เสียงซิปกระเป๋าหนังแท้รูดปิดลงพร้อมกัน เป็นสัญญาณเตือนว่าการเจรจาระหว่างความสมัครใจของผมกับความเผด็จการเบ็ดเสร็จของคุณศิลาได้สิ้นสุดลงแล้ว และแน่นอนว่าผู้ชนะไม่เคยเป็นผม
"ผมบอกแล้วไงครับว่าเสื้อเชิ้ตกับผ้ากันเปื้อนตัวเก่งของผมก็เพียงพอดับเบื้องหน้าแขกเหรื่อในงานแล้ว" ผมถอนหายใจยาว พลางเหลือบมองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกเงาบานใหญ่ประจำห้องแต่งตัวสูท
เสื้อเบลเซอร์ผ้าแคชเมียร์สีเทาเข้มตัดเย็บอย่างประณีตรับกับสรีระ ไหล่กว้างที่ปกติมักง่วนอยู่กับการเคี่ยวซุปและหั่นผัก บัดนี้ถูกบีบให้ตั้งตรงสง่าตามแบบฉบับสุภาพบุรุษสังคมชั้นสูง ด้านในสวมทับด้วยเสื้อเชิ้ตคอปกสีขาวสะอาดตาที่ไร้รอยยับ แม้กระทั่งกระดุมข้อมือยังเป็นไข่มุกดำฝังทองคำขาว—นี่ไม่ใช่รินคนเดิมผู้เงียบขรึมหลังเคาน์เตอร์ร้านอาหารกึ่งวินเทจอีกต่อไป แต่เป็นภาพลักษณ์ใหม่ที่ถูกปรุงแต่งขึ้นด้วยอำนาจและเงินตราของคุณศิลา
ร่างสูงใหญ่ในชุดสูททักซิโดสีดำสนิทก้าวเข้ามาหยุดอยู่ด้านหลัง มือหนาวางลงบนลาดไหล่ของผมอย่างถือวิสาสะ นิ้วเรียวยาวจัดการจัดปกเสื้อให้เข้าที่อย่างพิถีพิถันราวกับกำลังตรวจความเรียบร้อยของงานศิลปะชิ้นเอก
"เสื้อเชิ้ตกับผ้ากันเปื้อนเหมาะสำหรับห้องครัวของคุณรินครับ... แต่สำหรับค่ำคืนนี้ ที่ที่ภรรยาของศิลาจะต้องก้าวเท้าเข้าไป คือเวทีที่พวกมัน—ไอ้พวกตระกูลที่เคยหัวเราะเยาะคุณในวันศาลานั้นล่มสลาย—จะต้องเงยหน้ามองด้วยความอิจฉาตาร้อน"
น้ำเสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นหอมจาง ๆ ของกาแฟคั่วเข้มทำให้ผมเผลอเกร็งกล้ามเนื้อต้นคอโดยอัตโนมัติ คุณศิลามักเป็นเช่นนี้เสมอ ร้ายกาจ เย็นชาต่อโลกภายนอก แต่กลับมีความคลั่งไคล้และการครอบครองที่น่ากลัวซ่อนอยู่เบื้องหลังดวงตาสีนิลคู่นั้น
เขารู้ดีทุกอย่าง... รู้ว่าญาติฝั่งแม่ที่เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีผมในงานเลี้ยงมรดกจะมารวมตัวกันที่งานการกุศลของสมาคมพ่อค้าอัญมณีในคืนนี้ และเขาก็กำลังใช้ผมเป็น "อาวุธ" ในการตบหน้าพวกมันฉาดใหญ่ โดยการแปลงโฉมเชฟนอกสายตาให้กลายเป็นบุคคลสำคัญที่แม้แต่คหบดีเก่าแก่ยังต้องยอมก้มหัวให้
รถยนต์โรลส์-רויסสีดำเงาวับเคลื่อนตัวเข้ามาจอดเทียบหน้าพรมแดงของโรงแรมหรูระดับห้าดาว แสงแฟลชจากช่างภาพสื่อมวลชนสาดส่องเข้ามาทันทีที่ประตูรถเปิดออก ทันทีที่ผมก้าวขาลงไปสัมผัสพื้นผิวพรม ความรู้สึกอึดอัดก็ถาโถมเข้ามาในอก แต่สัมผัสอบอุ่นจากอุ้งมือหนาที่สอดประสานเข้ากับฝ่ามือของผมอย่างแน่นหนา ก็ช่วยดึงสติให้กลับมาอยู่กับปัจจุบัน
"จำไว้นะครับริน... คุณไม่ได้เดินเข้าไปในฐานะเหยื่ออีกต่อไปแล้ว" คุณศิลาเอ่ยเสียงเรียบ ขณะโอบเอวผมให้ก้าวเคียงคู่กันผ่านประตูบานกระจกทองเหลืองเข้าสู่โถงจัดเลี้ยง
ทันทีที่ก้าวเข้าสู่ภายใน บรรยากาศโอ่อ่าอลังการด้วยโคมระย้าคริสตัลระยิบระยับและเสียงดนตรีคลาสสิกบรรเลงคลอเบา ๆ ก็หยุดชะงักลงครู่หนึ่ง สายตานับร้อยคู่พุ่งตรงมายังเราทั้งสองคน ท่ามกลางแขกเหรื่อผู้ทรงอิทธิพล ผมกวาดสายตาผ่านกลุ่มคนในชุดราตรีหรูหรา จนกระทั่งไปสะดุดเข้ากับร่างท้วมของป้าชื่นและลูกชายจอมกะล่อนของเธอ—ญาติผู้พี่ที่เคยพยายามฮุบที่ดินร้านอาหารของผมด้วยสัญญาทาส
ใบหน้าที่เคยยิ้มเยาะด้วยความเหยียดหยามในอดีต บัดนี้ซีดเผือดลงถนัดตา เมื่อเห็นว่าคนที่เดินเคียงข้างมหาเศรษฐีหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลอันดับต้น ๆ ของประเทศในคืนนี้ คือ "เชฟริน" คนที่พวกมันเคยคิดว่าจะเหยียบย่ำให้จมดินได้ตลอดไป
"คุณศิลาครับ... ทางนี้ครับ ทางนี้!" เสียงทุ้มของประธานจัดงานดังแทรกขึ้น พร้อมกับร่างสั่นเทาด้วยความตื่นเต้นที่รีบสาวเท้าเข้ามาต้อนรับ เจ้าสัวใหญ่ผู้กุมบังเหียนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ระดับประเทศโค้งคำนับให้สามีผมอย่างนอบน้อม ก่อนจะหันมามองผมด้วยแววตาประหลาดใจแกแกมเกรงอกเกรงใจ
"นี่คือคุณริน... ภรรยาของผมครับ" คุณศิลาแนะนำด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงพลังและกังวานพอที่จะทำให้ผู้คนรอบข้างเงียบเสียงลงได้ทันที "และเป็นเจ้าของสูตรลับเบื้องหลังความสำเร็จของโปรเจกต์อาหารออร์แกนิกที่เรากำลังจะร่วมทุนกันในเร็ว ๆ นี้"
คำว่า "ภรรยา" และ "โปรเจกต์ร่วมทุน" ถูกเปล่งออกมาอย่างจงใจ แรงกระเพื่อมในวงสังคมชั้นสูงทำงานทันที เสียงซุบซิบนินทาเปลี่ยนเป็นเสียงทักทายอันนอบน้อม ป้าชื่นที่พยายามจะก้าวเข้ามาหาเพื่อทวงบุญคุณเก่า ๆ ถึงกับต้องชะงักฝีเท้าเมื่อถูกบอดี้การ์ดร่างยักษ์ในชุดสูทสากลขวางทางไว้ด้วยสายตาดุร้าย
ผมยืนนิ่ง สงบ สง่างาม และแย้มยิ้มตอบรับอย่างไว้ตัวตามมารยาทผู้ดี ซุปเปอร์สตาร์หรือนักธุรกิจพันล้านอาจดูยิ่งใหญ่ในสายตาคนทั่วไป แต่สำหรับผมแล้ว ชัยชนะที่แท้จริงไม่ใช่การตะโกนด่าทอใส่หน้าคนพวกนั้น หากแต่เป็นการยืนอยู่บนจุดที่สูงจนพวกมันไม่มีวันเอื้อมถึงต่างหาก
ระหว่างที่ผมกำลังยกแก้วแชมเปญขึ้นจิบเบา ๆ เพื่อแก้กระหาย สายตาคมกริบของคุณศิลาก็เหลือbมองเห็นบางสิ่งที่มุมห้อง
"ดูเหมือนว่าจะมีแขกที่ไม่ได้รับเชิญพยายามจะเข้ามาสร้างความรำคาญให้สายตาผมเสียแล้วสครับ" คุณศิลาเอ่ยเสียงเย็นเยียบ ร่างสูงขยับตัวบังหน้าผมไว้ครึ่งหนึ่ง พร้อมกับส่งสัญญาณมือให้เลขาหนุ่มจัดการเคลียร์พื้นที่
ทว่า ก่อนที่เหตุการณ์ชุลมุนเล็ก ๆ จากฝั่งญาติจอมหิวเงินจะทันได้เข้าถึงตัวเรา ประตูห้องจัดเลี้ยงด้านทิศตะวันตกก็เปิดผางออกเสียงดังลั่น พร้อมกับการปรากฏตัวของบุคคลที่ไม่คาดฝัน—ชายชราในชุดสูทผ้าไหมโบราณท่าทางน่าเกรงขาม ผู้ซึ่งเป็นถึงที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ของสมาคมอาหารแห่งชาติ ก้าวฉับ ๆ ตรงดิ่งเข้ามาหาผมด้วยสีหน้าตื่นตระหนกแกแกมตื่นเต้น
"คุณศิลา... คุณริน!" เสียงแหบพร่าแต่ทรงพลังเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องโถง "ผมเพิ่งได้รับตัวอย่าง 'ซุปไก่ตุ๋นโสมพันปี' ที่คุณรินจัดเตรียมไว้ให้เป็นของขวัญพิเศษสำหรับงานประมูลการกุศลคืนนี้... พระเจ้าช่วย! กลิ่นอายของมัน..."
ชายชรากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความทึ่งระคนตะลึงงัน
"ผมอยู่ในวงการอาหารมาครึ่งชีวิต แต่ไม่เคยลิ้มรสชาติที่ลึกซึ้งและกลมกล่อมถึงเพียงนี้มาก่อน! ตอนนี้... บรรณาธิการบริหารนิตยสารอาหารระดับโลกจากปารีสที่เพิ่งบินมาถึงสนามบิน กำลังมุ่งหน้ามาที่โรงแรมนี้เพื่อขอพบ 'เชฟผู้สร้างสรรค์เมนูนี้' ด้วยตัวเองแล้วครับ!"
สิ้นคำประกาศนั้น รอยยิ้มมุมปากของคุณศิลาก็ปรากฏขึ้นอย่างเหนือกว่า เขาก้มลงกระซิบข้างหูผมเบา ๆ ด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจจนน่าหมั่นไส้
"ดูเหมือนว่า... แผนการยกระดับภรรยาให้กลายเป็นเชฟระดับโลกของผม จะเร็กว่ากำหนดเดิมเสียแล้วล่ะครับคุณริน"
— กาแฟโบราณแก้วโต
กับข้าวกลิ่นอายความคิดถึงและคุณชายจอมบงการ•ตอนที่ 10
เมื่อเชฟต้องสวมสูท
ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับข้าวกลิ่นอายความคิดถึงและคุณชายจอมบงการ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!