กับข้าวกลิ่นอายความคิดถึงและคุณชายจอมบงการ•ตอนที่ 13

ฝนตกกับซุปอุ่นๆ

ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
เสียงฟ้าร้องคำรามครื้นโครมก้องกังวานมาจากฟากฟ้าเบื้องบน ดึงบรรยากาศยามบ่ายของตรอกเล็กๆ ให้มืดครึ้มราวกับถูกหมึกดำป้ายทับ ทว่าภายในร้านอาหารเล็กๆ ของรin กลับอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศและรากผักที่เคี่ยวเคี่ยวจนงวดในหม้อดินเผาใบโต ละอองฝนโปรยปรายลงมากระทบหลังคาสังกะสีดังซ่า เป็นจังหวะดนตรีธรรมชาติที่ขับเน้นให้ความเงียบงันภายในร้านมีความหมายลึกซึ้งยิ่งขึ้น รินกำลังง่วนอยู่กับการหั่นขิงแก่เป็นแว่นบางๆ ด้วยมีดสแตนเลสคมกริบ แววตาของเขาจดจ่ออยู่กับเขียงไม้เนื้อแข็งอย่างใช้สมาธิ แม้ภายนอกจะดูสงบนิ่งราวกับผิวน้ำในบึงใหญ่ แต่ในใจกลับนึกถึงเหตุการณ์เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา—พวกญาติฝั่งป้าสะใภ้ตัวแสบที่ยกโขยงกันมาป่วนหน้าร้านหวังจะไถเงินค่าคุ้มครองแลกกับการไม่ปล่อยข่าวลือเสียๆ หายๆ แต่สุดท้ายก็ต้องหน้าแตกกลับไปเมื่อเจอไม้เด็ดของคุณศิลา ที่จัดการยื่นเอกสารทางกฎหมายและภาพถ่ายหลักฐานการยักยอกเงินตระกูลออกมาฟาดหน้าทีเดียวจนเงียบกริบเป็นเป่าสาก "ถ้ายังกล้าโผล่มาเหยียบหน้าร้านนี้อีก คราวหน้าจะไม่ใช่แค่หมายศาล" น้ำเสียงทุ้มต่ำและเด็ดขาดของคุณศิลาในตอนนั้น ยังคงก้องอยู่ในความทรงจำของริน รินอมยิ้มบางๆ ที่มุมปากโดยไม่รู้ตัว ชายหนุ่มคนนี้ช่างเผด็จการและเอาแต่ใจเสียเหลือเกิน ไม่ว่าจะเรื่องการกิน การพักผ่อน หรือแม้แต่การปกป้องเขาจากพวกเหลือบไรสังคม คุณศิลาไม่เคยปล่อยให้รินต้องรับมือกับความสกปรกโสโครกพวกนั้นเพียงลำพังเลยสักครั้ง สายเปย์ที่แท้จริงไม่ได้หมายถึงแค่การทุ่มเงินซื้อวัตถุดิบราคาแพงส่งตรงจากต่างประเทศมาให้ แต่คือการกวาดล้างอุปสรรคทุกอย่างบนเส้นทางชีวิตของเขาออกไปอย่างไร้ความปรานีต่างหาก "ฝนตกหนักแบบนี้ ลูกค้าคงไม่เข้าแล้วล่ะครับ คุณริน" เสียงทุ้มกังวานเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ รินเงยหน้าขึ้นมอง ก็พบว่าคุณศิลาได้ถอดเสื้อสูทเนื้อดีออก พับแขนเสื้อเชิ้ตสีขาวขึ้นจนถึงข้อศอกเผยให้เห็นท่อนแขนแข็งแกร่งที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดปูดโปนตามแบบฉบับชายหนุ่มผู้ผ่านการทำงานหนัก ผู้ชายคนนี้ไม่เคยทำตัวเป็นคุณชายเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ แม้จะรวยระดับมหาเศรษฐีแต่ก็มักจะเข้ามาช่วยเขาล้างผัก หั่นเนื้อ หรือแม้แต่ก่อเตาถ่านอยู่เสมอ "ดีเสียอีกครับ ผมจะได้ไม่ต้องเหนื่อยต้อนรับใคร" รin ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย พางวางขิงลงในหม้อซุปที่น้ำกำลังเดือดปุดๆ "แต่ผมเหนื่อย..." คำพูดนั้นทำให้รินชะงักมือที่กำลังจะหยิบเกลือ เขาหันกลับไปมองสบตาคมกริบที่มักจะฉายแววเจ้าเล่ห์หรือความเย่อหยิ่งอยู่เสมอ แต่ในยามนี้ แววตาคู่นั้นกลับลึกล้ำและสั่นไหวราวกับเปลวเทียนที่ต้องสายลม คุณศิลาก้าวเท้าเข้ามาใกล้ ช้าๆ ทว่ามั่นคง กลิ่นอายความเป็นผู้ชายอบอุ่นเจือกลิ่นฝนจางๆ ลอยมาแตะจมูก ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนรินสัมผัสได้ถึงไอความร้อนที่แผ่ออกมาจากร่างกายของอีกฝ่าย "คุณเหนื่อยเรื่องอะไรครับ งานโปรเจกต์ใหญ่ที่ท่าเรือมีปัญหาเหรอ หรือว่าพวกบอร์ดบริหารงี่เง่าอีก" รin ถามด้วยความกังวลโดยสัญชาตญาณ พยายามเบี่ยงเบนความสนใจเพื่อซ่อนจังหวะหัวใจที่เริ่มเต้นผิดเพี้ยน "ไม่ใช่เรื่องงาน..." คุณศิลาหยุดยืนอยู่ตรงหน้า รินเงยหน้าขึ้นมองเพราะส่วนสูงที่ต่างกันเล็กน้อย ทำให้เขาต้องตกอยู่ในอ้อมแขนที่ไร้การโอบกอด แต่มันกลับบีบอัดพื้นที่หายใจจนแทบไม่เหลือช่องว่าง "ผมเหนื่อยที่ต้องคอยอดทน... คอยรอเวลา... และคอยห้ามใจตัวเองไม่ให้แสดงความรู้สึกที่มีต่อคุณออกมามากเกินไป" หัวใจของรินกระตุกวูบ ฝนด้านนอกสาดซัดกระทบกระจกหน้าร้านดังซ่า แต่โลกภายในร้านราวกับหยุดหมุน นี่คือครั้งแรก... ครั้งแรกที่คุณศิลาผู้ทรงอิทธิพลและเย่อหยิ่ง ยอมเปิดเผยความรู้สึกที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้หน้ากากความเผด็จการ ออกมาตรงๆ ไม่มีชั้นเชิง ไม่มีเกมธุรกิจ มีเพียงสายตาที่จริงจังจนน่ากลัวและความจริงใจที่อัดแน่นอยู่เต็มอก "คุณ... พูดเรื่องอะไรครับ" รin หลบสายตา วางกระบวยในมือลงบนโต๊ะไม้เพื่อหาที่ยึดเหนี่ยว "ผมพูดเรื่องของเรา" คุณศิลาเอื้อมมือหนามาแตะที่ปลายคางของรินเบาๆ บังคับให้เชฟหนุ่มผู้เย็นชาต้องเงยหน้าขึ้นมาสบตากันอีกครั้ง ปลายนิ้วนั้นอุ่นจัดตัดกับอากาศเย็นชื้นนอกหน้าต่าง "ริน... คุณอาจจะคิดว่าผมเข้ามาในชีวิตคุณเพราะความบังเอิญ หรือเพราะแค่อยากกินอาหารฝีมือคุณ แต่ความจริงไม่ใช่เลย... ผมมองคุณมาตั้งแต่แรก วันที่คุณยืนอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังของชีวิตเก่า วันที่คุณปฏิเสธเงินพวกนั้นด้วยสายตารังเกียจ ผมรู้ทันทีว่าผู้ชายคนนี้แหละคือคนที่ผมตามหา" รin เม้มริมฝีปากแน่น ความทรงจำอันเจ็บปวดจากอดีตที่เคยถูกทรยศหักหลังโดยคนที่รัก วิ่งย้อนกลับเข้ามาในหัวราวกับภาพฉายซ้ำ ปราการป้องกันภัยที่เขา construct ขึ้นมาตลอดหลายปีสั่นคลอนอย่างรุนแรง "ผมไม่ใช่คนอ่อนโยนนะคุณศิลา... ผมมีแต่แผลเป็น และผมก็ไม่อยากเป็นแค่ของเล่นแก้เบื่อของคุณ" รin เค้นเสียงลอดไรฟัน ยอมสารภาพความกลัวที่อยู่ลึกที่สุดในจิตใจออกมา "ของเล่นงั้นเหรอ?" คุณศิลาหัวנסในลำคอเบาๆ แววตาฉายประกายความเจ็บปวดวูบหนึ่งก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่นที่หนักแน่นดุจหินผา "ถ้าของเล่นชิ้นนี้คือสิ่งที่ผมยอมเอาทั้งชีวิตและอาณาจักรธุรกิจทั้งหมดมาแลก เพื่อให้คุณได้ยืนอย่างสง่างามในแบบที่คุณต้องการ... คุณคิดว่าผมกำลังเล่นสนุกอยู่หรือไง" รin นิ่งอึ้ง คำพูดนั้นทรงพลังราวกับค้อนเหล็กที่ทุบทำลายกำแพงน้ำแข็งในใจจนพังทลายลงมาไม่เป็นท่า กลิ่นหอมกรุ่นของซุปขิงอุ่นๆ ลอยฟุ้งผสมผสานกับไออุ่นจากร่างสูงที่โน้มตัวลงมาใกล้เรื่อยๆ จนลมหายใจอุ่นร้อนรินรดอยู่บนพวงแก้ม ในวินาทีที่ริมฝีปากหยักได้รูปกำลังจะประทับลงมาเพื่อปิดกั้นคำปฏิเสธทั้งหมด เสียงโทรศัพท์มือถือราคาแพงในกระเป๋าเสื้อของคุณศิลาก็แผדเสียงแหลมสูงทำลายบรรยากาศโรแมนติกจนยับเยิน คุณศิลาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด เขาหยิบเครื่องมือสื่อสารขึ้นมาดูหน้าจอเพียงแวบเดียว ก่อนที่ดวงตาคมกริบจะหรี่แคบลง รังสีความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาทันที "มีอะไรครับ?" รin ถามเสียงเบา เมื่อเห็นสีหน้าเคร่งเครียดของผู้ชายตรงหน้า คุณศิลาเงยหน้าขึ้นสบตากับรin ชั่วขณะหนึ่ง แววตาคู่นั้นไม่ได้มีความหวาดกลัว แต่เต็มไปด้วยความระแวงระวังราวกับเสือร้ายที่กำลังตื่นจากการจำศีล "คนที่คุณไม่อยากเจอที่สุด... กำลังยืนอยู่หน้าร้านของเราตอนนี้ครับ" ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลิ้มรสชาติชีวิตไปพร้อมกับความแสบสันและความอบอุ่นในบทนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับข้าวกลิ่นอายความคิดถึงและคุณชายจอมบงการ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%