กับข้าวกลิ่นอายความคิดถึงและคุณชายจอมบงการ•ตอนที่ 19

ค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลอง

ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
"ถ้าคุณยังตักน้ำซุปด้วยสายตาคาดคั้นแบบนั้น เกรงว่าหม้อดินอุ่นตุ๋นยาจีนใบนี้คงจะแตกสลายก่อนที่พวกเราจะได้ลิ้มรสมันเสียก่อนนะครับ คุณศิลา" เสียงหัวเราะทุ้มต่ำในลำคอของผู้ทรงอิทธิพลเบอร์ต้นของเมืองหลวงดังขึ้นแผ่วเบา ท่ามกลางแสงไฟสีส้มอมเหลืองที่สาดส่องลงบนโต๊ะไม้สักเก่าคร่ำคร่าภายในร้านอาหารขนาดกะทัดรัด รินปรายตามองชายหนุ่มในชุดสูทสีเข้มที่ยอมถอดเสื้อนอกออก เหลือเพียงเสื้อเชิ้ตพับแขนขึ้นถึงข้อศอกเผยให้เห็นเส้นเลือดปูดโปーンที่บ่งบอกถึงความแข็งแกร่ง ภาพของคุณศิลาในยามนี้ช่างห่างไกลจากคำว่า 'นักธุรกิจจอมเผด็จการ' ที่เหล่าสื่อมวลชนหวาดผวาอย่างสิ้นเชิง เหลือเพียงชายหนุ่มผู้หนึ่งที่กำลังจดจ่ออยู่กับการคีบเนื้อปลาเก๋าชิ้นโตใส่ลงในจานกระเบื้องเคลือบวาดลายครามของเธออย่างเอาอกเอาใจ นี่คือตอนที่ 19 ของ "กับข้าวกลิ่นอายความคิดถึงและคุณชายจอมบงการ" ในค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลองความสำเร็จก้าวแรกของร้าน "รินรำพัน" หลังจากผ่านพ้นมรสุมจากเหล่าญาติผู้พี่ที่จ้องจะฮุบกิจการและสูบเลือดสูบเนื้อมาหลายเพลา บรรยากาศในยามค่ำคืนเงียบสงบลงมากหลังจากป้ายไฟหน้าร้านถูกพลิกกลับด้านเป็นคำว่า "ปิดทำการ" ประตูไม้บานหนาลงกลอนสนิท ป้องกันเสียงรบกวนจากโลกภายนอก เหลือเพียงเสียงดนตรีแจズยุค 80 แผ่วเบาที่ลอยมาจากวิทยุหลอดสุญญากาศตัวเก่า ซึ่งส่งเสียงกรอบแกรบราวกับกระซิบเรื่องราวในอดีต กลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศจีนผสมผสานกับความหอมมันของกะทัดเคี่ยวและพริกแกงสูตรโบราณลอยฟุ้งอบอวลไปทั่วห้องครัวเปิดโล่ง รินถอนหายใจเบาๆ พลางวางตะเกียบในมือลง เธอยกมือขึ้นนวดขมับตัวเองเล็กน้อย ความเหนื่อยล้าจากการยืนหน้าเตาไฟมาร่วมสิบชั่วโมงเริ่มส่งผล แต่กระนั้นแววตาคู่คมกลับฉายประกายความพึงพอใจอย่างปิดไม่มิด เมื่อยอดขายในบัญชีวันนี้ทะยานเกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ถึงสามเท่าตัว "เหนื่อยมากไหมครับ?" น้ำเสียงนุ่มนวลเอ่ยถามขึ้นพร้อมกับแก้วทรงเตี้ยที่บรรจุของเหลวสีอำพันประกายทองถูกเลื่อนเข้ามาตรงหน้า รินก้มมองน้ำชากลิ่นหอมละมุนที่ผสมผสานระหว่างเก๊กฮวยป่าและรากบัวตุ๋นน้ำตาลกรวด ซึ่งถูกปรุงขึ้นด้วยสูตรลับเฉพาะของคุณศิลาเอง "ฉันไม่ได้ทำหน้าที่ใช้แรงงานแบบนี้มานานแล้วครับคุณศิลา แค่ความเมื่อยล้านิดหน่อย... ไม่ถึงกับทำให้เชฟมือหนึ่งอย่างฉันล้มพับไปได้หรอกครับ" รินเงยหน้าขึ้นสบตา ชายหนุ่มส่งยิ้มบางๆ ที่มุมปาก ดวงตาคมกริบคู่นั้นทอประกายความเอ็นดูระคนความหลงใหลอย่างไม่คิดจะปิดบัง "แต่ผมมองว่า มือคู่นี้... ไม่ควรจะต้องมาเหน็ดเหนื่อยกับการยืนผัดกับข้าวให้พวกคนไร้มารยาทพวกนั้นกินตั้งแต่แรกด้วยซ้ำ" คุณศิลาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงความเฉียบขาดอันเป็นเอกลักษณ์ "ถ้าคุณยอมตกลงตามข้อเสนอของผมแต่แรก ย้ายร้านนี้ไปอยู่ใจกลางย่านธุรกิจ พร้อมทีมงานมืออาชีพที่คุณมีสิทธิ์ขาดในการสั่งการทั้งหมด ป่านนี้คุณคงนั่งจิบไวน์มองวิวเมืองหลวงจากเพนต์เฮาส์ส่วนตัว โดยไม่ต้องมาคอยเช็ดโต๊ะด้วยตัวเองแบบนี้" รินหัวเราะในลำคอเบาๆ เธอรินน้ำซุปใสสีทองลงในถ้วยเล็กๆ ของตัวเอง กลิ่นหอมของเห็ดหอมป่าและรากหมูตุ๋นโชยเข้าจมูกเตะต่อมรับรสจนน้ำลายสอ "คุณศิลานี่ไม่เคยเปลี่ยนเลยนะครับ... มองทุกอย่างเป็นตัวเลขและผลกำไรไปเสียหมด" รินเงยหน้าขึ้นมองสบตา "ร้านนี้ไม่ใช่แค่สถานที่ทำมาหากินสำหรับผม แต่มันคือพื้นที่ที่ผมได้พิสูจน์ตัวเอง ได้หลุดพ้นจากเงาของตระกูลจอมปลอมนั่น และที่สำคัญ..." เชฟสาวเว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยไหวระริก "มันเป็นที่ที่ทำให้ผมได้พบกับ... ลูกค้ากระเป๋าหนักที่เอาแต่ใจตัวเองเป็นที่สุด" คุณศิลาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากหนา "ลูกค้าคนนี้จ่ายค่าตอบแทนคุ้มค่ามิใช่หรือครับ? ทั้งกว้านซื้อวัตถุดิบหายากจากทั่วทุกมุมโลกมาส่งตรงถึงหน้าร้าน ทั้งจัดการเคลียร์พวกเหลือบไรที่มารังควานคุณจนพวกมันไม่กล้าโผล่หัวมาอีก... และที่สำคัญที่สุด ผมคือคนที่ยอมกินอาหารฝีมือคุณจนหมดเกลี้ยงทุกจาน แม้ว่าในจานนั้นจะใส่พริกขี้หนูสวนมาครึ่งกิโลก็ตามที" ประโยคหลังเรียกเสียงหัวเราะจากรินได้ทันที ภาพความทรงจำเมื่อสัปดาห์ก่อนผุดขึ้นมาในหัว วันที่คุณศิลายอมลงทุนกินแกงป่าปลาคาร์พฝีมือเธอจนเหงื่อกาฬแตกพลั่ก ใบหน้าคมเข้มแดงก่ำด้วยความเผ็ดร้อน แต่ริมฝีปากกลับยกยิ้มกว้างพร้อมกับเอ่ยชมว่า "รสชาตินี้ทำให้ผมรู้สึกเหมือนได้เกิดใหม่อีกครั้ง" ชายหนุ่มสายเปย์ผู้เย็นชาต่อคนทั้งโลก แต่กลับยอมสยบให้ความเผ็ดร้อนและฝีมือปลายจวักของเธอแต่เพียงผู้เดียว บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองเริ่มเปลี่ยนจากความเกร็งขรึมในตอนแรก สู่ความลึกซึ้งที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบในพื้นที่ส่วนตัวแห่งนี้ บนโต๊ะไม้ตัวยาว อาหารจานเด็ดฝีมือรินถูกจัดเรียงไว้อย่างประณีต ไก่แช่เหล้าจีนเนื้อนุ่มชุ่มฉ่ำที่ราดด้วยน้ำมันพริกเผาเสฉวนสูตรพิเศษ ผัดผักกาดขาวเห็ดหอมอบหม้อดินที่ส่งควันกรุ่น และพระเอกของค่ำคืนนี้—ปลาเก๋านึ่งซีיוวสูตรโบราณ ที่โรยด้วยขิงซอยและต้นหอมกรอบสีเขียวสด คุณศิลายกตะเกียบขึ้นคีบเนื้อปลาส่วนแก้มที่มีความนุ่มและมันที่สุดวางลงในถ้วยของรินอย่างเป็นธรรมชาติ การกระทำที่แสนจะใส่ใจนี้ทำเอารินชะงักไปชั่วขณะ หัวใจดวงที่เคยด้านชาและปิดตายจากอดีตอันเจ็บปวด คล้ายกับถูกความอบอุ่นนี้ค่อยๆ หลอมละลายลงทีละน้อย "กินเสียหน่อยนะครับ วันนี้คุณใช้พลังงานไปเยอะมาก" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเตือนด้วยความห่วงใยที่จริงใจ ไร้ซึ่งการเสแสร้ง รินก้มมองชิ้นปลาในถ้วย เธอยกยิ้มบางๆ ที่มุมปาก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองสามีในนามผู้กุมบังเหียนชีวิตเธอในปัจจุบัน "คุณศิลา... ทำไมถึงดีกับผมขนาดนี้ล่ะครับ?" คำถามที่หลุดออกจากริมฝีปากช่างเรียบง่าย ทว่าแฝงความเปราะบางที่ซ่อนอยู่ลึกก้นบึ้งของหัวใจ คุณศิลาวางตะเกียบลงช้าๆ เขานั่งตัวตรง ประสานมือทั้งสองข้างไว้บนโต๊ะ ดวงตาคมกริบคู่นั้นมองตรงมาที่รินด้วยความลึกซึ้งเกินกว่าที่เคยเป็นมา ความเงียบงันปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ ราวกับโลกภายนอกหยุดหมุนเพื่อรอฟังคำตอบจากปากของชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลคนนี้ "เพราะว่า..." คุณศิลาเริ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ กังวาน และหนักแน่นทุกถ้อยคำ "ในโลกที่เต็มไปด้วยหน้ากาก การผลประโยชน์ และการหักหลัง..." เขาเอื้อมมือหนาออกไปกุมมือเรียวของรินที่วางอยู่บนโต๊ะสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านผ่านฝ่ามือ "...รอยยิ้มของคุณในตอนที่ทำอาหาร และกลิ่นอายของความอบอุ่นในร้านเล็กๆ แห่งนี้ คือสิ่งเดียวในรอบหลายปีที่ทำให้ผมรู้สึกว่า... ตัวเองยังมีชีวิตอยู่จริงๆ" รินนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ลมหายใจสะดุดกึก หัวใจเต้นรัวระส่ำไม่เป็นจังหวะ ปลายจังหวะของความรู้สึกกำลังพุ่งทะยานถึงขีดสุด เคมีระหว่างคนทั้งสองอบอวลไปด้วยความหวานล้ำที่เคลือบด้วยความเข้มข้นของชีวิตผู้ใหญ่ที่ผ่านโลกมามาก ทว่า— *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงทุบประตูกระจกหน้าร้านดังขึ้นอย่างรุนแรงและไร้มารยาท ทำลายบรรยากาศโรแมนติกในค่ำคืนนี้ลงในพริบตา! ตามมาด้วยเสียงโวยวายอึกทึกที่จำแนกได้ทันทีว่าเป็นเสียงของใครบางคนที่พวกเขากำลังพยายามหลบหน้า "เปิดประตูเดี๋ยวนี้! ฉันรู้ว่าพวกแกข้างในกำลังกินเลี้ยงฉลองกันอยู่ อย่ามาทำเป็นไขหูหนวก! ยัยริน! แกกล้าดียังไงถึงตัดชื่อพวกฉันออกจากกองมรดก เปิดประตูให้คุณอาผู้ใหญ่คนนี้เดี๋ยวนี้!" เสียงแหลมสูงของป้าสะใภ้จอมโลภดังแผดก้องทะลุกระจกเข้ามา ตามมาด้วยเสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหว รินขมวดคิ้วมุ่น ความหงุดหงิดพุ่งปรี๊ดขึ้นมาถึงขีดสุด ดวงตาคู่คมฉายแววเย็นชาขึ้นมาทันที ในขณะที่รินกำลังจะลุกขึ้นไปจัดการกับปัญหาเรื้อรังนี้ด้วยตัวเอง คุณศิลากลับดึงมือเธอไว้นุ่มนวล แต่นัยน์ตากลับแปรเปลี่ยนเป็นความมืดมนเย็นยะเยือกราวกับปีศาจจากขุมนรก ชายหนุ่มยกผ้ากันเปื้อนขึ้นเช็ดมือช้าๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ใบหน้าหล่อเหลาราบเรียบไร้ความรู้สึก "นั่งพักตรงนี้ให้สบายเถอะครับ..." คุณศิลาโน้มตัวลงกระซิบข้างใบหูของริน น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังจนทำให้คนฟังต้องขนลุกซู่ "...เรื่องขยะเปียกที่ส่งกลิ่นเหม็นรบกวนเวลาอาหารค่ำของเรา ให้สามีคนนี้จัดการเองครับ" พูดจบ คุณศิลาก็หันหลังเดินตรงไปยังประตูหน้าร้าน โดยไม่ทันสังเกตเห็นว่า... เงาร่างที่ทาบทับอยู่หลังกระจกบานนั้น ไม่ได้มีแค่ป้าสะใภ้จอมโลภคนเดียวอีกต่อไปแล้ว! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลิ้มรสความสุขไปกับตัวอักษรของผมเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับข้าวกลิ่นอายความคิดถึงและคุณชายจอมบงการ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%