"ถ้าเส้นหมี่จานนี้ราคาห้าสิบ บาททองคำ... ทำไมรสชาติถึงจืดชืดไร้จิตวิญญาณเหมือนเศษผ้าเช็ดโต๊ะแบบนี้เล่า!"
เสียงตบโต๊ะดังสนั่นหวั่นไหวจนกระเบื้องเคลือบกังไสบนโต๊ะไม้สักทองสั่นสะเทือน ลูกค้าโต๊ะริมหน้าต่างสะดุ้งโหยงจนตะเกียบหลุดมือ รินที่กำลังยืนง่วนอยู่หน้าเตาถ่านโบราณชะงักมือที่กำลังถือตะหลิวทองเหลือง เธอไม่ได้หันกลับไปทันที แต่กิริยาการเคลื่อนไหวกลับเยือกเย็นและนิ่งสงบผิดคาด ผิดกับบรรยากาศตึงเครียดที่แผ่ซ่านออกมาจากแผ่นหลังบางนั้นอย่างสิ้นเชิง
ชายวัยกลางคนสวมหมวกปานามาปิดบังใบหน้าครึ่งหนึ่ง แต่ไฝเม็ดใหญ่เหนือริมฝีปากซ้ายและเสียงแหลมสูงอันเป็นเอกลักษณ์นั้นต่อให้แปลงโฉมเป็นผีดิบ รินก็จำได้แม่นยำ... "อาเขยสมชาย" ผู้เคยยกพวกมาขนตู้เย็นและโทรทัศน์เก่าของแม่เธอไปขายเมื่อสามปีก่อน วันนี้ลงทุนสวมสูทเนื้อดีแต่ยับยู่ยี่ ปลอมตัวมาเป็นลูกค้ากระเป๋าหนักเพื่อหาจุดบกพร่องในร้าน "รำลึก" ของเธอ
"พี่สมชายครับ... เบาเสียงหน่อย ลูกค้ารายอื่นเขากำลังดื่มด่ำกับอาหารนะ" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังขึ้นจากมุมมืดของเคาน์เตอร์บาร์ คุณศิลาในชุดสูทราคาแพงไม่ได้ขยับตัวลุกขึ้นยืน เขายังคงนั่งไขว่ห้างจิบกาแฟโบราณแก้วโตสีเข้มข้น ควันร้อนกรุ่นลอยอ้อยอิ่งตัดกับสายตาคมกริบดั่งใบมีดโกนที่จ้องมองตรงไปยังชายผู้สวมรอยเป็นลูกค้า
สมชายสะดุ้งวาบเมื่อปะทะสายตากับคุณศิลา แต่ความโลภและเงินสินบนก้อนโตที่ป้าสำลีแม่จอมบำเหน็จสั่งมาจัดการร้านนี้ ทำให้เขากลืนน้ำลายลงคอแล้วเชิดหน้าขึ้นสูง พยายามกลบเกลื่อนความกลัวด้วยการตะโกนโวยวายต่อ
"เฮอะ! สามีเจ้าของร้านรวยล้นฟ้าแล้วยังไง ลูกค้าเขามีสิทธิ์วิจารณ์สิฟะ! ฉันกินอาหารมาทั่วราชอาณาจักร เพิ่งเคยเจอร้านนี้นี่แหละที่เอาเส้นหมี่ลวกกากๆ มาหลอกขายคนอื่น แถมยังใส่ 'น้ำซุปกระดูกหมู' ที่ต้มจนไขมันลอยหน้า เลี่ยนจนจะอ้วก! แบบนี้มันหลอกลวงผู้บริโภคชัดๆ เรียกเทศบาลมาตรวจสอบเลยดีกว่า!"
เสียงฮือฮาเริ่มดังขึ้นในร้าน รินถอนหายใจเบาๆ เธอดับเตาถ่าน ปลดผ้ากันเปื้อนสีครีมออกอย่างใจเย็น ก่อนจะเดินถือถาดไม้ที่วางกาน้ำชาเซรามิกและถ้วยเปล่าสามใบออกมาด้วยท่าทางสง่างาม ราวกับราชนิกุลผู้สูงศักดิ์กำลังจะเสด็จออกว่าราชการ ไม่ใช่แม่ค้าสตรีที่กำลังถูกอันธพาลหน้าเลือดหาเรื่อง
"อาเขยครับ..." รินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไพเราะแต่น่าขนลุก "มาไกลถึงนี่... ลำบากแย่เลยนะครับ"
สมชายชะงัก สีหน้าเปลี่ยนสีทันทีเมื่อรู้ว่าถูกจับโป๊ะได้ "แก... แกพูดบ้าอะไร ใครอาเขยแก ฉันเป็นลูกค้า!"
"ลูกค้าที่รู้กระทั่งว่าน้ำซุปของผมเคี่ยวจากกระดูกเอียว์เล้งผสมหัวสาลี่และรากผักชีนานแปดชั่วโมง ลูกค้าทั่วไปเขาไม่รู้ลึกซึ้งถึงขนาดบอกได้หรอกครับว่ามันเลี่ยนหรือกลมกล่อม... เพราะจานที่คุณสั่งไปเมื่อครู่คือ 'หมี่ฮกเกี้ยนผัดแห้งซอส XO' ต่างหาก ไม่ใช่น้ำซุปกระดูกหมูอย่างที่คุณโวยวายเมื่อกี้เลยสักนิด"
รินวางถาดลงบนโต๊ะตรงหน้าสมชาย รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากของเธอทำให้อาเขยหน้าซีดเผือดเป็นไก่ต้ม ลูกค้าคนอื่นเริ่มส่งเสียงซุบซิบและมองมาด้วยสายตาจับผิด
"เอ่อ... คือ... ฉันหมายถึง... มันก็รสชาติแย่เหมือนกันนั่นแหละ!" สมชายแก้ตัวน้ำขุ่นๆ พยายามคว้าแก้วน้ำชาขึ้นดื่มเพื่อกลบเกลื่อนความพิรุธ
"ช้าก่อนครับ อาเขย" คุณศิลายื่นมือหนาออกมาขวางไว้ รอยยิ้มบนใบหน้าของนักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลนั้นเยียบเย็นยิ่งกว่าน้ำแข็งขั้วโลก "ของทุกชิ้นในร้านนี้ รวมทั้งเงินทุกบาทที่ภรรยาผมหามาด้วยหยาดเหงื่อ... ไม่ต้อนรับคนไร้ยางอายที่รับจ้างมาก่อกวน"
บรรยากาศในร้านกดดันจนแทบหายใจไม่ออก สมชายหน้าซีดเผือดผงะถอยหลังจนเก้าอี้ล้มครืน เขารู้ตัวแล้วว่างานนี้แตกตaw และกำลังจะหันหลังวิ่งหนีออกไปที่ประตู แต่ทว่า... ประตูไม้หน้าร้านกลับถูกผลักเปิดออกอย่างแรงโดยใครบางคน
เงาร่างของหญิงสูงวัยสวมเสื้อลูกไม้สีฉูดฉาดพร้อมกระเป๋าถือแบรนด์เนมปลอมเดินเชิดหน้าเข้ามาด้วยท่าทีคุ้นเคย ป้าสำลีแม่แท้ๆ ของรินผู้สร้างหนี้สินก้อนโตไว้ให้นั่นเองก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยาะ
"แหม... สามีภรรยาคู่นี้เปิดร้านใหญ่โต ร่ำรวยกันจนลืมหัวอกคนในครอบครัวเลยนะ! ปล่อยให้ญาติผู้ใหญ่ต้องมาคอยเดินตรวจตราดูความเป็นอยู่ให้... ริน ลูกอกตัญญู แกคิดจะฮุบกิจการนี้ไว้คนเดียวหรือไง!"
รินไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย เธอยืนประสานมือมองมารดาที่ให้กำเนิดแต่ไม่เคยให้ความรักด้วยสายตาว่างเปล่า ขณะที่คุณศิลากลับลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสั่งตัดพิเศษก้าวเข้ามาโอบเอวบางของภรรยาไว้อย่างแสดงความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจน
"คุณแม่ vợ ครับ..." คุณศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ก้องกังวานไปทั่วร้าน "ร้าน 'รำลึก' แห่งนี้จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ และที่สำคัญ... ที่ดินรวมถึงอาคารหลังนี้ ผมเพิ่งกว้านซื้อกรรมสิทธิ์ทั้งหมดมาเป็นของภรรยาผมเมื่อเช้านี้เองครับ"
ป้าสำลีหน้าถอดสี อ้าปากค้างจนแมลงวันแทบจะบินเข้าปาก "วะ... ว่ายังไงนะ!"
"และก่อนที่คุณแม่จะเริ่มแผนการเรียกร้องส่วนแบ่งครั้งใหม่..." คุณศิลายกยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็น ก่อนจะโบกมือเบาๆ ให้ลูกน้องในชุดสูทดำสองคนที่ยืนรออยู่ด้านนอกเดินเข้ามา พร้อมกับแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลหนาเตอะในมือ
"เชิญตรวจสอบ 'สัญญาเงินกู้' และ 'หลักฐานการจำนองบ้านเก่า' ของคุณแม่ ที่ตอนนี้ตกเป็นภาระผูกพันทางกฎหมายกับทางบริษัทของผมเรียบร้อยแล้วครับ... ว่าเราจะคุยกันเรื่องนี้ที่นี่ หรือจะไปเคลียร์กันที่สถานีตำรวจดีล่ะครับ?"
ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วร้าน ทุกสายตาจับจ้องไปที่เอกสารในมือลูกน้องของคุณศิลาราวกับมันคือใบพิพากษาชีวิต ป้าสำลีเข่าทรุดฮวบลงกับพื้นร้านทันทีด้วยความตกใจสุดขีด ในขณะที่รินหันไปมองสามีข้างกายด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งอุ่นใจ ซาบซึ้ง และหมั่นไส้ในความเผด็จการสายเปย์ของเขาในเวลาเดียวกัน
ทว่า ท่ามกลางความตึงเครียดที่ป้าสำลีและสมชายกำลังดิ้นรนหาทางรอดนั้น เสียงกระดิ่งทองเหลืองเหนือประตูร้านก็ดังขึ้นอีกครั้ง... *กริ๊ง!*
ร่างของชายชราในชุดเสื้อคลุมผ้าไหมจีนโบราณสีเทาเข้ม ผู้มีหนวดเคราสีขาวสะอาดสะอ้านและถือไม้เท้าหัวมังกรหยกแท้ ก้าวเข้ามาในร้านด้วยท่าทางสง่างาม ดวงตาฝ้าฟางแต่คมกริบกวาดมองไปรอบๆ ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่เตาถ่านของริน
"กลิ่นนี้..." ชายชราสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ดวงตาเป็นประกายวาววับ "กลิ่นน้ำซุปกระดูกหมูตุ๋นรากบัวและเก๋ากี้สูตรโบราณตระกูลหลี่ที่สูญหายไปเมื่อสี่สิบปีก่อน... นึกไม่ถึงว่าในเมืองหลวงเฮงซวยนี่ จะยังมีคนทำรสชาตินี้ออกมาได้อีก!"
ทุกคนในร้านหันไปมองชายชราลึกลับผู้นั้นเป็นตาเดียว แม้แต่คุณศิลายังต้องขมวดคิ้วมุ่นด้วยความแปลกใจ เพราะชายชราคนนี้ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลอันดับหนึ่งของสมาคมการค้าภาคเหนือ ผู้ไม่เคยปรากฏตัวที่ร้านอาหารเล็กๆ มานานนับทศวรรษ!
ชายชราเดินตรงดิ่งมาหยุดที่โต๊ะของคุณศิลาและริน โดยไม่สนใจป้าสำลีที่นั่งร้องไห้ฟูมฟายอยู่บนพื้นแม้แต่น้อย เขายื่นนามบัตรทองคำแท้สลักลายวิจิตรลงบนโต๊ะตรงหน้าริน น้ำเสียงแหบพร่าแต่ทรงพลังเอ่ยขึ้นช้าๆ ชัดถ้อยชัดคำ
"แม่หนู... ขายสูตรอาหารจานนี้ให้ฉันเท่าไหร่... หรือถ้าเธอตกลงแต่งตั้งให้ฉันเป็น 'ผู้ถือหุ้นใหญ่' คนแรกของร้านนี้ เธอกล้าพอที่จะเปิดสาขาแรกที่ปักกิ่งในสัปดาห์หน้าเลยไหม?"
*(โปรดติดตามตอนต่อไป)*
---
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลิ้มรสชาติชีวิตไปพร้อมกับความแสบสันและความอบอุ่นในบทนี้นะครับ
กับข้าวกลิ่นอายความคิดถึงและคุณชายจอมบงการ•ตอนที่ 11
สงครามประสาทกลางร้าน
ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับข้าวกลิ่นอายความคิดถึงและคุณชายจอมบงการ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!