“คุณแน่ใจแล้วเหรอคะว่าเอกสารชุดนี้ จะไม่กลายเป็นดาบที่ย้อนกลับมาแทงคอตัวเองเข้าสักวัน”
เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลของทนายความส่วนตัวดังลอดผ่านเครื่องบันทึกเสียงขนาดจิ๋ว วางอยู่บนโต๊ะทำงานหินอ่อนสีดำสนิทในห้องชุดเพนต์เฮาส์ส่วนตัวของลลิน แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งพื้นขับเน้นให้ใบพักตร์เรียวสวยของดีไซเนอร์สาวยิ่งดูคมคายและเยือกเย็นราวกับประติมากรรมน้ำแข็ง ปลายนิ้วเรียวยาวที่สวมแหวนเงินเกลี้ยงเกลาเคาะลงบนหน้าจอแท็บเล็ตเป็นจังหวะ ราวกับกำลังนับถอยหลังสู่วันพิพากษา
ลลินไม่ได้ตอบคำถามนั้นทันที ดวงตากลมโตคู่คมกริบดุจมีดโกนอาบน้ำผึ้งทอดมองออกไปนอกกระจกใสบานยักษ์เบื้องล่าง มหานครยามค่ำคืนระยิบระยับไปด้วยแสงไฟแห่งความโลภและการหลอกลวง ไม่ต่างอะไรกับสังเวียนที่เธอกำลังเหยียบย่างลงไปเพื่อทวงคืนทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยถูกพราก
เอกสารในมือของคีย์... อดีตสามีผู้เย่อหยิ่งและเย็นชา ที่ตอนนี้กำลังหัวใจสั่นคลอนด้วยความจริงที่ถูกปิดตาย—มันเป็นเพียง "จุดเริ่มต้น" ของมหกรรมชำระแค้นที่เธอใช้เวลาแรมปีในการร้อยเรียงมันขึ้นมาอย่างประณีต
ย้อนกลับไปในคืนวันอุบัติเหตุครั้งนั้น วันที่โลกทั้งใบของลลินพังทลายลงพร้อมกับรอยยิ้มเยาะเย้ยของรดา ผู้หญิงที่ก้าวเข้ามาสวมรอยเป็นทั้งผู้ช่วยชีวิตและคนดูแลหัวใจของคีย์ในวันที่เขาสูญเสียความทรงจำ
รดาไม่ได้แค่อยู่ในเหตุการณ์... รดาคือคนไขกุญแจห้องไอซียูเพื่อสับเปลี่ยนแฟ้มประวัติการรักษา และลบชื่อของลลินออกจากฐานข้อมูลผู้บริจาคเลือดกรุหายากที่ยื้อชีวิตเขาไว้ด้วยซ้ำ!
ลลินแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยหยาดหยดแห่งความขื่นขมและคราบน้ำตาที่ถูกกลืนกลับลงไปในลำคอจนหมดสิ้น รอยร้าวระหว่างเธอกับคีย์ในอดีตอาจจะเป็นสิ่งที่ซ่อมไม่ได้ด้วยกาวแห่งความรักอีกต่อไปแล้ว แต่มันสามารถเชื่อมประสานขึ้นใหม่ด้วย "ความจริง" ที่แสนเจ็บปวดต่างหากล่ะคะ
ในขณะเดียวกัน ที่ห้องทำงานส่วนตัวของคีย์ แผ่นกระดาษในมือยังคงสั่นเทา ความเงียบงันภายในห้องสี่เหลี่ยมกว้างขวางกดทับจนแทบหายใจไม่ออก ตัวอักษรบนรายงานทางการแพทย์ระบุไว้อย่างชัดเจนถึงชื่อของผู้ที่เคยบริจาคไขกระดูกและเลือดเพื่อต่อชีวิตเขาเมื่อสามปีก่อน... ชื่อนั้นไม่ใช่รดา ผู้หญิงที่คอยปรนนิบัติพัดวีและอ้างตัวว่าเป็นผู้เสียสละเพื่อเขามาโดยตลอด แต่เป็น "ลลิน"
ภรรยาที่เขาเคยขับไลไสส่งอย่างไร้เยื่อใย หญิงสาวผู้ถูกตราหน้าว่าเป็นเพียงดีไซเนอร์โนเนมผู้ทะเยอทะยานและเห็นแก่ตัว
"โกหก... มันเป็นไปไม่ได้" คีย์พึมพำกับความว่างเปล่า ใบหน้าคมคายที่เคยเรียบเฉยราวก้อนหินบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดระคนสับสน ภาพความทรงจำสีเทาหม่นที่ขาดหายไปเริ่มปะติดปะต่อเข้ามาในหัวราวกับเศษกระจกที่บาดลึกเข้า
เขานึกถึงแววตาคู่สวยที่เต็มไปด้วยความอ้อนวอนในคืนก่อนวันหย่า นึกถึงเสียงสะอื้นไห้ที่เขาเคยปัดรังเกียจว่าเป็นเพียงมารยาหญิง และนึกถึงหยดเลือดบนพื้นห้องพยาบาลในวันนั้น... วันที่ลลินเดินออกจากชีวิตเขาไปพร้อมกับร่างกายที่บอบช้ำและหัวใจที่แตกสลายเป็นจุล
ความรู้สึกผิดประเดประดังเข้าใส่ราวกื่นน้ำป่าทะลัก คีย์กำแผ่นกระดาษในมือจนยับยู่ยี่ หัวใจของเขาบีบตัวแน่นจนเจ็บแปลบที่หน้าอก ราวกับมีใครเอามีดมาคว้านลึกลงไปซ้ำๆ ผู้หญิงคนที่เขาตามรังควานและดูถูกเหยียดหยามมาตลอด กลับเป็นคนเดียวกับคนที่ยอมแลกหยาดหยดสุดท้ายของชีวิตเพื่อให้เขายังมีลมหายใจอยู่บนโลกใบนี้
ความโกรธเกรี้ยวพุ่งพล่านขึ้นมาอย่างควบคุมไม่อยู่ ไม่ใช่โกรธลลิน... แต่โกรธตัวเอง โกรธความโง่เขลา และที่สำคัญที่สุดคือความรู้สึกสะตนสะท้านที่ตีตื้นขึ้นมาว่า เขากำลังถูก "ปั่นหัว" โดยคนที่เขาไว้วางใจที่สุดมาตลอดหลายปีอย่างรดา
มือหนากระชากลิ้นชักโต๊ะทำงานออกอย่างไร้ความปรานี คว้าโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูขึ้นมากดโทรหาเลขาคนสนิทด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบจนน่ากลัว "สืบเรื่องของรดาให้หมดทุกอย่าง... เอาประวัติการเงิน ย้อนหลังสามปี และพยานในคืนวันอุบัติเหตุที่โรงพยาบาลเอกA มาให้ผมก่อนเที่ยงพรุ่งนี้ ห้ามพลาดแม้แต่รายละเอียดเดียว!"
ตัดภาพกลับมาที่ฝั่งของลลิน หญิงสาวกำลังยืนจิบไวน์แดงรสเลิศอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ เธอกำลังมองภาพสะท้อนของตัวเองที่เปลี่ยนไป ผู้หญิงที่เคยอ่อนแอและร้องไห้ฟูมฟายในอดีตได้ตายไปนานแล้ว เหลือเพียงแต่ "ชานมไข่มุกหวานร้อย" ในนามของดีไซเนอร์สาวผู้ทรงอิทธิพล ที่พร้อมจะเหยียบย่ำทุกคนที่เคยเหยียบย่ำเธอกลับคืนเป็นร้อยเท่า
โทรศัพท์มือถือบนโต๊ะสั่นครืดพร้อมกับข้อความแจ้งเตือนจากสายลับที่เธอส่งไปฝังตัวอยู่ในบริษัทคู่แข่ง ลลินปรายตามองหน้าจอเพียงแวบเดียว มุมปากอิ่มที่เคลือบด้วยลิปสติกสีแดงก่ำก็ยกย่องขึ้นเป็นรอยยิ้มที่สวยงามแต่เย็นชาถึงขั้วหัวใจ
เกมนี้... เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริงค่ะ
ทว่า ในขณะที่ลลินกำลังดื่มด่ำกับชัยชนะก้าวแรก เสียงเคาะประตูด้านนอกเพนต์เฮาส์ก็ดังขึ้นสามครั้งอย่างหนักแน่น เป็นจังหวะที่เธอจำได้แม่นยำ—จังหวะการก้าวเท้าของผู้ชายที่เธอกลสาบานว่าจะไม่มีวันให้อภัยอีกชั่วชีวิต
ลลินวางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะอย่างใจเย็น เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อปรับสีหน้าให้เรียบเฉยที่สุด ก่อนจะเดินไปหยุดอยู่ที่หน้าประตูบานใหญ่ แล้วหมุนลูกบิดเปิดออกช้าๆ
ทว่า ภาพคนที่ยืนอยู่เบื้องหลังบานประตูกลับไม่ใช่คีย์อย่างที่เธอคาดคิดไว้แต่แรก...
แต่เป็นร่างสูงโปรดของรดา ที่กำลังยืนฉีกยิ้มเหี้ยมเกรียม ใบหน้าเปื้อนคราบน้ำตาแต่แววตากลับเต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง ในมือเรียวของอีกฝ่ายถือซองเอกสารสีน้ำตาลปริศนา พร้อมกับเสียงกระซิบที่ทำให้เลือดในกายของลลินเย็นเฉียบลงในพริบตา
"คิดเหรอคะลลิน... ว่าเธอเป็นคนเดียว2ที่มีความลับของคีย์อยู่ในมือ?" รดาหัวเราะคิกคักในลำคอ ก่อนจะโยนซองเอกสารนั้นตกลงแทบเท้าของลลิน "ถ้าผู้ชายคนนั้นรู้ว่า 'เด็กคนนั้น' ที่เธอซ่อนไว้ในต่างจังหวัดคือใคร... โลกของเธอก็คงไม่เหลือซากอะไรให้ปกป้องอีกต่อไปแล้วล่ะค่ะ!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและเดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ บทต่อไปรับรองว่าเดือดระอุจนละสายตาไม่ได้แน่นอนค่ะ!
ดีไซเนอร์หัวขบถกับอดีตคนรักที่จำไม่ได้•ตอนที่ 9
รอยร้าวที่ซ่อมไม่ได้
ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์หัวขบถกับอดีตคนรักที่จำไม่ได้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!