ดีไซเนอร์หัวขบถกับอดีตคนรักที่จำไม่ได้•ตอนที่ 16

บททดสอบความไว้ใจ

ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
เสียงแก้วคริสตัลกระทบกับพื้นหินอ่อนดังเพล้ง! เศษเสี้ยวใสกระจายเกลื่อนราวกับหยดน้ำตาที่แตกสลาย รดาไม่ได้สะดุ้งสะเทือนด้วยความตกใจแม้แต่น้อย ดวงตาสีเข้มภายใต้ขนตาปลอมที่ปัดมาอย่างประณีตกลับพราวระยับด้วยความสะใจ หล่อนจ้องมองชุดเดรสผ้าไหมสีงาช้างบนหุ่นโชว์ที่ตอนนี้มีคราบไวน์แดงฉานเปรอะเปื้อนเป็นวงกว้าง ราวกับหัวใจที่ถูกกรีดซ้ำด้วยคมมีดของลลิน "อุ๊ย... ตายจริง มือฉันนี่ช่างซุ่มซ่ามเสียจริงค่ะคุณลลิน" รดาแย้มยิ้มหยัน มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะเย้ยที่หล่อนพยายามซ่อนไว้ไม่มิด "พอดีว่าฉันแค่จะเดินมาดูผลงานมาสเตอร์พีซชิ้นสำคัญที่จะใช้เปิดตัวในคลังสินค้าคอลเลกชันใหม่ แต่ใครจะไปรู้ล่ะคะว่าเนื้อผ้าเกรดพรีเมียมราคานับล้าน จะเปราะบางและซับน้ำได้ดีขนาดนี้" ลลินยืนนิ่งสนิท มือเรียวทั้งสองข้างกำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความเจ็บปวดแปลบปลา trá สู่กระแสเลือด แต่นั่นยังน้อยนักเมื่อเทียบกับความโกรธเกรี้ยวที่กำลังแผดเผาอยู่ภายในอก ดีไซเนอร์สาวสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นบนเรียวปากสีพีชของเธอ เป็นรอยยิ้มที่คมกริบดุจมีดโกนอาบน้ำผึ้ง ซึ่งทำให้รดาที่กำลังลำพองใจถึงกับชะงักไปชั่วขณะ "มือซุ่มซ่าม... หรือว่าสันดานที่คอยแต่จะฉวยโอกาสทำลายผลงานคนอื่นกันแน่คะคุณรดา" ลลินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงพลังและเย็นเยียบจนอุณหภูมิในห้องเสื้อดูเหมือนจะลดฮวบลงหลายองศา "ชุดนี้ยังไม่ใช่ผลงานสมบูรณ์แบบหรอกค่ะ มันเป็นแค่โครงร่างที่ฉันตั้งใจทิ้งไว้ให้ 'สุนัข' แถวนี้ได้ลิ้มรสความพ่ายแพ้ล่วงหน้าต่างหาก" "นี่เธอ! ปากดีนักนะลลิน!" รดาหน้าถอดสี กรีดเสียงแหลมด้วยความโกรธที่ถูกตบหน้าฉานด้วยคำพูด ทว่าก่อนที่มือเรียวที่เต็มไปด้วยแหวนเพชรจะพุ่งเข้ามาตบหน้าลลิน มือหนาของใครบางคนก็คว้าข้อมือของรดาไว้กลางอากาศด้วยแรงบีบที่หนักหน่วงจนรดาร้องอุทานออกมาด้วยความเจ็บปวด พรึบ! ร่างสูงใหญ่ของคีย์ก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างผู้หญิงทั้งสองคน แววตาของเขาคมกริบราวนใบมีดที่อาบยาพิษ ความเย็นชาแผ่ซ่านออกมาจากตัวตนของชายหนุ่มจนรดาถึงกับตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว ดวงตาคู่ดุจพญาเหยี่ยวจ้องมองรดาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ "คุณคีย์..." รดาเปลี่ยนน้ำเสียงเป็นสั่นเครือ บีบน้ำตาอย่างรวดเร็วเพื่อเรียกคะแนนความน่าสงสาร "คุณก็เห็นใช่ไหมคะว่าผู้หญิงคนนี้หาเรื่องฉันก่อน ฉันแค่เดินมาดูงานแล้วสะดุด... อ๊ะ!" "หุบปากซะ" คีย์เอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟัน น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยอำนาจมืดที่กดดันจนห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน "ผมยืนดูการกระทำต่ำช้าของคุณมาตลอดตั้งแต่คุณก้าวเข้ามาในห้องนี้แล้ว รดา... อย่าคิดว่าผมไม่รู้ว่าเบื้องหลังผลงานที่ถูกขโมยไปและการกลั่นแกล้งซ้ำแล้วซ้ำเล่า มันฝีมือใคร" ลลินเบิกตากว้างเล็กน้อย หัวใจกระตุกวูบด้วยความไม่คาดคิด เธอมองแผ่นหลังกว้างของอดีตสามีผู้เย็นชาและไร้เยื่อใยในอดีต ผู้ชายคนที่เคยผลักไสไล่ส่งเธออย่างไม่ใยดี บัดนี้กลับยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า เพื่อปกป้องเธอจากเงื้อมมือของศัตรู "คุณคีย์กำลังเข้าใจฉันผิดนะคะ!" รดารีบแก้ตัว เสียงสั่นเครือ น้ำตาคลอเบ้า "ลลินต่างหากที่หลอกลวงคุณ เธอมันก็แค่ผู้หญิงหน้าเงินที่..." "ผมบอกให้ 'หุบปาก'!" คีย์ตวาดลั่น ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความโกรธจัด แรงกดดันจากตัวเขาราดรดจนรดาต้องถอยกรูดไปชนกับชั้นวางของ "ถ้าคุณยังไม่อยากให้บริษัทของคุณล้มละลายภายในสามวินาทีนี้ ไสหัวออกไปจากที่นี่ซะ! และจำใส่กะโหลกไว้ด้วยว่า... ถ้าคุณกล้าแตะต้องลลินแม้แต่ปลายนิ้วอีกครั้ง ผมนี่แหละที่จะเป็นคนทำลายคุณด้วยมือของผมเอง!" รดากัดริมฝีปากจนห่อเลือดด้วยความแค้นเคือง หล่อนส่งสายตาอาฆาตมาดร้ายมาที่ลลินแวบหนึ่ง ก่อนจะสะบัดหน้าหนีและวิ่งตะลึงตึงตึงออกไปจากห้องเสื้อ ทิ้งให้ความเงียบงันเข้าปกคลุมบรรยากาศที่ยังคงหลงเหลือกลิ่นอายของความตึงเครียด ลลินยืนนิ่ง สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ เธอไม่ได้เอ่ยคำขอบคุณ แม้ว่าเขาจะเพิ่งปกป้องเธอจากการถูกทำร้ายก็ตาม แผลเป็นในอดีตยังคงกรีดลึกอยู่ในใจ และเธอก็ไม่ใช่ผู้หญิงอ่อนแอที่ต้องคอยให้ใครมาปกป้องตลอดเวลา "คุณควรกลับไปได้แล้วค่ะคุณคีย์" ลลินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงห่างเหินและเย็นชาไม่แพ้กัน เธอก้มลงเก็บเศษแก้วที่แตกบนพื้นอย่างไม่ใส่ใจ "ฉันดูแลตัวเองได้ ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาเวทนาหรอกค่ะ" คีย์หันกลับมามองหญิงสาว ร่างระหงที่กำลังก้มๆ เงยๆ เก็บเศษแก้วทำให้หัวใจของเขาเจ็บแปลบขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ ภาพซ้อนทับของอดีตบางอย่างแวบเข้ามาในหัว สมองส่วนที่ขาดหายไปพยายามกรีดร้องเรียกร้องหาความทรงจำที่เลือนราง แต่มันก็ยังคงเป็นแค่กลุ่มหมอกสีเทาที่จับต้องไม่ได้ เขาก้าวเข้าไปใกล้ คุกเข่าลงข้างกายเธอ พร้อมกับเอื้อมมือไปจับข้อมือเรียวที่กำลังจะหยิบเศษแก้วชิ้นใหญ่ "ระวัง!" คีย์เอ่ยเตือนเสียงพร่า ลลินชะงัก เงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาทั้งคู่ประสานกันอย่างแนบแน่น ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน ดวงตากลมโตของลลินไหววูบไปชั่วขณะเมื่อได้เห็นความห่วงใยที่ฉายชัดอยู่ในแววตาคู่นั้น มันไม่ใช่ความเสแสร้ง แต่มันคือความรู้สึกที่มาจากส่วนลึกของหัวใจที่แม้แต่ตัวเขาเองก็อาจจะไม่เข้าใจ "ปล่อยค่ะ..." ลลินพยายามดึงมือออก ทว่าคีย์กลับกำมันแน่นขึ้น ไม่ยอมปล่อยให้เธอหนีหายไปจากสายตา "ทำไมคุณถึงต้องทำตัวแข็งกระด้างตลอดเวลาด้วยลลิน" คีย์เอ่ยถาม น้ำเสียงเจือความตัดพ้อและเจ็บปวดอย่างลึกซึ้ง "ผมแค่อยากปกป้องคุณ... แค่อยากไถ่บาปในสิ่งที่ผมเคยทำผิดพลาดไปในอดีต แม้ว่าผมจะจำมันไม่ได้เลยก็ตามที" "คุณไม่มีสิทธิ์มาพูดคำว่าไถ่บาปหรอกค่ะคุณคีย์" ลลินหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวย "ความเจ็บปวดที่คุณฝังไว้ในใจฉัน มันไม่มีวันถูกลบเลือนด้วยการกระทำแค่ครั้งสองครั้งนี้หรอกนะคะ" บรรยากาศระหว่างทั้งสองคนตึงเครียดจนแทบขาดผึ่ง ทว่าในวินาทีที่ลลินกำลังจะสะบัดมือออกอย่างเด็ดขาด เสียงฝีเท้าเบาๆ พร้อมกับเสียงใสของเด็กชายตัวเล็กคนหนึ่งก็ดังขึ้นจากหน้าประตูห้องเสื้อ "คุณแม่ครับ... คุณป้าใจร้ายคนนั้นไปหรือยังครับ?" คีย์ชะงักกึก ร่างกายทั้งร่างแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน เมื่อเขาหันขวับไปมองตามเสียงนั้น ภาพเด็กชายวัยราวๆ สี่ขวบที่มีดวงตากลมโต จมูกโด่งรั้น และโครงหน้าถอดแบบพิมพ์เดียวกับเขาเหมือนส่องกระจกกำลังวิ่งเข้ามาโอบกอดขาของลลินไว้แน่น! --- ชานมไข่มุกหวานร้อยขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความรู้สึกของตัวละครในตอนนี้มากๆ เลยนะคะ
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์หัวขบถกับอดีตคนรักที่จำไม่ได้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%