ทนายความผู้ไร้หัวใจกับอดีตภรรยาที่เขากำลังทำลาย•ตอนที่ 5

พยานคนสำคัญ

ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
“ดิฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อขอความเห็นใจจากคุณค่ะ ธีธัช” น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมราوهاใบมีดอาบยาพิษก้องกังวานไปทั่วห้องพิจารณาคดีที่เงียบงัน รินรดาในชุดสูทเข้ารูปสีดำสนิท ขับเน้นให้ผิวพรรณที่เคยซีดเซียวในยามตกเป็นจำเลยของชีวิต กลับมาเปล่งประกายความเข้มแข็งและสง่างามราวกับพญาหงส์ที่ฟื้นคืนจากกองเพลิง สายตาคู่ที่เคยทอดมองเขาด้วยความเวทนาและรักใคร่เมื่อหลายปีก่อน บัดนี้ว่างเปล่า... มันเย็นชาเสียยิ่งกว่าน้ำแข็งขั้วโลก และคมกริบพอที่จะกรีดแทงหัวใจของทนายความหนุ่มผู้ไม่เคยพ่ายแพ้ให้แหลقสลายคามือ ธีธัช (ธีรธัช) ขยับแว่นสายตาเล็กน้อยเพื่อซ่อนอาการมือสั่นที่ปลายนิ้ว ดวงตาคมกلمกริบที่มักใช้จ้องมองคู่ความจนมุมมานักต่อนัก บัดนี้กลับเบิกกว้างขึ้นด้วยความระแวงระวัง เขากวาดตามองเอกสารในมือของอดีตภรรยา สัญชาตญาณดิบของนักกฎหมายระดับแถวหน้าบอกเขาว่า เกมนี้เขากำลังเพลี่ยงพล้ำ และสิ่งที่รินรดากำลังจะเปิดเผย มันไม่ใช่แค่คดีหมิ่นประมาททางธุรกิจธรรมดา แต่มันคือระเบิดเวลาที่ถูกตั้งเวลาไว้เพื่อทำลายอนาคตและเกียรติยศทั้งหมดที่เขาสั่งสมมาทั้งชีวิต “คุณกำลังเล่นเกมที่อันตรายเกินไปแล้วนะ รินรดา” ธีธัชเค้นเสียงลอดไรฟัน ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสั่งตัดราคาแพงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือหนากำแฟ้มเอกสารแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน “การที่คุณดึงบุคคลที่สามเข้ามาเอี่ยวในคดีนี้ ทั้งที่คุณรู้ดีว่ามันส่งผลกระทบต่อ... อาชีพของผม มันไม่ได้พิสูจน์ว่าคุณบริสุทธิ์ แต่มันแสดงว่าคุณแค่อยากแก้แค้น” “แล้วคุณคิดว่าตลอดสองปีที่ผ่านมา ที่คุณเหยียบย่ำศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของฉัน มันคืออะไรล่ะคะ?” รินรดาย้อนถามทันควันโดยไม่ปล่อยให้เขาได้ตั้งหลัก ดวงตากลมโตไหวระริกด้วยไฟแค้นที่ถูกสุมด้วยหยาดน้ำตาแห่งความชอกช้ำในอดีต “คุณทำลายครอบครัวของเรา คุณเหวี่ยงฉันลงไปในเหวลึกโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง แล้ววันนี้ พอฉันไต่ขึ้นมาจากก้นเหวได้ด้วยลำแข้งของตัวเอง คุณกลับกลัวว่าเงาหัวของคุณจะหายไปอย่างนั้นหรือคะ... น่าสมเพชเสียจริงค่ะ ธีธัช” เสียงซุบซิบในห้องพิจารณาคดีเริ่มดังระงับ ผู้พิพากษาต้องเคาะค้อนไม้เพื่อควบคุมความสงบ แต่สายตาทุกคู่ต่างพุ่งเป้ามาที่คู่สามีภรรยาคู่นี้ด้วยความอยากรู้อยากเห็น เคมีที่ทั้งดึงดูดและฟาดฟันกันอย่างดุเดือดทำให้บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก ธีธัชรู้สึกเหมือนมีก้อนสะอื้นจุกอยู่ที่ลำคอ ภาพในอดีตย้อนกลับมาหลอนหลอน วันที่เขาเลือกความก้าวหน้าในอาชีพ เลือกคำสรรเสริญเยินยอจากสังคม และเลือกที่จะทิ้งผู้หญิงคนที่ก้มหน้ารับใช้เขาด้วยความรักบริสุทธิ์ไว้เบื้องหลัง เขานึกว่าเธอจะเป็นแค่เศษฝุ่นที่ปลิวหายไปตามกาลเวลา แต่เขาคิดผิด... ผิดมหันต์ “เชิญพยานปากเอกขึ้นสู่บัลลังก์ค่ะ ผู้พิพากษาที่เคารพ” รินรดาหันไปกล่าวกับศาลด้วยน้ำเสียงมั่นคง ไม่เปิดโอกาสให้ธีธัชได้พูดแทรก ประตูห้องพิจารณาคดีฝั่งพยานเปิดออกอย่างช้าๆ แสงไฟสีส้มอ่อนจากโคมไฟเพดานส่องกระทบร่างของชายวัยกลางคนคนหนึ่งที่เดินก้าวเข้ามาด้วยท่าทางระมัดระวัง สวมเสื้อเชิ้ตเรียบร้อยแต่ใบหน้าเต็มไปด้วยความวิตกกังวล ทันทีที่ธีธัชเห็นหน้าพยานคนนั้น เลือดในกายของเขาก็เย็นเฉียบลงฉับพลัน ดวงตาคมกริบเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด *พศิน!* ไม่ใช่... ไม่ใช่แค่พศินที่เป็นคู่แข่งทางธุรกิจของเขา แต่คนที่เดินตามหลังพศินมาคือ ‘ประจักษ์’ อดีตผู้จัดการสำนักงานกฎหมายมือขวาของเขาเอง! คนที่กุมความลับทางการเงินทั้งหมด และเป็นคนเดียวที่รู้ว่าเขายอมรับสินบนเพื่อพลิกคดีสำคัญเมื่อสามปีก่อน! “คุณประจักษ์...” ธีธัชพึมพำชื่อนั้นออกมาเบาหวิว ราวกับคนกำลังจะจมน้ำตาย ร่างกายชาวาบไปจนถึงปลายนิ้ว เขาหันขวับไปจ้องหน้ารินรดาด้วยความรู้สึกเหมือนถูกหักหลังจากคนที่เขาเคยคิดว่ารู้จักดีที่สุด “คุณ... คุณไปดึงตัวเขามาได้อย่างไร?” รินรดายิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น แต่เต็มไปด้วยชัยชนะอันงดงามและเยือกเย็น เธอก้าวเข้าไปกระซิบข้างหูเขาด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาทนายความหนุ่มผู้ไร้หัวใจถึงกับขนลุกซู่ “คุณคิดว่ามีแต่คุณคนเดียวหรอคะที่เล่นเกมเป็น? ของขวัญชิ้นนี้... ฉันตั้งใจเตรียมให้คุณโดยเฉพาะเลยนะคะ ธีธัช” ประจักษ์ก้าวขึ้นไปยืนบนแท่นพยาน ยกมือขึ้นสาบานด้วยมือที่สั่นเทา สายตาของอดีตมือขวาเหลือบมองธีธัชด้วยความหวาดกลัว ก่อนจะหันไปสบตากับผู้พิพากษาและเริ่มเอ่ยถ้อยคำที่เปรียบเสมือนกิโยตินบั่นคอทนายความผู้ไร้หัวใจทีละน้อย “ผม... ประจักษ์ วงศ์สุวรรณ ขอเบิกความต่อศาลครับ ว่าเอกสารทางการเงินทั้งหมดที่ใช้มัดตัวคุณรินรดา เป็นเอกสารปลอมที่ท่านทนายธีธัชเป็นคนสั่งการให้ผมจัดทำขึ้นด้วยมือตัวเองครับ!” สิ้นเสียงคำให้การ ห้องพิจารณาคดีก็ระเบิดเสียงฮือฮาขึ้นทันที ธีธัชรู้สึกราวกับโลกทั้งใบกำลังถล่มทลายลงมาต่อหน้าต่อตา ชื่อเสียง เกียรติยศ และอิสรภาพของเขาแขวนอยู่บนเส้นด้ายที่บางเฉียบ เขากำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อจนเลือดซึม ความโกรธแค้นและความสิ้นหวังตีรวนอยู่ในอกจนหายใจไม่ออก ทว่า ในจังหวะที่ธีธัชกำลังจะลุกขึ้นประท้วงด้วยความบ้าคลั่ง ประตูห้องพิจารณาคดีฝั่งผู้เข้าชมก็เปิดออกอีกครั้ง พร้อมกับเสียงฝีเท้าเล็กๆ ของเด็กน้อยคนหนึ่งที่วิ่งเข้ามาหาผืนผ้าใบแห่งความวุ่นวายนี้ “คุณแม่คะ... คุณแม่ขา ปะป๋า ดุหนูทำไมคะ?” เสียงใสแจ๋วของเด็กหญิงวัยราวๆ สามขวบในชุดกระโปรงสีขาวบริสุทธิ์ดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันที่ถูกกระชากกลับมาอีกครั้ง ธีธัชชะงักกкаก ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้เป็นหิน เมื่อสายตาของเขาเลื่อนไปมองเด็กน้อยคนนั้น ใบหน้าจิ้มลิ้ม ดวงตากลมโต และรอยยิ้มที่ถอดแบบมาจากเขาราวกับส่องกระจกเงา... ทำเอาหัวใจที่ด้านชามาตลอดหลายปีกลับกระชากวูบอย่างรุนแรง รินรดานิ่งงันไปชั่วขณะ ดวงตาคู่สวยไหววูบเป็นครั้งแรก เธอรีบหันไปอุ้มเด็กน้อยเข้าแนบอก แต่มันสายเกินไปเสียแล้ว... สายตาของธีธัชประสานเข้ากับดวงตาคู่เล็กคู่นั้น และเอกสารใบสูติบัตรที่ร่วงหล่นจากแฟ้มของพศินลงแทบเท้าเขา ก็สะท้อนตัวอักษรชื่อบิดาที่เด่นหรา... ชื่อของเขาเอง — ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปกับเกมแห่งการแก้แค้นและบาดแผลในใจครั้งนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ — กระจกเงาสะท้อนใจ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายความผู้ไร้หัวใจกับอดีตภรรยาที่เขากำลังทำลาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%