หัวใจของรินรดาหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ลมหายใจสะดุดกึก ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหินในเสี้ยววินาทีนั้น!
เสียงฟ้าร้องคำรามกึกก้องผ่าผ่านความเงียบสงบยามค่ำคืน สายฝนที่เทกระหน่ำลงมากระทบกระจกหน้าต่างห้องชุดหรูใจกลางเมืองดังระรัว ราวกับเสียงกลองศึกที่กำลังโหมกระหน่ำซ้ำเติมความเปราะบางภายในอก พื้นที่สี่เหลี่ยมแคบๆ ในยามนี้เหลือเพียงเธอกับเขา—ธีธัช ทนายความหนุ่มผู้เคยใช้ความเย็นชาและคมปากราวใบมีดโกนเฉือนหัวใจเธอจนย่อยยับ แต่ในค่ำคืนนี้ ไร้ซึ่งสูทราคาแพง ไร้ซึ่งเอกสารคดีความ และไร้ซึ่งสถานะทางกฎหมายที่คอยค้ำคอ
รินรดากลืนก้อนสะอื้นลงคออย่างยากลำบาก สายตาคมกริบที่เคยฉาบด้วยความแข็งกร้าวเมื่อยามเผชิญหน้ากันในศาล บัดนี้กลับหลบเลี่ยงความอบอุ่นอันน่ากลัวที่สะท้อนอยู่ในนัยน์ตาคู่คมของอดีตสามี
"คุณยังไม่กลับไปอีกเหรอคะ" เสียงของเธอแหบพร่าเล็กน้อย พยายามรักษากำแพงความเย็นชาที่สร้างขึ้นมาอย่างยากลำบาก แต่ทว่า... มันช่างสั่นเครือเสียจนน่าสมเพช
ธีธัชไม่ได้ขยับกายหนี เขาถอดเสื้อสูทสีเข้มออกพาดไว้บนโซฟาตัวยาว ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีขาวบริเวณคอออกสองเม็ด เผยให้เห็นลำคอแกร่งและผิวเนื้อที่ชื้นเหงื่อเล็กน้อยจากละอองฝน ดวงตาคมกริบของทนายความมือหนึ่งผู้ไม่เคยพ่ายแพ้ใครในชั้นศาล กลับฉายแววอ่อนล้าอย่างที่รินรดาไม่เคยเห็นมาก่อนในรอบหลายปี
"ดึกขนาดนี้ และฝนตกหนักขนาดนี้... รินคิดว่าผมควรขับรถฝ่าพายุออกไปเพื่อทรมานตัวเองเล่นอย่างนั้นหรือครับ" น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไป ไม่มีร่องรอยของความเย่อหยิ่งหรือถ้อยคำเชือดเฉือนที่เคยใช้กดทับเธอในอดีต มันคือความนุ่มนวล... ความนุ่มนวลที่อันตรายต่อหัวใจที่พยายามซ่อมแซมมาแรมปีของเธอเหลือเกิน
"มันไม่ใช่ธุระอะไรของฉันที่คุณจะอยู่หรือไปค่ะ" รินรดาเบือนหน้าหนี หันไปมองหยดน้ำฝนที่ไหลรินบนกระจกใส เพื่อซ่อนแววตาไหววับที่เธอไม่อยากให้เขาได้เห็น
"แต่ตอนนี้... มันเป็นธุระของเราแล้ว"
ธีธัชก้าวเข้ามาใกล้ ชิดเสียจนกลิ่นอายเฉพาะตัว—กลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมกับความเย็นชื้นของสายฝนและกลิ่นกายสะอาดสะอ้าน—ลอยเข้ามารุกล้ำพื้นที่หายใจ รินรดาก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาจนกระทั่งแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเยียบ ความเย็นจากปูนปั้นซ่านผ่านเนื้อผ้าเข้ามา แต่ความอบอุ่นจากร่างกายของชายหนุ่มที่ทาบทับเข้ามาใกล้กลับร้อนรุ่มเสียยิ่งกว่าเปลวเพลิง
เขาไม่ได้แตะต้องเธอ ธีธัชเพียงแค่วางมือข้างหนึ่งลงบนผนังข้างศีรษะของเธอ กั้นเธอไว้ในอาณาเขตของเขา สายตาทอดมองลงมาด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะบรรยาย
"คุณต้องการอะไรอีกคะ ธีธัช" เธอกัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด "คุณทำลายชีวิตฉันในอดีตมากพอแล้ว ครอบครัวของฉันแตกสลาย ศักดิ์ศรีของฉันถูกเหยียบยละ... และตอนนี้ คุณยังจะมาเล่นเกมอะไรกับฉันอีก ปล่อยฉันไปเถอะค่ะ ถือว่าฉันขอร้อง"
คำพูดนั้นไม่ได้ทำให้ธีธัชถอยห่าง ตรงกันข้าม... เขากลับโน้มใบหน้าลงมาใกล้ขึ้น ลมหายใจอุ่นร้อนปะปนกับกลิ่นไอฝนเป่ารดข้างแก้มเนียน
"ผมไม่ได้มาเล่นเกม... ริน" เขากระซิบ เสียงนั้นสั่นพร่าและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ถูกเก็บกดไว้เนิ่นนาน "วันที่ผมเซ็นใบหยดให้คุณ วันที่ผมเลือกยืนอยู่ข้างความถูกต้องจอมปลอมของตระกูล... คุณคิดว่าผมมีความสุขนักหรือไง?"
รินรดาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาที่เอ่อคลอหน่วย "มีความสุขสิคะ คุณชนะนี่คะ คุณได้ทั้งชื่อเสียง ความภาคภูมิใจ และคำชมจากสังคมว่าคุณคือทนายความมือสะอาดผู้ยึดมั่นในความยุติธรรม... ส่วนฉัน เป็นแค่ผู้หญิงโง่ๆ ที่ถูกเขี่ยทิ้งเหมือนสิ่งของไร้ค่า!"
มือเรียวของเธอ1ข้างยกขึ้นดันอกแกร่งของเขาเต็มแรง หวังจะผลักไสความใกล้ชิดที่กำลังทำลายเกราะป้องกันของเธอให้พังทลาย แต่ธีธัชกลับคว้าข้อมือเล็กนั้นไว้รวบเดียว รั้งเข้าแนบกับแผ่นอกของเขา
ตึก... ตึก... ตึก...
เสียงหัวใจของเขากำลังเต้นรัวเร็วจนน่าตกใจ มันไม่ใช่จังหวะของความเยือกเย็นหรือการคำนวณอย่างที่ทนายความหนุ่มถนัด แต่มันคือจังหวะของความเจ็บปวด... และความโหยหาที่อัดอั้น
"ความยุติธรรมบ้าบออะไรนั่น... มันไม่มีค่าอะไรเลย ถ้ารินไม่อยู่ตรงนั้น" ธีธัชพูดเสียงเครือ ดวงตาคมกริบคู่นั้นแดงก่ำอย่างเห็นได้ชัด "ผมเพิ่งรู้ตัวในวันที่สายไป ในวันที่ผมหันหลังกลับมาแล้วไม่เจอแม้แต่เงาของคุณ... รินครับ ผมมันโง่เง่าเอง ผมปล่อยมือจากคนที่รักผมที่สุด เพื่อวิ่งไล่ตามความคาดหวังของคนอื่นที่ไม่มีวันพอใจ"
รินรดาชะงัก หัวใจที่ด้านชามานานนับปีถูกบีบอัดจนเจ็บแปลบ คำขอโทษที่เธอเคยโหยหามาตลอด... วันนี้มันถูกเอื้อnนเอ่ยออกมาจากปากของชายผู้เย่อหยิ่งที่สุดในโลก แต่มันสายเกินไป... มันสายเกินไปจริงๆ
"สายไปแล้วค่ะ..." เธอพึมพำ น้ำตาหยดหนึ่งไหลรินอาบแก้ม "ความรู้สึกของฉัน... คุณเผามันทิ้งไปหมดแล้วในวันที่ฝนตกแบบนี้เมื่อสามปีก่อน ตอนที่ฉันอุ้มท้องลูกของเราแล้วคุณบอกว่า... ให้ฉันจัดการมันซะเพื่ออนาคตของคุณ"
สิ้นคำพูดนั้น ธีธัชราวกับถูกสายฟ้าฟาดเข้ากลางแสกหน้า ร่างกายของเขาสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่อยู่ ความผิดบาปในอดีตถาโถมเข้าใส่ราวกับคลื่นยักษ์ซัดสาด บาดแผลที่เขาเป็นคนกรีดลงบนหัวใจของเธอ... มันลึกและไม่มีวันจางหาย
"ริน..." เขาครางชื่อเธอออกมาด้วยความเจ็บปวดสุดขั้วหัวใจ ดึงร่างบางเข้ามาสวมกอดไว้แน่นแนบอก โดยที่รินรดาไม่ได้ขัดขืนปล่อยให้เขาโอบกอดท่ามกลางเสียงสายฝนที่ยังคงกระหน่ำซัดสาดภายนอก
ไม่มีสถานะทนาย ไม่มีจำเลย ไม่มีคำฟ้องร้อง... ในค่ำคืนนี้ มีเพียงอดีตสามีภรรยาคู่หนึ่งที่พังทลาย และความเปราะบางของหัวใจที่ต่างฝ่ายต่างซ่อนไว้ใต้ซากปรักหักพัง
บรรยากาศภายในห้องเงียบงันลงเหลือเพียงเสียงลมหายใจปะปนกับเสียงฝน ธีธัชก้มลงซบหน้าลงกับลาดไหล่บางของเธอ ความอบอุ่นที่ไม่ได้สัมผัสมานานทำให้ทั้งคู่เผลอไผลไปชั่วขณะ ก่อนที่สติของรินรดาจะดึงเธอกลับสู่ความเป็นจริง
เธอไม่ใช่ผู้หญิงอ่อนแอคนเดิมที่จะยอมตกหลุมพรางความอ่อนโยนชั่วคราวนี้อีกแล้ว รินรดารวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายดันตัวเขาออกเบาๆ พร้อมกับจะก้าวถอยหลังเพื่อเว้นระยะห่าง
แต่ทว่า... จังหวะนั้นเอง เสียงเคาะประตูด้านนอกห้องชุดก็ดังขึ้น ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
ทั้งสองสะดุ้งสุดตัว ธีธัชขมวดคิ้วมุ่นด้วยความแปลกใจ ใครกันที่จะมาเคาะห้องเธอยามวิกาลท่ามกลางพายุฝนตกหนักขนาดนี้?
รินรดาเดินไปที่ประตูด้วยความงุนงง มือเรียวบิดลูกบิดแล้วแง้มประตูออกช้าๆ เผยให้เห็นร่างเล็กป้อมของเด็กชายวัยประมาณสามขวบในชุดเสื้อกันฝนสีเหลืองสดใสเปียกปอน ดวงตากลมโตแป๋วแหววเงยขึ้นมองเธอ พร้อมกับรอยยิ้มพิมพ์ใจที่ถอดแบบมาจากใครคนหนึ่งราวกับพิมพ์เดียวกัน
"คุณแม่ครับ... น้องพายุหนาวจัง ทำไมคุณแม่ไปรับช้าจังเลยครับ"
รินรดานิ่งงัน ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุน ลมหายใจขาดห้วงในอก ขณะที่ธีธัชซึ่งก้าวตามมาสมทบเบื้องหลังถึงกับเบิกตากว้างอย่างตกตะลึง เมื่อสายตาคมกริบก้มลงสบประสานเข้ากับเด็กชายตัวน้อย... ใบหน้านั้น ดวงตานั้น และรอยยิ้มนั้น... มันคือเงาสะท้อนของตัวเขาเองในวัยเด็กไม่มีผิดเพี้ยน!
---
*ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความรู้สึกเจ็บปวดและลึกซึ้งในบทนี้นะคะ*
ทนายความผู้ไร้หัวใจกับอดีตภรรยาที่เขากำลังทำลาย•ตอนที่ 25
ความเปราะบางของใจ
ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายความผู้ไร้หัวใจกับอดีตภรรยาที่เขากำลังทำลาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!