอ "ในวันที่ฉันต้องการคุณมากที่สุด คุณเลือกที่จะหันหลังให้... และในวันที่ฉันยืนหยัดขึ้นมาได้ด้วยลำแข้งของตัวเอง คุณกลับบอกว่าคุณเปลี่ยนไปแล้วอย่างนั้นหรือ? น่าขันสิ้นดี"
ธีธัชลุกขึ้นจากเก้าอี้ ขายาวก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานฝั่งที่เธอนั่งอยู่ เขาก้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้ใบหน้าอยู่ในระดับเดียวกับเธอ กลิ่นน้ำหอมคุ้นเคยและไอร้อนจากร่างกายของเขาแผ่ซ่านเข้ามาจนรินรดาต้องเผลอกลั้นหายใจ
"ผมรู้ว่าสิ่งที่ผมทำมันอภัยให้ไม่ได้..." เขากระซิบเสียงพร่า ใกล้เสียจนเธอรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นที่รดอยู่ข้างแก้ม "แต่ริน... ได้โปรดมองตาผม แล้วบอกผมทีว่าความรู้สึกทั้งหมดที่เราเคยมีให้กัน มันไม่เคยมีความหมายในสายตาคุณเลยจริงๆ หรือ?"
ความใกล้ชิดนี้... พลังงานอันทรงเสน่ห์ที่บีบคั้นหัวใจนี้ กำลังกัดกินความมุ่งมั่นที่เธอสะสมมานานแรมปี รินรดารู้สึกเหมือนตัวเองยืนอยู่บนปากเหว เบื้องล่างคือเหวลึกแห่งการแก้แค้นที่เธอตั้งใจจะผลักเขาลงไป แต่เบื้องหลังคืออ้อมกอดที่เธอโหยหามาตลอดชีวิตการแต่งงาน
ในวินาทีที่รินรดากำลังจะพ่ายแพ้ให้กับความอ่อนแอในใจ เสียงเคาะประตูก็รัวเร็วขึ้นสามครั้ง ทำลายมนต์สะกดที่ตรึงพวกเขาทั้งคู่ไว้ด้วยกันอย่างไม่ทันตั้งตัว
ประตูกลุ่มห้องทำงานถูกผลักเปิดออกโดยไม่รอคำอนุญาต ร่างสูงโปรดของพศินก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ดวงตาคมปลาบกวาดตามองคนทั้งสองที่ยืนประชิดกันด้วยระยะห่างที่อันตรายเกินกว่าสถานะคู่ค้าทางธุรกิจ
"ผมรบกวนเวลาอันมีค่าของคุณสองคนหรือเปล่าครับ?" พศินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเจือรอยยิ้มหยันที่มุมปาก ก่อนจะวางซองเอกสารสีน้ำตาลลงบนโต๊ะตรงหน้าของรินรดา "แต่ผมคิดว่า ข้อมูลชุดนี้น่าจะสำคัญพอที่จะทำให้คุณ 'คุณทนายความมือหนึ่ง' เลิกเล่นละครดราม่าเรียกคะแนนสงสารได้เสียที"
ธีธัชผละถอยหลังกลับไปยืนตัวตรง แววตาคมกริบแปรเปลี่ยนเป็นความแข็งกร้าวขึ้นมาทันทีเมื่อต้องเผชิญหน้ากับศัตรูหัวใจ รินรดารemือดึงสติกลับมาได้ รีบหยิบซองเอกสารขึ้นมาเปิดดูด้วยมือที่ยังคงสั่นระริก
ทันทีที่ดวงตากลมโตคู่สวยกวาดมองข้อความและรูปถ่ายแผ่นแรกที่อยู่ด้านบนสุด เม็ดเลือดในกายของเธอก็คล้ายจะเย็นเฉียบลงฉับพลัน...
ภาพถ่ายของเด็กชายวัยสามขวบคนหนึ่ง... เด็กที่มีดวงตาคมกริบและสันจاوโด่งเป็นเอกลักษณ์ถอดแบบมาจากธีธัชราวกับพิมพ์เดียวกัน กำลังยืนยิ้มกว้างอยู่หน้าสถานรับเลี้ยงเด็ก โดยมีเงาร่างของเธอเองยืนถือกระเป๋าอยู่ไม่ไกล... ทั้งที่ความจริงแล้ว รินรดาไม่เคยอนุญาตให้ใครถ่ายภาพลูกชายของเธอเก็บไว้เลยแม้แต่คนเดียว!
"คุณได้รูปนี้มาจากไหน, พศิน..." รินรดาผุดลุกขึ้นยืน ตัวสั่นเทาด้วยความตกใจและโกรธเกรี้ยว
พศินยิ้มมุมปากอย่างผู้กำชัยชนะ ขณะที่ธีธัชหันขวับมามองเอกสารในมือเธอด้วยความงุนงง ก่อนที่สายตาของเขาจะเลื่อนไปสะดุดเข้ากับรูปถ่ายใบนั้น... และหยุดนิ่งค้างราวกับถูกสาบให้เป็นหิน!
กราบขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับตัวละครด้วยกันเสมอนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
ทนายความผู้ไร้หัวใจกับอดีตภรรยาที่เขากำลังทำลาย•ตอนที่ 26
ระยะห่างที่หายไป
ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายความผู้ไร้หัวใจกับอดีตภรรยาที่เขากำลังทำลาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!