ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
เสียงเคาะประตูกระจกหน้าร้าน "รินรส" ดังขึ้นสามครั้งอย่างเป็นจังหวะ ทว่าในยามวิกาลที่ร้านปิดทำการแล้ว เสียงนั้นกลับชวนให้รู้สึกระคายหูอยู่ไม่น้อย รินวางตะหลิวในมือลง ถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะปัดเศษแป้งออกจากผ้ากันเปื้อนสีเข้ม เขามองลอดผ่านกระจกฝ้าออกไป ก็พบกับใบหน้าที่คุ้นเคยจนน่าสะอิดสะเอียน—ป้าสำรวยและลุงประเสริฐ สองสามีภรรยาจอมหน้าหนาที่เคยประกาศกร้าวว่าจะตัดขาดความสัมพันธ์ หากรินไม่ยอมโอนโฉนดที่ดินผืนนี้ให้
"เปิดประตูเดี๋ยวนี้ไอ้ริน! อย่าคิดว่ามุดหัวอยู่ในร้านแล้วจะรอดนะ แกมันอกตัญญู เลี้ยงไม่เชื่อง!" เสียงแหลมปรี๊ดของป้าสำรวยแผดลอดเข้ามาในร้าน ตามด้วยแรงทุบประตูปึงปังจนกระจกสั่นสะเทือน
รินไม่ได้ขยับตัวไปเปิด เขายังคงยืนนิ่งอยู่หน้าเคาน์เตอร์ ประเมินสถานการณ์ด้วยแววตาที่เยียบเย็น ไร้ซึ่งความหวาดกลัวดังเช่นในอดีต สมัยก่อนเขาอาจจะยอมจำนนด้วยคำว่าบุญคุณจอมปลอม แต่ตอนนี้... โลกของเขาเปลี่ยนไปแล้ว ตั้งแต่มีผู้ชายคนนั้นก้าวเข้ามาในชีวิต
แกร็ก!
เสียงปลดล็อกประตูด้านข้างไม่ได้มาจากฝั่งของริน แต่มาจากประตูห้องครัวด้านหลัง ท่ามกลางความตกใจของสองสามีภรรยาที่กำลังจะพังประตูหน้าร้าน ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสากลเข้ารูปของศิลา—สามีผู้เงียบขรึมและเผด็จการในสายตาคนอื่น—ก้าวออกมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าแผ่รังสีความน่าเกรงขามจนป้าสำรวยถึงกับสะดุดขาตัวเองถอยหลังไปสามก้าว
"พวกคุณกำลังทำลายทรัพย์สินส่วนบุคคล และสร้างความเดือดร้อนรำคาญในยามวิกาล" น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่ทรงพลังเอ่ยขึ้น ศิลาไม่ได้ตะโกน แต่น้ำเสียงนั้นกลับกดดันให้คู่สามีภรรยาจอมHustleรายนี้ต้องหุบปากฉับในทันที
"แก... แกเป็นใครวะไอ้หนุ่มนี่! นี่มันเรื่องในครอบครัวเรา เสือกอะไรด้วย!" ลุงประเสริฐที่หน้าแดงก่ำด้วยฤทธิ์สุราและโทสะพยายามชี้หน้าเอาเรื่อง
ศิลาไม่แม้แต่จะชายตามองนิ้วที่ชี้มา เขายกนาฬิกาข้อมือราคาแพงขึ้นดูเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้าให้ชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีดำอีกสามคนที่เดินตามออกมาจากรถตู้หรูจอดเทียบฟุตบาท
"ผมไม่ใช่คนนอก... ผมเป็นสามีของริน" ศิลาตอบเสียงเรียบ แต่คำว่า 'สามี' นั้นถูกเน้นย้ำชัดเจนจนรินที่ยืนมองอยู่หลังเคาน์เตอร์ถึงกับรู้สึกร้อนผ่าวที่ใบหน้า "และในเมื่อพวกคุณพยายามจะฮุบสมบัติที่เป็นสิทธิ์โดยชอบธรรมของภรรยาผมมาโดยตลอด ทีมทนายความและฝ่ายกฎหมายของบริษัทผม จึงต้องเข้ามา ‘จัดการ’ ให้มันถูกต้องตามกฎหมายเสียที"
สิ้นคำพูดของศิลา ทนายความหนุ่มมือหนึ่งจากสำนักงานกฎหมายระดับประเทศก็ก้าวออกมา พร้อมกับแฟ้มเอกสารหนาเตอะในมือ เขาเปิดแฟ้มออกทีละหน้าด้วยท่าทางคล่องแคล่ว
"คุณสำรวย และคุณประเสริฐครับ จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินและเอกสารสิทธิ์ย้อนหลังสามปี พบว่าพวกคุณได้กระทำการข่มขู่กรรโชกทรัพย์ ปลอมแปลงลายมือชื่อในเอกสารสิทธิ์ที่ดิน และฉ้อโกงเงินในบัญชีของตระกูลโดยมิชอบด้วยกฎหมาย" ทนายความหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมราวกับใบมีดโกน "นี่คือหมายศาลเรียกตัวพิจารณาคดีในข้อหาอาญาแผ่นดิน มีโทษจำคุกสูงสุดถึงเจ็ดปี และนี่คือหนังสือเรียกร้องค่าเสียหายทางแพ่งเป็นจำนวนเงินสลึงละบาทไม่ได้ลด..."
ป้าสำรวยหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ สีหน้าที่เคยเกรี้ยวกราดเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนก มือที่ถือกระเป๋าถือราคาถูกสั่นเทาจนเกือบหลุดร่วง "ทะ... ทนายอะไรกัน! พวกเราเป็นญาติกันนะ จะฟ้องร้องกันได้ยังไง!"
"ญาติ?" ศิลาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ดวงตาคมกริบมองตรงไปยังสองสามีภรรยา "ตอนที่พวกคุณพยายามสูบเลือดสูบเนื้อริน พวกคุณไม่เคยคิดถึงคำว่าญาติ ตอนนี้สำนึกได้ก็สายไปแล้วครับ... เชิญไปคุยกันต่อที่ศาล หรือถ้าสะดวกที่ห้องขังของสถานีตำรวจ ก็แจ้งทีมงานผมได้ทันที"
ชายชุดดำทั้งสามคนก้าวเข้าไปประชิดตัวอย่างเป็นมืออาชีพ ลุงประเสริฐและป้าสำรวยที่เห็นท่าไม่ดีจึงเริ่มส่งเสียงโวยวายโอดครวญ แต่ไม่มีใครสนใจอีกต่อไป รถตู้สีดำคันโตเคลื่อนตัวมารับบุคคลทั้งสองออกไปจากบริเวณหน้าร้านอย่างรวดเร็ว ราวกับกวาดขยะชิ้นใหญ่ที่รกหูรกตาออกไปจากพื้นที่ความสุข
ความเงียบสงบกลับคืนสู่ร้าน "รินรส" อีกครั้ง รินยืนนิ่งอยู่ที่เดิม มองภาพเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งโล่งใจ ตื้นตัน และแปลกใจในความเด็ดขาดของคุณชายจอมบงการผู้นี้
ศิลาเดินกลับเข้ามาในร้าน ปลดกระดุมสูทออกเล็กน้อยก่อนจะเดินตรงดิ่งมาหาริน ดวงตาที่มักจะเยชาและจริงจังเสมอเวลาทำงาน กลับแปรเปลี่ยนเป็นความอบอุ่นและอ่อนโยนยามที่มองภรรยาตัวน้อย
"จัดการเรียบร้อยแล้วครับ" ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล พร้อมกับยกมือขึ้นเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากของรินอย่างเบามือ "ต่อไปนี้ จะไม่มีใครกล้ามาเหยียบย่ำรินอีก"
รินเงยหน้าขึ้นสบตา ปลายจมูกรั้นเชิดขึ้นเล็กน้อยตามนิสัย "คุณทำเกินไปหรือเปล่า... เล่นใหญ่โตขนาดนี้ เดี๋ยวคนอื่นก็หาว่าผมมีสามีเผด็จการหรอก"
"เผด็จการเฉพาะเรื่องความปลอดภัยและความสุขของรินเท่านั้นครับ" ศิลายิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่นานๆ ครั้งจะปรากฏขึ้นแต่น่าหลงใหลเสียจนคนมองใจเต้นไม่เป็นจังหวะ "อีกอย่าง... ผมหิวแล้ว วันนี้ใช้พลังงานไปเยอะ คุณต้องรับผิดชอบ"
พูดจบ ศิลาก็จูงมือรินเดินเข้าไปในครัวที่ยังคงมีกลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศและน้ำซุปที่เคี่ยวทิ้งไว้ตั้งแต่ช่วงเย็น บนเคาน์เตอร์ครัวสแตนเลสสะอาดตา มีวัตถุดิบชั้นดีที่รินเตรียมไว้สำหรับทำอาหารรอบดึกรออยู่แล้ว
แสงไฟสีส้มวลนวลจากโคมไฟเพดานส่องกระทบใบหน้าของทั้งสองคน บรรยากาศรอบตัวอบอุ่นและปลอดภัยอย่างที่รินไม่เคยสัมผัสมานานนับปี ศิลานั่งลงบนเก้าอี้บาร์ทรงสูง มองดูแผ่นหลังบางของภรรยาที่กำลังหยิบจับวัตถุดิบด้วยความคล่องแคล่ว ท่ามกลางความเงียบสงบยามค่ำคืน รินหันมาพร้อมกับถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาวในมือ กลิ่นหอมฉุยของ "บะหมี่น้ำซุปกระดูกหมูตุ๋นยาจีน" ลอยกรุ่นเตะจมูกทันทีที่ฝาถูกเปิดออก เส้นบะหมี่เหนียวนุ่มสีเหลืองทองนอนนิ่งอยู่ในน้ำซุปใสสีอำพัน โรยหน้าด้วยเนื้อหมูตุ๋นเปื่อยนุ่มละลายในปากและต้นหอมซอยละเอียด
ศิลาตักน้ำซุปขึ้นมาซดคำหนึ่ง ความกลมกล่อมของกระดูกหมูที่เคี่ยวจนหวานน้ำต้มกระดูก ผสานกับกลิ่นหอมละมุนของเครื่องยาจีนตุ๋น ทำให้ความเหนื่อยล้าทั้งหมดมลายหายไปในพริบตา
"อร่อยไหมครับ?" รินถามเสียงเบา แม้จะรู้คำตอบอยู่แล้วแต่ก็อดไม่ได้ที่จะรอฟัง
ศิลายังไม่ทันได้เอ่ยปากตอบ ทันใดนั้น... เสียงเคาะประตูกระจกหน้าร้านก็ดังขึ้นอีกครั้งอย่างกะทันหัน!
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
ทั้งสองชะงัก ศิลาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจที่มีคนมารบกวนเวลาส่วนตัวยามดึกดื่น รินหันไปมองนาฬิกาแขวนผนังที่บอกเวลาเที่ยงคืนตรงพิกัดพอดี ใครกันที่จะมาเคาะร้านในเวลาวิกาลเช่นนี้?
รินเดินไปแง้มม่านบังตาหน้าร้านออกเล็กน้อยเพื่อมองหาผู้มาเยือน ทว่า... สิ่งที่ปรากฏแก่สายตากลับไม่ใช่ตำรวจหรือญาติที่เพิ่งถูกพาตัวไป แต่เป็นกล่องพัสดุปริศนาขนาดใหญ่ผูกริบบิ้นสีแดงสด วางนิ่งสนิทอยู่บนเสาหน้าร้าน พร้อมกับจดหมายผนึกครั่งสีแดงเข้มที่จ่าหน้าซองด้วยลายมือหวัดๆ ว่า... "ส่งตรงถึง... ทายาทคนสุดท้ายแห่งตระกูลที่แท้จริง"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลิ้มรสความสุขไปกับตัวอักษรของผมเสมอนะครับ
กับข้าวกลิ่นอายความคิดถึงและคุณชายจอมบงการ•ตอนที่ 18
จัดการด้วยหลักฐาน
ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับข้าวกลิ่นอายความคิดถึงและคุณชายจอมบงการ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!