กลิ่นอายของชาเอิร์ลเกรย์ที่ยังอุ่นกรุ่นในแก้วกระเบื้องเคลือบราคาแพง ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศในห้องทำงานส่วนตัวของลลินผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... ความเงียบงันที่คั่นกลางระหว่างเธอกับคีย์กลับหนักอึ้งราวกับมีก้อนหินนับร้อยกิโลกรัมถ่วงทับอยู่บนหน้าอก
"คุณไม่มีสิทธิ์มาทำสายตาแบบนั้นใส่ฉัน, คุณคีย์"
ลลินเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงของเธอนิ่งเรียบ ทว่าสั่นเครือเล็กน้อยในยามที่ปลายนิ้วเรียวสวยวางลงบนร่างแบบเสื้อผ้าคอลเลกชันใหม่ ชุดราตรีสีดำสนิทที่ตัดเย็บด้วยผ้าไหมอิตาลีชั้นดีถูกรังสรรค์ขึ้นเพื่อเหยียบย่ำความทรงจำเก่าๆ แต่ในวินาทีนี้ มันกลับกลายเป็นกระจกเงาที่สะท้อนความเปราะบางในใจเธอเสียเอง
คีย์ไม่ได้ขยับตัวไปไหน เขายังคงยืนค้ำโต๊ะทำงานของเธอ ร่างสูงใหญ่ในสูทสั่งตัดเข้ารูปส่งกลิ่นกายหอมสะอาดผสมผสานกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ดวงตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องมองเธอราวกับสัตว์ป่ากำลังรอจังหวะตะครุบเหยื่อ แต่สิ่งที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังม่านตาคู่นั้นกลับไม่ใช่ความเยือกเย็นชาอย่างที่เคยเป็น... มันคือความสับสนระคนเวทนาที่ลลินเกลียดชังที่สุด
"ผมแค่กำลังสงสัย..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นอย่างเชื่องช้า คีย์ก้าวเท้าเข้าไปใกล้เธอีกหนึ่งก้าว จนลลินต้องเผลอกลั้นหายใจ "ว่าผู้หญิงที่เคยร้องไห้อย่างหมดสภาพในวันที่ผมไล่เธอออกจากบ้าน... กลายมาเป็นดีไซเนอร์มือฉกาจที่เหยียบย่ำความมั่นใจของผมได้อย่างราบคาบในวันนี้... ได้อย่างไรกัน, ลลิน"
คำถามนั้นเปรียบเสมือนมีดโกนอาบน้ำผึ้ง มันคมกริบ บาดลึก และกรีดลงบนแผลเป็นที่เธอพยายามเอาผ้าพันแผลหนาเตอะพันทับมันไว้หลายชั้น ลลินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตตวัดมองอดีตสามีด้วยแววตาดุดล ดั่งลูกแมวป่าที่พร้อมจะกางกรงเล็บข่วนหน้าคนที่บัง-อาจลูบคม
"แปลกใจนักหรือคะ? หรือคิดว่าฉันควรจะตรอมใจตายอยู่ในกองขยะที่พวกคุณร่วมกันถีบส่งฉันลงไป?" ลลินเชิดหน้าขึ้น รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏบนริมฝีปากเคลือบลิปสติกสีแดงสด "น่าเสียดายนะคะที่ฉันหนังเหนียวเกินกว่าจะตายเพื่อความสุขจอมปลอมของคุณกับรดา"
ทันทีที่ชื่อของรดาหลุดออกมาจากเรียวปากของเธอ บรรยากาศรอบกายก็เย็นเยียบลงทันตาเห็น คีย์ขมวดคิ้วมุ่น สันจมูกโด่งเป็นสันนูนขึ้นด้วยความไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด เขาก้าวประชิดตัวเธอจนลลินต้องเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ทำงาน พื้นที่หายใจระหว่างเขากับเธอลดลงจนแทบเป็นศูนย์ ไออุ่นจากร่างกายของชายหนุ่มแผ่ซ่านเข้ามาปะทะผิวกาย จนหัวใจเจ้ากรรมที่เธอพยายามฝึกฝนให้ด้านชามาตลอดหลายปีกลับเต้นรัวระรัวราวกับกลองเพล
"อย่าเอาผู้หญิงคนนั้นมาเปรียบเทียบกับคุณ..." คีย์กระซิบเสียงพร่า ริมฝีปากของเขาอยู่ห่างจากใบหูของเธอเพียงไม่กี่เซนติเมตร "และเลิกทำเป็นเกลียดผมเสียที... ในเมื่อแววตาที่คุณมองผมเมื่อครู่ มันฟ้องชัดเจนว่าคุณยัง..."
"หุบปากนะคะ!" ลลินตวาดลั่น มือเรียวผลอกแผงอกกว้างของเขาออกสุดแรง นัยน์ตาคู่สวยร้อนผ่าวด้วยหยาดน้ำตาที่เธอพยายามสะกดกลั้นเอาไว้ไม่ให้มันไหลออกมาประจานความอ่อนแอ "คุณไม่มีสิทธิ์มาพูดจาเพ้อเจ้อแบบนี้! คุณลืมไปแล้วหรือไงว่าคุณทำอะไรกับฉันไว้บ้าง? คุณลืมไปแล้วหรือไงว่าผู้หญิงที่คุณปกป้องนักหนาเคยทำอะไรกับลูก..."
เธอยั้งปากไว้ได้ทันก่อนที่คำพูดต้องห้ามจะหลุดรอดออกไป หัวใจดวงน้อยกระหน่ำรัวด้วยความหวาดกลัว ลลินหอบหายใจจนตัวโยน เม็ดเหงื่อผุดซึมตามไรผม ทั้งโกรธทั้งเกลียดตัวเองที่เพียงแค่สัมผัสใกล้ชิดแค่นี้ ก็ทำให้ความตั้งใจที่จะแก้แค้นสั่นคลอนได้อย่างน่าสมเพช
คีย์ชะงักไปกับปฏิกิริยาที่รุนแรงเกินเหตุของเธอ ดวงตาคมกริบหรี่ลงด้วยความสงสัยระคนเจ็บปวด ความทรงจำที่ขาดหายไปเป็นเสี่ยงๆ ในหัวของเขามักจะสร้างภาพเงาดำของผู้หญิงคนหนึ่งที่ร้องไห้ปริ่มจะขาดใจ และภาพนั้นมักจะมีใบหน้าของลลินซ้อนทับอยู่เสมอ ยิ่งเขาพยายามไขว่คว้าหาความจริง มันก็ยิ่งปวดร้าวราวกับสมองจะระเบิด
"ลูก...?" คีย์ทวนคำ เสียงของเขาเบาราวกับเสียงกระซิบ "คุณพูดถึงเรื่องอะไร, ลลิน? ลูกอะไร?"
ลลินเบือนหน้าหนี หลบสายตาคุกคามคู่นั้น เธอกัดริมฝีปากจนห่อเลือด รสชาติเค็มปร่าของเลือดแปลบปลาบอยู่ในโพรงปาก ช่วยดึงสติอันเลือนรางให้กลับคืนมา เธอสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ตั้งกำแพงน้ำแข็งขึ้นมาห่อหุ้มหัวใจที่กำลังสั่นไหวไว้อีกครั้งอย่างรวดเร็ว
"เรื่องนั้น... คุณไม่มีวันได้รู้หรอกค่ะ" ลลินหันกลับมาเผชิญหน้ากับเขาอีกครั้ง รอยยิ้มเย็นชาถูกสวมทับลงบนใบหน้า ราวกับหน้ากากละครสัตว์ "ตอนนี้กรุณาออกไปจากห้องทำงานของฉันได้แล้วค่ะ ฉันต้องเตรียมตัวประชุมกับทีมออกแบบ ไม่ว่างมาเล่นเกมทายปัญหาความจำเสื่อมกับอดีตสามีที่ไร้ค่าหรอกนะคะ"
ความเย็นชาที่เธอกลับมาสวมใส่ทำเอาคีย์นิ่งงังไปชั่วขณะ เขากวาดสายตามองใบหน้าที่เรียบเฉยไร้ความรู้สึกนั้น หัวใจของเขารู้สึกโหวงเหวงแปลกประหลาดราวกับกำลังจะสูญเสียสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตไปตลอดกาล แต่ทิฐิและศักดิ์ศรีของนักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลก็ทำให้เขาไม่ยอมจำนนเช่นกัน
"ก็ได้..." คีย์ยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความดุดันและอันตราย "แต่จำไว้, ลลิน... เกมนี้มันเพิ่งเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น และผมจะไม่ยอมแพ้จนกว่าผมจะได้รื้อฟื้นทุกอย่าง... รวมถึงความรู้สึกที่คุณยังซ่อนไว้ในใจด้วย"
ร่างสูงหมุนตัวเดินจากไปอย่างไร้เยื่อใย ประตูห้องทำงานปิดลงพร้อมกับเสียงล็อกกลอนที่สะท้อนก้องในความเงียบ ทันทีที่ลับร่างของเขา ลลินก็ทรุดฮวบลงนั่งกับเก้าอี้อย่างไร้เรี่ยวแรง มือบางยกขึ้นกุมขมับที่ปวดตุบ น้ำตาที่กลั้นไว้ไหลรินลงมาอาบแก้มอย่างเงียบเชียบ ความรู้สึกรักและเกลียดที่ตีรันกันอยู่ในอกมันช่างทรมานเสียจนเธอแทบอยากจะกรีดร้องออกมาดังๆ
ทว่า... ความทรมานนั้นยังไม่น่ากลัวเท่ากับเสียงฝีเท้าที่ดังแว่วมาจากระเบียงด้านนอก และเสียงเคาะประตูกระจกเบาๆ สองครั้ง ก่อนที่ประตูจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่ได้รับอนุญาต
"อุ๊ย... ขอโทษทีนะคะที่รบกวนเวลาส่วนตัว... แต่พอดีฉันมีเรื่อง 'สนุกๆ' จะมาเล่าให้คุณฟังพอดีเลยค่ะ, คุณลลิน"
รดาแย้มยิ้มกว้าง ใบหน้าสะสวยฉาบด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ยที่เคลือบยาพิษ ในมือของเธอกำแฟกเอกสารสีน้ำตาลซองหนึ่งเอาไว้แน่น ก่อนจะโยนมันลงบนโต๊ะทำงานตรงหน้าลลินอย่างถือวิสาสะ
ลลินเงยหน้าขึ้นมองคู่ปรับตลอดกาลด้วยแววตาสงสัย แต่เมื่อก้มลงมองเอกสารที่โผล่พ้นซองออกมาเพียงนิดเดียว... ลมหายใจของเธอก็พลันสะดุดกึก ร่างทั้งร่างแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน
ภาพถ่ายใบเล็กๆ ของเด็กชายตัวน้อยวัยสามขวบที่มีใบละม้ายคล้ายคลึงกับคีย์ราวกับพิมพ์เดียวกัน นอนนิ่งหราอยู่บนเอกสารใบนั้น พร้อมกับผลตรวจ DNA ฉบับจริงที่ระบุความสัมพันธ์อย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "ชานมไข่มุกหวานร้อย" มาโดยตลอดนะคะ!
ดีไซเนอร์หัวขบถกับอดีตคนรักที่จำไม่ได้•ตอนที่ 14
เกมที่เริ่มควบคุมไม่ได้
ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์หัวขบถกับอดีตคนรักที่จำไม่ได้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!