คราบน้ำมันหมูบนกระทะเหล็กหล่อส่งเสียงฉ่าเมื่อถูกราดด้วยน้ำซุปกระดูกเคี่ยวไฟอ่อน กลิ่นหอมของขิงแก่ทุบแตกและพริกไทยดำคั่วป่นลอยฟุ้งอบอวลไปทั่วห้องครัวขนาดกะทัดรัด แต่สะอาดสะอ้าน รินยืนอยู่หน้าเตาด้วยท่าทางนิ่งสงบ สองมือขยับตะหลิวไม้อย่างคล่องแคล่ว ทว่าในใจกลับมีคลื่นใต้น้ำระลอกใหญ่ซัดสาด หลังจากเผชิญหน้ากับความวุ่นวายจากญาติฝ่ายอดีตสามีที่ยกโขยงมาไถเงินเมื่อสัปดาห์ก่อน เขาก็คิดว่าความสงบสุขได้กลับคืนสู่ร้านอาหารเล็กๆ แห่งนี้แล้ว จนกระทั่งเสียงกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้นพร้อมกับเงาร่างคุ้นเคยที่ก้าวเข้ามา
"ริน..."
น้ำเสียงทุ้มนุ่มที่ติดจะสั่นพร่าเล็กน้อยดังขึ้นจากความเวิ้งว้างของอดีต รินชะงักมือที่กำลังตักข้าวต้มปลาอินทรีลงชามกระเบื้องเคลือบสีขาวสะอาด ความทรงจำสีจางๆ เมื่อหลายปีก่อนพลันผุดขึ้นมาในหัว สมัยที่เขายังเป็นเพียงเชฟหนุ่มผู้ยอมหักหลังความฝันของตัวเองเพื่อแลกกับความมั่นคงจอมปลอม ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือ "ภาคิน" อดีคนคนรักผู้เคยให้สัญญาว่าจะจับมือกันฝ่าฟันอุปสรรค แต่สุดท้ายกลับเลือกเดินจากไปในวันที่ครอบครัวของรินล้มละลายและจมอยู่ใต้กองหนี้สิน
รินค่อยๆ วางทัพพีลง วางสีหน้าเรียบเฉย หันกลับไปมองแขกไม่ได้รับเชิญ ภาคินในวันนี้ดูภูมิฐานขึ้นในชุดสูทตัดเยصیประณีต ทว่าแววตากลับเต็มไปด้วยความลังเลและความรู้สึกผิดที่พยายามกลบเกลื่อนด้วยรอยยิ้มฝื่อนๆ
"คุณมาทำอะไรที่นี่ครับ ภาคิน" รินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความโกรธเกรี้ยว หรือแม้แต่ความยินดี มีเพียงความห่างเหินที่ชัดเจนจนอีกฝ่ายสะอึก
"ผม... ผมรู้เรื่องร้านของคุณจากข่าวสารในเมืองนะริน แล้วก็รู้เรื่องที่คุณต้องเผชิญกับพวกญาติแย่ๆ
พวกนั้นด้วย" ภาคินก้าวเข้ามาใกล้เคาน์เตอร์บาร์ แต่ต้องหยุดชะงักเมื่อเห็นสายตาคมกริบที่มองตรงมา "ผมเป็นห่วงคุณนะ ริน... ตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมไม่เคยลืมช่วงเวลาที่เราเคยสร้างอะไรร่วมกันเลยสักวัน"
คำพูดนั้นชวนให้คลื่นไส้ในความรู้สึกของริน เขายกยิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยัน
"สร้างอะไรร่วมกันอย่างนั้นหรือครับ? หรือหมายถึงตอนที่คุณเก็บกระเป๋าแล้วเดินหนีไปพร้อมกับเงินก้อนสุดท้ายที่ควรจะใช้จ่ายค่ารักษาพยาบาลแม่ผมกันแน่"
ใบหน้าของภาคินซีดเผือดลงทันที เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "เรื่องนั้น... มันมีความจำเป็นจริงๆ นะริน ตอนนั้นผมไม่มีทางเลือก... แต่ตอนนี้ ผมพร้อมแล้ว ธุรกิจของผมกำลังไปได้สวย ผมกลับมาเพื่อจะเริ่มต้นใหม่กับคุณ พาคุณไปจากที่นี่ ไปอยู่ในที่ที่คุณสมควรจะอยู่ ไม่ต้องมาทนเหนื่อยยืนผัดกับข้าวอยู่หน้าเตาร้อนๆ แบบนี้อีก"
รินหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่แห้งแล้งและเย็นชาจนภาคินรู้สึกหนาวเยือกไปถึงสันหลัง
ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก ประตูร้านก็ถูกผลักเปิดอีกครั้งอย่างนุ่มนวล ทว่าทรงพลัง แรงกดดันรอบตัวเปลี่ยนไปในทันที ร่างสูงใหญ่ของคุณศิลา ก้าวเข้ามาด้วยท่าทีสงبเยือกเย็น สวมเสื้อเชิ้ตพับแขนเผยให้เห็นท่อนแขนแข็งแกร่งและนาฬิกาเรือนหรูราคาแพง ดวงตาคมกวาดตามองชายแปลกหน้าในชุดสูทหัวจรดเท้าด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ก่อนจะเดินตรงมาหยุดยืนเคียงข้างรินอย่างเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ
คุณศิลาไม่ได้เอ่ยทักทายแขกผู้มาเยือนทันที แต่กลับเอื้อมมือหนามาโอบรอบเอวบางของรินไว้หลวมๆ ปลายนิ้วโป้งลูบไล้เบาๆ ที่สะโพกอย่างถือวิสาสะเพื่อประกาศอาณาเขตอย่างเงียบเชียบ กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ และน้ำหอมราคาแพงลอยปะทะจมูก
"ภรรยาผม... กำลังบอกคุณเหรอครับ ว่าเขาไม่สนใจ" เสียงทุ้มต่ำของคุณศิลากล่าวขึ้น ทำลายความเงียบด้วยน้ำหนักคำพูดที่ทรงพลังและกดดันอย่างยิ่งยวด
ภาคินผงะถอยหลังไปครึ่งก้าวด้วยความตกใจ เมื่อเห็นชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลคนนี้แสดงความเป็นเจ้าของรินอย่างเปิดเผย "คุณ... คุณเป็นใคร?"
คุณศิลายกมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่มีความอบอุ่นอยู่เลยแม้แต่น้อย "ผมเป็นสามีของรินครับ... และเป็นคนที่พร้อมจะจ่ายไม่อั้นเพื่อให้ภรรยาของผมได้ทำในสิ่งที่รัก โดยที่ไม่ต้องลดตัวลงไปมองเศษเสี้ยวของอดีตที่เคยทิ้งขว้างเขาไปเมื่อยามลำยาก"
รินเหลือบมองสามีสายเปย์ข้างกาย แอบถอนหายใจเบาๆ กับความเผด็จการที่มักจะแสดงออกมาในเวลาที่เขาต้องการพอดี ทว่าลึกๆ แล้วความอบอุ่นแผ่ซ่านขึ้นมาในอกอย่างห้ามไม่ได้
ภาคินหน้าเสียอย่างเห็นได้ชัด เขาพยายามจะอธิบาย "คุณศิลา... คุณอาจจะยังไม่รู้เรื่องราวทั้งหมด รินเขาสมควรได้รับชีวิตที่ดีกว่าการมาขายข้าวต้มซอยเปลี่ยว..."
"พอได้แล้วครับ" รินตัดบทด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด แววตาฉายประกายเยียบเย็น "ถ้าคุณมาในฐานะลูกค้า เชิญนั่งโต๊ะสั่งอาหารครับ แต่ถ้ามาในฐานะอื่น... เชิญออกไปจากร้านของผม"
รินหันหลังให้ภาคิน ไม่สนใจท่าทีอ้ำอึ้งและแววตาเวทนาที่อีกฝ่ายส่งมา เขาก้มลงหยิบถ้วยข้าวต้มปลาอินทรีที่เพิ่งปรุงเสร็จส่งกลิ่นหอมกรุ่นของขิงและพริกไทยขึ้นมาส่งให้คุณศิลา
"ทานซะสิครับ คุณศิลา... เดี๋ยวจะชืดเสียก่อน" รินเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิมเล็กน้อย
คุณศิลารับถ้วยข้าวต้มมาด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ ดวงตาคมมองลึกเข้าไปในดวงตารินราวกับจะสื่อความหมายบางอย่าง ทว่าก่อนที่ช้อนแรกจะตักเข้าปาก เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของภาคินที่ยังยืนเก้ๆ กังๆ อยู่หน้าร้านก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ
ภาคินหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอ สีหน้าของเขาเปลี่ยนจากความอับอายกลายเป็นความตื่นตระหนกสุดขีด เมื่อข้อความบนหน้าจอปรากฏตัวเลขมหาศาลของการอายัดบัญชีบริษัท และชื่อผู้ส่งคำสั่ง... คือกลุ่มทุนลึกลับที่มีชื่อยศนำหน้าว่า "ศิลา กรุ๊ป"
ภาคินเงยหน้าขึ้นมองคุณศิลาด้วยความหวาดกลัวอย่างแท้จริง ขณะที่สามีสายเปย์ผู้เงียบขรึมตักข้าวต้มเข้าปากช้าๆ อย่างใจเย็น พร้อมกับเอ่ยประโยคเรียบๆ ที่ทำให้แขกผู้ไม่เชิญเข่าแทบทรุด
"ผมเตือนแล้วนะครับ... ว่าของบางอย่าง ต่อให้ทิ้งไปแล้ว แต่อยากจะกลับมาเก็บคืน... ก็ต้องดูด้วยว่าเจ้าของใหม่เขาอนุญาตหรือยัง"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลิ้มรสความสุขไปกับตัวอักษรของผมเสมอนะครับ
กับข้าวกลิ่นอายความคิดถึงและคุณชายจอมบงการ•ตอนที่ 20
อดีตที่หวนกลับมา
ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับข้าวกลิ่นอายความคิดถึงและคุณชายจอมบงการ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!