เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารบนโต๊ะไม้สักทองดังสนั่น กลบเสียงกะทะก้นลึกที่กระทบกับตะหลิวเหล็กในครัวหลังร้านเสียสนิท รินตวัดสายตาขึ้นมองผู้มาเยือนด้วยแววตานิ่งเรียบ ขณะที่ควันสีขาวพวยพุ่งจากหม้อตุ๋นเนื้อตุ๋นยาจีนส่งกลิ่นหอมกรุ่นตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ แต่นั่นไม่ได้ทำให้บรรยากาศที่ตึงเครียดผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย
"ทำแบบนี้มันเกินไปหน่อยไหมครับคุณริน? การที่คุณตัดราคาส่งวัตถุดิบของสมาคมพ่อค้าเก่า จนทำให้ร้านอาหารในเครือของตระกูลเราต้องสะดุด มันไม่ใช่การค้าขายที่แฟร์เอาเสียเลย"
น้ำเสียงเย่อหยิ่งของ 'อรรถพล' ทายาทคนโตของตระกูลฝั่งพ่อผู้เห็นแก่ตัว ดังขึ้นพร้อมรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก ชายหนุ่มในชุดสูทสากลตัดเย็บอย่างดีกวาดสายตามองไปรอบร้าน "ไม่นึกเลยนะครับว่าเชฟฝีมือดีอย่างคุณ จะหันมาใช้วิธีสกปรกแบบนี้เพื่อเอาชนะคู่แข่ง"
รินวางตะหลิวลงบนขอบเตาอย่างใจเย็น เธอถอดถุงมือผ้าออกทีละข้างอย่างช้าๆ ราวกับไม่ได้ยินคำกล่าวหาอันไร้สาระเหล่านั้น หญิงสาวปาดเศษแป้งบางเบาออกจากข้างแก้ม ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่ายตรงๆ ด้วยรอยยิ้มบางเบาที่ไปไม่ถึงดวงตา
"วิธีสกปรกหรือครับคุณอรรถพล?" รินทวนคำ เสียงของเธอราบเรียบแต่เฉียบคมดุจใบมีด "สิ่งที่เรียกว่าการตัดราคาที่คุณพูดถึง แท้จริงแล้วมันคือต้นทุนที่แท้จริงของวัตถุดิบต่างหากครับ หากร้านของคุณเคยชินกับการกดขี่เกษตรกรและบวกกำไรเกินควรจนชินชา พอเจอระบบการค้าที่ยุติธรรมเข้าหน่อย ถึงกับนั่งไม่ติดเลยเชียวหรือครับ?"
"ปากกล้าดีนี่!" อรรถพลกัดฟันกรอด ก้าวเท้าพรวดพราดเข้ามาประชิดเคาน์เตอร์ "ระวังตัวไว้เถอะ ลูกค้ากระเป๋าหนักกลุ่มนั้นที่คุณแย่งไปจากเรา พวกเขากำลังจะถอนตัว เพราะใบอนุญาตนำเข้าวัตถุดิบของคุณกำลังจะมีปัญหา... เชื่อผมเถอะว่าคุณจะไม่มีวันยืนหยัดในย่านนี้ได้เกินสิ้นเดือนนี้แน่"
บรรยากาศในร้านราวกับถูกแช่แข็งด้วยความเงียบงัน ลูกค้าประจำที่นั่งอยู่มุมร้านต่างพากันกลั้นหายใจ รินยังคงยืนนิ่ง ไม่สะทกสะท้านต่อคำขู่คุกคามนั้นแม้แต่น้อย เพราะเธอรู้ดีว่า เบื้องหลังแผ่นหลังที่ตั้งตรงของเธอในเวลานี้ มีใครบางคนกำลังจัดการเรื่องยุ่งยากเหล่านี้ให้อย่างเงียบเชียบและเด็ดขาดที่สุด
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นก้าวเข้ามาทางประตูหน้าร้าน พร้อมกับแรงกดดันอันทรงพลังที่แผ่ซ่านไปทั่วบรรยากาศโดยรอบ
คุณศิลาเดินเข้ามาในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนเสื้อขึ้นถึงข้อศอก เผยให้เห็นรอยสักจางๆ และกล้ามเนื้อที่บ่งบอกถึงความแข็งแกร่ง ใบหน้าคมคายไร้รอยยิ้ม ดวงตาสีนิลคู่นั้นกวาดมองอรรถพลตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาที่ทำให้อีกฝ่ายถึงกับผละถอยหลังไปโดยอัตโนมัติ
"ใบอนุญาตนำเข้าจะมีปัญหาหรือไม่อย่างไร... คงไม่ใช่เรื่องที่คุณจะต้องมาเหนื่อยคิดแทนหรอกนะครับคุณอรรถพล"
ศิลาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่น่าเกรงขาม เขาย่างสามขุมเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างริน พร้อมกับวางเอกสารปึกหนึ่งกระแทกเบาๆ ลงบนโต๊ะไม้
อรรถพลหน้าถอดสีทันทีเมื่อเหลือบไปเห็นหัวกระดาษของเอกสารแผ่นนั้น มันคือสัญญาซื้อขายสิทธิ์ขาดและโฉนดที่ดินของอาคารพาณิชย์ย่านการค้าทั้งหมดที่ครอบครัวของอรรถพลใช้ค้ำประกันหนี้สินกับธนาคาร
"ระ... เอกสารนี่มันอะไรกัน?" อรรถพลเสียงสั่นพร่า คว้ากระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาพลิกดูด้วยมือที่สั่นเทา
"มันคือหลักฐานยืนยันว่า ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป บริษัทของตระกูลคุณไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเหยียบย่างเข้ามาในเขตการค้านี้อีก" ศิลาตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ราวกับกำลังพูดถึงสภาพอากาศในยามบ่าย "ผมใช้เวลาเพียงแค่ชั่วโมงเดียวในการกวาดซื้อหนี้เสียทั้งหมดที่บริษัทของคุณก่อเอาไว้ และแน่นอนว่า... ผมไม่ใช่คนใจดีที่จะให้ผ่อนผันหนี้เหมือนที่ธนาคารเคยทำ"
"คุณ... คุณมันคนอำมหิต!" อรรถพลชี้หน้าศิลาด้วยความโกรธเกรี้ยวแต่ไร้ซึ่งหนทางสู้ "คุณใช้อำนาจเงินบีบบังคับกันชัดๆ!"
"อำนาจเงินหรือครับ?" ศิลาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ริมฝีปากหยักลึกยกยิ้มเยาะเย้ยที่ทรงพลัง "ในโลกธุรกิจ ไม่มีคำว่าปรานีให้กับคนไร้ความสามารถหรอกนะครับ ถ้าคุณอยากจะต่อรอง เชิญไปคุยกับทนายความของผมที่หน้าสถานีตำรวจโน่นดีกว่า เพราะข้อหาฉ้อโกงและยักยอกทรัพย์ที่ครอบครัวคุณทำไว้กับซัพพลายเออร์รายย่อย น่าจะทำให้คุณยุ่งพอสมควรจนไม่มีเวลามาเดินป่วนเปี้ยนในร้านของภรรยาผมอีก"
อรรถพลหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ ไร้ซึ่งคำพูดใดๆ จะหลุดรอดออกมาจากริมฝีปาก เขาทำได้เพียงแค่ถอยหลังกรูดแล้ววิ่งหนีออกจากร้านไปอย่างไม่คิดชีวิต ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันและความโล่งอกของผู้คนในร้าน
รินถอนหายใจออกมาเบาๆ หญิงสาวหันไปมองสามีหนุ่มผู้มักจะจัดการทุกปัญหาให้เธอได้เสมออย่างเหนื่อยอ่อนปนเอ็นดู "คุณเล่นใหญ่เกินไปหรือเปล่าครับเนี่ย? แค่ตัดราคาแข่งกันธรรมดาก็พอแล้วมั้งครับ"
ศิลาหันมามองภรรยา แววตาที่เคยแข็งกร้าวเมื่อครู่พลันอ่อนแสงลงทันที มือหนายื่นไปเกลี่ยเส้นผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากของรินอย่างทะนุถนอม "สำหรับคนอื่น ผมอาจจะปล่อยให้คุณจัดการเองได้ แต่วิธีที่พวกมันใช้รังแกคุณ... มันสมควรได้รับการสั่งสอนให้เด็ดขาดที่สุดครั้งเดียวไปเลยครับ"
เขากวาดสายตามองไปรอบครัว ก่อนที่มุมปากจะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยเมื่อได้กลิ่นหอมกรุ่นที่ลอยมาจากเตา
"ว่าแต่... เกมธุรกิจวันนี้จบลงแล้ว เหลือแค่เกมความหิวที่ยังรอการตัดสิน" ศิลาโน้มใบหน้าลงกระซิบชิดริมหมาดใบหูของริน เสียงทุ้มพร่ากระซิบเบาๆ "เย็นนี้คุณภรรยาจะทำเมนูอะไรปลอบขวัญสามีที่เพิ่งไปกวาดล้างศัตรูมาให้ทานล่ะครับ?"
รินยิ้มบางๆ เธอหันกลับไปเปิดฝาหม้อตุ๋นเนื้อยาจีนที่เคี่ยวจนเปื่อยนุ่ม กลิ่นหอมของเครื่องเทศจีนผสมผสานกับความหวานเคี่ยวเข้มข้นของเนื้อวัวชั้นดีพวยพุ่งทะลักออกมาทันที ไอร้อนลอยละล่องอบอวลไปทั่วห้องครัว พร้อมกับเส้นก๋วยเตี๋ยวเหนียวนุ่มที่เพิ่งลวกเสร็จใหม่ๆ วางเรียงรายในชามกระเบื้องเคลือบสีขาวสะอาดตา
"เนื้อตุ๋นน้ำแดงสูตรพิเศษครับ" รินตักน้ำซุปสีอำพันราดลงบนเส้นเหนียวนุ่ม โรยหน้าด้วยผักชีและกระเทียมเจียวหอมกรุ่น "รับรองว่าทานแล้ว จะช่วยล้างความหงุดหงิดในวันนี้ออกไปได้จนหมดเกลี้ยงแน่นอนครับ"
ศิลามองชามอาหารตรงหน้าด้วยแววตาระยิบยับ รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย เขาเอื้อมมือไปโอบเอวบางของภรรยาเข้ามาใกล้ พร้อมกับกระซิบด้วยน้ำเสียงทุ้มพร่าที่แฝงความเจ้าเล่ห์
"ถ้าอย่างนั้น... ผมคงต้องขอชิมฝีมือคุณภรรยาให้หายเหนื่อยเสียหน่อย แต่ก่อนจะทาน... ขอรางวัลค่าจัดการปัญหาเมื่อครู่เป็นคำโตๆ ก่อนสักคำนะครับ"
รินหน้าแดงซ่านขึ้นมาทันתי หญิงสาวกำลังจะเอ่ยปากเอ็ดสามีจอมฉวยโอกาส แต่ทว่า... จังหวะนั้นเอง เสียงเคาะประตูกระจกหน้าร้านก็ดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
ทั้งสองคนชะงัก รินหันไปมองผ่านกระจกหน้าร้าน ท่ามกลางความมืดมิดของยามค่ำคืน ร่างเงาของใครบางคนกำลังยืนตระหง่านอยู่หน้าร้าน ร่างนั้นสวมเสื้อคลุมกันหนาวสีเข้มฮู้ดดี้คลุมศีรษะมิดชิดจนมองไม่เห็นใบหน้า แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของรินกระตุกวูบด้วยความตกใจ คือซองจดหมายสีดำสนิทที่ถูกสอดเข้ามาใต้ช่องประตูหน้าร้านอย่างเชื่องช้า
ศิลาหรี่ตาลงทันที บรรยากาศอบอุ่นในห้องครัวถูกแทนที่ด้วยความเย็นเยียบขึ้นมาในฉับพลัน เขาดึงตัวรินมาหลบอยู่ด้านหลังด้วยสัญชาตญาณนักธุรกิจผู้ผ่านสมรภูมิมาโชกโชน
มือหนาเอื้อมไปหยิบซองจดหมายสีดำสนิทขึ้นมาเปิดออกอย่างระมัดระวัง... และเมื่อกระดาษด้านในถูกดึงออกมา สายตาคมกริบของศิลาก็ต้องเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย เมื่อเห็นข้อความสั้นๆ ที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆ แต่ทรงพลังด้วยหมึกสีแดงฉาน
*[ยินดีด้วยกับชัยชนะครั้งนี้... แต่เกมกระดานนี้ ยังมีผู้เล่นเบื้องหลังอีกคนที่คุณยังไม่ได้เจอ เชฟริน]*
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลิ้มรสชาติชีวิตไปพร้อมกับความแสบสันและความอบอุ่นในบทนี้นะครับ
กับข้าวกลิ่นอายความคิดถึงและคุณชายจอมบงการ•ตอนที่ 12
เกมธุรกิจที่ไม่มีวันแพ้
ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับข้าวกลิ่นอายความคิดถึงและคุณชายจอมบงการ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!