ดีไซเนอร์หัวขบถกับอดีตคนรักที่จำไม่ได้•ตอนที่ 13

จูบที่ไม่มีความหมาย

ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
กลิ่นไวน์แดงวินเทจราคาแพงผสมผสานกับความเย็นยะเยือกของเครื่องปรับอากาศในห้องพักรับรองพิเศษ ดูเหมือนจะเบาบางลงไปถนัดตา เมื่อเทียบกับแรงปะทะทางอารมณ์ที่กำลังแผดเผาอยู่เบื้องหน้า ลลินสูดหายใจเข้าลึก ภายใต้ชุดราตรีเข้ารูปสีดำสนิทที่ขับเน้นสัดส่วนคมคายและทรวดทรงอันเย้ายวน ความตึงเครียดฉายชัดผ่านหัวไหล่ที่ตั้งตรงอย่างระแวดระวัง ดวงตาคู่สวยกวาดมองผู้ชายตรงหน้าด้วยแววตาที่เยียบเย็นและเต็มไปด้วยกำแพงป้องกัน "คุณเมามากแล้วนะคะ, คุณคีย์" น้ำเสียงของลลินราบเรียบ ทว่าเฉียบคมดุจใบมีดโกนที่เคลือบด้วยน้ำผึ้ง เธอไม่ได้ถอยหนีเมื่อร่างสูงใหญ่ของคีย์ก้าวเข้ามาประชิดจนแทบไม่มีช่องว่างระหว่างกัน ทว่าแผ่นหลังกลับแนบชิดกับบานประตูไม้เนื้อหนาที่ถูกลงกลอนอย่างแน่นหนาไปเสียแล้ว คีย์ในยามนี้ไม่ได้มีมาดนักธุรกิจหนุ่มผู้เยือกเย็นและไร้ช่องโหว่เช่นเคย ดวงตาคมกริบที่มักใช้กดดันคู่แข่งทางธุรกิจกลับฉายแววสับสน รauร้าว และเต็มไปด้วยความกระหายหิวบางอย่างที่เขาเองก็ไม่อาจนิยามได้ ความทรงจำที่ขาดหายเกี่ยวกับผู้หญิงตรงหน้า มักสร้างความเจ็บแปลบในอกทุกครั้งที่เขาพยายามไขว่คว้าหาคำตอบ และในวินาทีนี้... สัญชาตญาณดิบเถื่อนบางอย่างกำลังร้องสั่งให้เขาทำลายกำแพงทั้งหมดลง "ผมไม่ได้เมา, ลลิน" คีย์เอ่ยเสียงพร่าต่ำ ลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นแอลกอฮอล์เป่ารดต้นคอระหงจนขนอ่อนลุกชัน ปลายนิ้วเรียวยาวของเขาเอื้อมขึ้นสัมผัสกรอบหน้าเนียนนุ่มอย่างถือวิสาสะ แม้ลลินจะเบี่ยงหน้าหนีเพียงเล็กน้อย แต่เขากลับใช้อีกมือหนึ่งตรึงเอวบางไว้แน่น ไม่ยอมให้เธอถอยหนีแม้แต่นصفเซนติเมตร "ทำไมคุณต้องทำเหมือนเราเป็นคนแปลกหน้า... ทั้งที่บางส่วนในร่างกายของผม มันจำสัมผัสของคุณได้ดีกว่าสมองบ้าๆ นี่เสียอีก" คำพูดนั้นบีบคั้นหัวใจของลลินให้กระหน่ำเต้นด้วยความเจ็บปวดและโกรธเกรี้ยวในคราเดียวกัน รอยแผลเป็นจากอดีตที่เธออุส่าห์ใช้คราบน้ำตาและหยาดเหงื่อสร้างขึ้นเพื่อห่อหุ้มหัวใจ กำลังถูกมือคู่นี้กระชากออกอย่างไม่ไยดีอีกครั้ง "คนแปลกหน้าเหรอคะ? น่าขันเสียจริง ทั้งที่คุณต่างหากที่เป็นคนลบทุกอย่างทิ้งไปเอง" ลลินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาสุกใสจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขาอย่างไม่เกรงกลัว "อย่ามาทำเป็นพูดจาโหยหาอดีต ในเมื่อคุณเป็นคนเลือกที่จะลืมมัน... ปล่อยฉันค่ะ!" "ผมลืม... แต่ร่างกายผมไม่ได้ลืม" สิ้นคำพูดนั้น คีย์ก็ไม่เปิดโอกาสให้เธอได้เอื้อnวาจาใดอีกต่อไป ใบหน้าคมคายโน้มลงมาประกบเรียวปากอิ่มสีชาดทันทีอย่างรวดเร็วและเอาแต่ใจ สัมผัสแรกเต็มไปด้วยความดุดันและเรียกร้อง ราวกับคนกระหายน้ำที่โหยหาหยาดฝนกลางทะเลทราย ลลินเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ร่างกายแข็งทื่อไปชั่วขณะ สมองประมวลผลไม่ทันกับเหตุการณ์เฉพาะหน้าที่เกิดขึ้นกะทันหัน เธอยกมือขึ้นหมายจะผลักไสแผ่นอกกว้างออกไป ทว่าเรียวแรงอันน้อยนิดกลับไม่สามารถต้านทานพละกำลังของชายหนุ่มผู้โหยหาความจริงบางอย่างได้เลย จูบนั้นไม่มีความอ่อนโยน... มันเต็มไปด้วยความสับสน รauร้าว และความโหยหาที่ถูกกักเก็บไว้ภายใต้หน้ากากความเย็นชามาเนิ่นนาน คีย์ขบเม้มเรียวปากของเธออย่างคาดคั้น ราวกับต้องการค้นหาคำตอบที่สูญหายไปจากความทรงจำผ่านรสจูบนี้ รสชาติของไวน์แดงผสมผสานกับความหวานล้ำตามธรรมชาติของลลิน ทำให้สติที่เหลืออยู่น้อยนิดของชายหนุ่มขาดผึ่งลงอย่างสิ้นเชิง ในความมืดสลัวของห้องรับรอง มีเพียงเสียงลมหายใจหอบกระชั้นและเสียงหัวใจที่เต้นรำไปพร้อมกับความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่กำลังพังทลาย ลลินหลับตาลงรับสัมผัสอันป่าเถื่อนแต่กลับสั่นไหวในความรู้สึก น้ำตาหยดหนึ่งเอ่อคลอเบ้าตาและไหลรินผ่านพวงแก้มเนียน รสชาติเค็มปร่าปะปนไปกับสัมผัสวาบหวามในโพรงปาก ทำให้คีย์ชะงักงอนไปเล็กน้อย เขารับรู้ถึงความเปียกชื้นบนพวงแก้มของเธอ และนั่นทำให้สติสัมปชัญญะบางส่วนเริ่มกลับคืนมา คีย์ผละริมฝีปากออกอย่างช้าๆ ดวงตาคู่คมจ้องมองใบหน้าหวานที่เปื้อนคราบน้ำตาและเรียวปากที่บวมเจ่อจากการจูบอย่างไร้ความปรานี อกแกร่งกระเพื่อมไหวอย่างรุนแรง เขามองเธอด้วยความรู้สึกผิดที่ตีรวนขึ้นมาในอกอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน "ลลิน..." เขาครางชื่อเธอแผ่วเบา ราวกับคนละเมอ เพี๊ยะ! เสียงฝ่ามือกระทบเข้ากับแก้มสากของคีย์ดังสนั่นหวั่นไหวท่ามกลางความเงียบ ลลินหอบหายใจตัวโยน ดวงตาแดงก่ำจ้องมองเขาด้วยความเกลียดชังและสมเพชระคนกัน รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากของดีไซเนอร์สาวผู้ไม่เคยยอมจำนนต่อโชคชะตา "สะใจคุณหรือยังคะ?" ลลินเค้นเสียงลอดไรฟัน น้ำตาร่วงหล่นราวกับไข่มุกขาดเส้น "คิดจะทำอะไรกับฉันก็ได้งั้นสินะ คิดว่าฉันเป็นของเล่นที่จะเรียกหาเมื่อไหร่ก็ได้งั้นสิ... จำใส่สมองที่ว่างเปล่าของคุณไว้ซะนะ คุณคีย์ ว่าผู้หญิงที่คุณเพิ่งรังแกไปเมื่อครي่... คือคนที่คุณไม่มีวันเอื้อมถึงอีกแล้ว!" เธอผลักอกเขาเต็มแรงจนคีย์ต้องถอยหลังไปสองสามก้าว ลลินจัดเสื้อผ้าหน้าผมของตัวเองให้กลับมาเรียบร้อยดังเดิมด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย แม้หัวใจจะกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดเจียนตาย แต่ภายนอกเธอยังคงเชิดหน้าขึ้นสูงอย่างหยิ่งทะนง ไม่ยอมให้ผู้ชายใจร้ายคนนี้ได้เห็นความพ่ายแพ้ของเธอเด็ดขาด ลลินหมุนตัวหันหลังและเอื้อมมือไปปลดกลอนประตู เพื่อจะหนีให้พ้นจากบรรยากาศที่แสนอึดอัดและอันตรายนี้ ทว่าในจังหวะที่ประตูบานใหญ่กำลังจะเปิดออก เสียงฝีเท้าและบทสนทนาก็ดังแทรกเข้ามาจากทางเดินด้านนอกเสียก่อน "คุณรดาคะ ทางนี้ค่ะ ห้องรับรองพิเศษนี้ยังว่างอยู่ค่ะ..." เสียงพนักงานต้อนรับเอ่ยขึ้น ลลินชะงักฝีเท้า ในขณะที่คีย์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่สบอารมณ์ที่ถูกขัดจังหวะ ก่อนที่ลลินจะทันได้ก้าวเท้าพ้นจากห้อง รดา คู่แข่งทางธุรกิจผู้แสนเจ้าเล่ห์และเป็นศัตรูหัวใจตัวฉกาจ ก็ก้าวเข้ามาหยุดยืนขวางประตูไว้พอดี พร้อมกับรอยยิ้มเยาะเย้ยที่ฉาบอยู่บนใบหน้าโฉบเฉี่ยว รดาปรายตามองสภาพที่ยับเยินเล็กน้อยของลลินสลับกับใบหน้าของคีย์ที่ยืนอยู่ด้านหลังด้วยแววตาพึงพอใจ "อุ๊ย... ขอโทษด้วยนะคะ ขัดจังหวะอะไรกันอยู่หรือเปล่าคะเนี่ย?" รดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงดัดจริต น่าหมั่นไส้ "พอดีฉันลืมกระเป๋าเอกสารไว้แถวนี้... แต่ดูท่าทางแล้ว ฉันคงเข้ามาผิดเวลาสินะคะเนี่ย ลลิน...เธอมาทำอะไรสองต่อสองกับคุณคีย์ในห้องมืดๆ แบบนี้ล่ะ หรือว่า... กำลังใช้มารยาเรียกร้องความสนใจจากสามีเก่าที่เขาจำหน้าเธอไม่ได้กันแน่จ๊ะ?" บรรยากาศในห้องเย็นเยียบลงทันตาเห็น ลลินกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ทว่าในจังหวะที่เธอกำลังจะสวนกลับด้วยคำพูดเชือดเฉือน สายตากลับเหลือบไปเห็นเงาร่างเล็กๆ ของเด็กชายวัยราวห้าขวบคนหนึ่ง ที่วิ่งตามหลังรดาเข้ามาในบริเวณงานเลี้ยง และกำลังยืนหลบอยู่หลังมุมเสาห่างออกไปไม่ไกลนัก เด็กชายคนนั้น... มีดวงตากลมโต จมูกโด่งรั้น และโครงหน้าด้านข้างที่ถอดแบบมาจากคีย์ราวกับพิมพ์เดียวกัน... ยิ่งไปกว่านั้น ในมือเล็กๆ ของเด็กน้อยคนนั้น กำลังถือเอกสารสำคัญบางอย่างที่ซองจดหมายระบุชื่อสถานตรวจพันธุศาสตร์ไว้อย่างเด่นชัด! โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ... --- ชานมไข่มุกหวานร้อย
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์หัวขบถกับอดีตคนรักที่จำไม่ได้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%