ทนายความผู้ไร้หัวใจกับอดีตภรรยาที่เขากำลังทำลาย•ตอนที่ 7

กับดักในงานเลี้ยง

ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
เสียงส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนของห้องจัดเลี้ยงแกรนด์บอล룸ดังเป็นจังหวะ ราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลังสู่สงครามประสาทที่ไม่มีใครยอมใคร รินรดาก้าวเข้ามาในชุดราตรีผ้าไหมสีดำสนิท ดีไซน์เรียบหรูทว่าเฉียบคมจนบาดตา ท่อนบนเข้ารูปขับเน้นสัดส่วนสง่างาม ขณะที่ผ่าสูงเผยให้เห็นเรียวขาเรียวภายใต้ความนิ่งขรึม แว่นตากันแดดถูกถอดเก็บไว้ตั้งแต่หน้าประตูกระจกบานใหญ่ เผยให้เห็นดวงตากลมโตที่ฉายแววเด็ดเดี่ยว เย็นชา และไร้ซึ่งร่องรอยของความอ่อนแอที่ธีธัชเคยรู้จักอีกต่อไป รอยยิ้มมุมปากของเธอบางเบา ดั่งคมมีดซาตินที่เคลือบยาพิษ ทันทีที่ร่างระหงปรากฏตัว เสียงพูดคุยอึกทึกในห้องจัดเลี้ยงระดับไฮ엔ดก็พลันเบาลง คล้ายคลื่นลมที่สงบราบคาบเมื่อพายุกำลังก่อตัว ที่มุมหนึ่งของห้อง ธีธัช ซึ่งยืนถือแก้วแชมเปญอยู่ในชุดสูทสากลตัดเย็บอย่างประณีต มือหนาที่ถือแก้วกลับเกร็งแน่นจนข้อนิ้วขึ้นสีขาว รัศมีความเย็นชาและดุดันที่เคยใช้กดขี่ผู้คนในห้องพิจารณาคดีบัดนี้กลับสั่นคลอนอย่างรุนแรง ดวงตาคมกริบของทนายความหนุ่มผู้ไร้หัวใจเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย—เพียงเสี้ยววินาที—ก่อนจะกลับมาเรียบสนิทภายใต้หน้ากากแห่งความสุขุม เขามองเธอ... อดีตภรรยาที่เขาเคยตวัดปลายปากกาหย่าขาดอย่างไร้เยื่อใย ผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่าเป็นเพียงเงาจางๆ ในชีวิตแต่งงานอันน่าเบื่อหน่าย แต่วันนี้ เธอกลับยืนอยู่ ณ จุดศูนย์กลางของสายตาทุกคู่ เจิดจรัสจนแทบแผดเผาความมั่นใจทั้งหมดที่เขาสั่งสมมาหลายปี "ดูเหมือนว่าค่ำคืนนี้จะมีแขกที่ไม่ได้รับเชิญ... หรือบางที อาจจะเป็นแขกที่คนบางคนอยากลืมแต่ไม่มีวันลืมได้ลง" เสียงทุ้มต่ำคุ้นเคยกระซิบชิดริมหู พร้อมกับสัมผัสอุ่นที่ช่วงเอว พศิน นักธุรกิจหนุ่มคู่แข่งทางธุรกิจและตัวฉกาจของธีธัชก้าวเข้ามาประคองร่างบางอย่างสนิทสนม รอยยิ้มพึงพอใจประดับอยู่บนใบหน้าคมคายของพศิน สายตาของเขามองตรงไปยังธีธัชด้วยความเย้ยหยันอย่างไม่ปิดบัง รินรดาไม่ขัดขืน เธอยอมปล่อยให้พศินนำทางด้วยท่าทีที่เป็นธรรมชาติ รอยยิ้มที่เธอมอบให้พศินช่างอ่อนหวานและแตกต่างจากสายตาที่เธอกำลังกวาดมองไปรอบห้องอย่างสิ้นเชิง บรรยากาศรอบตัวอดีตสามีภรรยาคู่นี้ตึงเครียดจนแขกเหรื่อในงานเริ่มสัมผัสได้ รัศมีอำมหิตและการปะทะกันทางสายตาที่เต็มไปด้วยแรงอาฆาตและบาดแผลในอดีตแผ่ซ่านจนอุณหภูมิในห้องบอลรูมลดฮวบลงอย่างประหลาด ธีธัชวางแก้วแชมเปญลงบนถาดของบริกรที่เดินผ่านอย่างไม่ใส่ใจ ขายาวก้าวตรงดิ่งเข้ามาหาคนทั้งสองโดยไม่สนใจสายตาผู้คนที่จับจ้อง ความหึงหวง ความโกรธเกรี้ยว และความรู้สึกผิดที่ตีรวนอยู่ในอกผสมปนเปกันจนแทบหายใจไม่ออก "ริน" เสียงทุ้มต่ำของธีธัชเอ่ยเรียกชื่อนั้นออกมาด้วยความยากลำบาก มันไม่ใช่เสียงคำรามกร้าวแบบทนายความผู้ชนะคดี แต่เป็นเสียงที่สั่นพร่าเล็กน้อยอย่างที่ไม่มีใครเคยได้ยินมาก่อน รินรดากลอกตาช้าๆ ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา ระยะห่างระหว่างเธอกับเขาในตอนนี้แทบไม่ต่างจากเมื่อครั้งที่ยังนอนร่วมเตียง แต่มันกลับเต็มไปด้วยกำแพงน้ำแข็งที่หนาเตอะจนไม่มีวันละลาย "อ้าว, คุณธีธัช" รินรดาเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้คลื่นอารมณ์ใดๆ ราวกับกำลังทักทายคนแปลกหน้าที่บังเอิญเดินชนกันบนท้องถนน "ยินดีด้วยนะคะที่คดีใหญ่ของคุณชนะ แต่ดูเหมือนว่า... ชัยชนะในศาล จะไม่ได้หมายความว่าคุณจะชนะทุกอย่างในชีวิตจริงสินะคะ" คำพูดแทงใจดำนั้นทำให้กรามของธีธัชขบเข้าหากันจนนูนเด่น เขาก้าวเข้าไปประชิดเธออีกก้าว จนพศินต้องขยับตัวเข้ามาบังขวางไว้ครึ่งหนึ่ง แต่มือบางของรินรดากลับแตะเบาๆ ที่แขนของพศิน เป็นเชิงห้ามปรามไม่ให้สถานการณ์บานปลายต่อหน้าสาธารณชน "คุณมาที่นี่ทำไม, ริน?" ธีธัชเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคมกริบจับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่เคยมีแต่ภาพเงาของเขา "แล้วคุณมากับ... ผู้ชายคนนี้ได้อย่างไร คุณไม่รู้หรือไงว่าเขาเป็นใคร?" "ฉันรู้ดีค่ะว่าคุณพศินเป็นใคร และฉันก็รู้ดีด้วยว่าคุณธีธัชกำลังหวาดกลัวอะไร" รินรดายิ้มรับ คมคายและบาดลึก "โลกนี้น่ะกว้างใหญ่มากนะคะคุณธีธัช ไม่ใช่ทุกคนที่จะต้องติดอยู่กับหลุมศพของความล้มเหลวที่คุณขุดไว้ให้หรอกค่ะ บางคน... เขาเลือกที่จะปีนขึ้นมา แล้วเหยียบมันให้จมดินต่างหาก" คำพูดของเธอกรีดแทะลงไปถึงขั้วหัวใจของชายหนุ่ม ธีธัชรู้สึกเหมือนถูกตบหน้ากลางสาธารณชนด้วยมือเปล่า ความรู้สึกผิดบาปที่เขาพยายามกดทับมันไว้ด้วยงานและอำนาจ กลับพรั่งพรูขึ้นมาทวงถามความยุติธรรมอย่างโหดร้าย เขาอยากจะเอื้อมมือไปคว้าข้อมือนั้นไว้เหมือนเก่า อยากจะเอ่ยคำขอโทษที่ติดค้างอยู่ในลำคอมาเป็นแรมปี แต่ทว่า... ทิฐิและสายตาเย้ยหยันจากรอบด้านกลับรั้งเขาไว้ "คุณเปลี่ยนไปมาก... รินรดา" ธีธัชเค้นเสียงพูดออกมาได้แค่นั้น "คนเราถ้ายังอยู่ที่เดิม ก็คงเป็นได้แค่เหยื่อของคุณไปตลอดชีวิตน่ะสิคะ" รินรดาตอบกลับทันควัน น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่มั่นคง "ขอบคุณนะคะที่ทำให้ฉันรู้ว่า ความรักมันไร้ค่าแค่ไหน... ตอนนี้ฉันถึงได้ยืนอยู่ตรงนี้ได้อย่างภาคภูมิใจอย่างไรล่ะคะ" เธอยกแก้วไวน์ขึ้นจิบเล็กน้อย ก่อนจะเบนสายตาหนีจากเขา ราวกับว่าตัวตนของธีธัชในตอนนี้ไม่มีค่าแม้แต่จะปรายตามองอีกต่อไป พศินส่งยิ้มมุมปากให้คู่แข่งทางธุรกิจอย่างผู้ชนะ ก่อนจะผายมือเชิญให้รินรดาก้าวเดินไปทักทายแขกผู้มีเกียรติท่านอื่น ปล่อยให้ทนายความหนุ่มผู้ไร้หัวใจยืนเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางแสงไฟระยิบระยับและความอับอายที่กัดกินหัวใจทีละน้อย ธีธัชกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความแค้นเคืองปนความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วร่าง เขาสัญญาไว้แล้วว่าเขาจะไม่มีวันยอมให้เธอก้าวเดินไปกับผู้ชายอย่างพศินเด็ดขาด แต่ทว่า... ในวินาทีที่เขากำลังจะก้าวเท้าตามหลังทั้งคู่ไปนั้น เสียงประกาศจากพิธีกรบนเวทีก็ดังขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน พร้อมกับการปรากฏตัวของแขกพิเศษที่ถูกเชิญมาร่วมงานในค่ำคืนนี้ "และในค่ำคืนนี้ ทางเราได้รับเกียรติอย่างยิ่งจากสุภาพสตรีผู้ทรงเกียรติ... และแขกตัวน้อยที่เป็นพยานรักสำคัญของโปรเจกต์การกุศลในครั้งนี้ครับ ขอเสียงปรบมือต้อนรับ คุณหญิงวิภาดา และ... น้องธันวา เด็กชายวัยห้าขวบ ผู้บริจาคเงินสมทบทุนสูงสุดในค่ำคืนนี้ด้วยครับ!" สิ้นเสียงประกาศ ธีธัชชะงักกัป กายหน้าร่างสูงแข็งค้างราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางกระบาล เมื่อร่างเล็กๆ ของเด็กชายคนหนึ่งในชุดสูทเด็กตัวจิ๋วเดินจูงมือมารดาขึ้นไปบนเวที ท่ามกลางเสียงปรบมือเกรียวกราว ดวงตากลมโตคู่นั้น... จมูกโด่งรั้นที่ถอดแบบพิมพ์มาจากกระจกเงา... และรอยยิ้มที่แม้แต่เด็กน้อยเองก็ยังระบายออกมาในแบบเดียวกันกับเขาไม่มีผิดเพี้ยน หัวใจของทนายความผู้ไร้หัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะ ภาพเอกสารใบรับรองแพทย์และกำหนดการตั้งครรภ์ที่เขาเคยทำลายทิ้งอย่างไร้เยื่อใยเมื่อหลายปีก่อนผุดวาบขึ้นมาในหัว ราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางอกจนแหลกสลาย — ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปกับเกมแห่งการแก้แค้นและแผลเป็นในใจครั้งนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ — กระจกเงาสะท้อนใจ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายความผู้ไร้หัวใจกับอดีตภรรยาที่เขากำลังทำลาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%