เสียงเคาะกระทะเหล็กกระทบกับตะหลิวทองเหลืองดัง "เคร้ง! เคร้ง!" ติดต่อกันสามครั้ง เป็นจังหวะที่รินตั้งใจกำหนดขึ้นเพื่อกลบเสียงน่ารำคาญจากเบื้องหน้า
"พวกแกอย่ามาทำเป็นหูทวนลมนะ นังริน! ที่ดินแปลงนี้ปู่ของแกเคยสัญญาไว้ว่าจะยกให้ฉันตอนที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ เอกสารบ้าบออะไรที่แกถืออยู่มันก็แค่กระดาษชำระเช็ดก้นเท่านั้นแหละ!"
เสียงแหลมสูงของป้าสะใภ้ใหญ่แผดลั่นจนทะลุกระจกหน้าร้าน "รินรำพัน" เข้ามา ลูกค้าขาประจำที่กำลังเพลิดเพลินกับข้าวต้มปลาเก๋าร้อนๆ ต่างพากันชะงักตะเกียบในมือ บรรยากาศอบอุ่นยามสายของร้านอาหารถูกความโลภของเครือญาติสายเลือดเดียวกันเข้ากัดเซาะจนสึกกร่อน
รินไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองทันที เธอยังคงบรรจงตักน้ำซุปกระดูกหมูเคี่ยวไฟอ่อนนานแปดชั่วโมงราดลงบนชามข้าวอบหนำเลี๊ยบ ควันสีขาวพวยพุ่งพร้อมกลิ่นหอมกรุ่นของรากผักชี กระเทียม และพริกไทยดำที่โชยเตะจมูก จนผู้คนที่ยืนอยู่หน้าร้านถึงกับกลืนน้ำลายโดยไม่รู้ตัว
เธอยวางชามอาหารลงบนโต๊ะไม้ด้วยความนิ่งสงบ ก่อนจะปัดเศษแป้งบางเบาออกจากผ้ากันเปื้อนสีครีม แล้วจึงก้าวเดินออกไปเผชิญหน้ากับกลุ่มคนผู้ไม่ได้รับเชิญ
"ป้าใหญ่ครับ..." รินเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเย็นเยียบจนอีกฝ่ายชะงัก "ถ้าความจำของป้ายังใช้งานได้ดี ปู่ไม่ได้ทำพินัยกรรมด้วยวาจาในวงเหล้าเมื่อสิบปีก่อน แต่ท่านจดทะเบียนยกกรรมสิทธิ์โฉนดแปลงนี้ให้ฉันอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ตั้งแต่ตอนที่พวกท่านพากันหนีหนี้ก้อนโตแล้วเอาบ้านไปจำนอง จนปู่วิตกกังวลจนล้มป่วย... จำไม่ได้หรือครับ?"
"นัง... นังเด็กอกตัญญู!" ป้าสะใภ้หน้าดำคร่ำเครียด ชี้หน้าด่ากราด "แกมันเนรคุณ! เลี้ยงเสียข้าวสุกจริงๆ อาศัยเกาะชายกระโปรงผู้ชายรวยๆ แล้วทำเป็นปีกกล้าขาแข็งเรอะ! วันนี้ถ้าแกไม่ยอมเซ็นโอนที่ดินหลังร้านให้ฉันกับลูกๆ ฉันจะเกณฑ์คนมาป่วนไม่ให้แกได้เปิดร้านขายข้าวกลิ่นอายความฝันนี่อีกเลยคอยดู!"
สมุนรับจ้างสองคนที่ป้าสะใภ้พามาด้วยทำท่าจะก้าวล้ำเข้ามาในเขตพื้นที่ร้าน รินขมวดคิ้วมุ่นเตรียมจะหยิบกระบวยเหล็กด้ามยาวมาป้องกันตัว ทว่า...
*เอี๊ยด—!*
เสียงเบรกกะทันหันของรถยนต์ซีดานหรูสีดำสนิทรุ่นหายากจอดเทียบฟุตบาทหน้าร้านอย่างไร้ที่ติ ประตูรถฝั่งคนขับเปิดออกเผยให้เห็นร่างสูงสง่าของคุณศิลาในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูป ใบหน้าคมคายเรียบเฉยไร้อารมณ์ ดวงตาสีเข้มกวาดมองกลุ่มคนที่กำลังส่งเสียงโวยวายด้วยหางตาก่อนจะก้าวเท้าลงมา ความกดดันอันน่าอัศจรรย์แผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนถนนหน้าร้านเงียบกริบลงทันที
คุณศิลาเดินผ่านหน้ากลุ่มญาติจอมหิวเงินโดยไม่ชายตามองแม้แต่น้อย เขาก้าวตรงมาหาริน ยื่นมือหนาไปปัดปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มให้อย่างเบามือ สายตาดุคมทอดมองภรรยาด้วยความห่วงใยเจือความเอ็นดู
"รังแกภรรยาผม... สนุกมากไหมครับ?" น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจเอ่ยขึ้น ทำเอาป้าสะใภ้ถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
"คุณ... คุณเป็นใคร! นี่มันเรื่องในครอบครัวเรา แกอย่ามาสอด!" ป้าสะใภ้พยายามทำใจดีสู้เสือ
คุณศิลาปรายตามองเอกสารในมือของอีกฝ่าย ก่อนจะแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ "ครอบครัว? คนที่จ้องจะฮุบมรดกของคนแก่ที่นอนป่วยและขับไล่หลานสาวแท้ๆ ออกจากตระกูลเมื่อสิบปีก่อน ยังมีหน้ามาอ้างคำว่าครอบครัวอีกหรือครับ... น่าสมเพชสิ้นดี"
เขาส่งสัญญาณมือเพียงนิดเดียว ทนายความส่วนตัวของตระกูลซึ่งนั่งรออยู่ในรถอีกคันก็ก้าวลงมาพร้อมกับเอกสารกองโตในแฟ้มหนังสีดำสนิท ทนายความหนุ่มจัดเนคไทก่อนจะเดินเข้าไปประชิดตัวป้าสะใภ้พร้อมรอยยิ้มสุภาพแต่แฝงความน่ากลัว
"เรียนคุณนารีครับ ทางเราได้ตรวจสอบพบว่าการกระทำของท่านเมื่อครู่เข้าข่ายความผิดฐานบุกรุก หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา และพยายามกรรโชกทรัพย์ นอกจากนี้... ในส่วนของหนี้สินกองมรดกที่คุณพ่อของคุณได้เซ็นค้ำประกันไว้เมื่อยี่สิบปีก่อน ทางเราได้กว้านซื้อหนี้ทั้งหมดมาถือครองไว้เรียบร้อยแล้วครับ"
ใบหน้าที่เคยกรรโชกของป้าสะใภ้ซีดเผือดลงในพริบตา สีหน้าเปลี่ยนเป็นหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด "มะ... หมายความว่ายังไง?"
"หมายความว่า หากพวกคุณยังไม่ไสหัวออกไปจากรัศมีหนึ่งร้อยเมตรของร้านนี้ภายในสามนาทีนี้ ทางผมจะดำเนินการฟ้องร้องดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและอาญา โดยไม่มีการยอมความใดๆ ทั้งสิ้นครับ" ทนายความกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่น้ำหนักคำพูดราวกับค้อนเหล็กทุบลงกลางกระบาล
กลุ่มญาติจอมหิวเงินลนลานถอยหลังกรูด พวกเขาหันมามองรินและคุณศิลาด้วยสายตาอาฆาตมาดร้ายแต่ทำอะไรไม่ได้ ก่อนจะรีบฉุดกระชากกันวิ่งขึ้นมอเตอร์ไซค์รับจ้างแล้วหนีหายลับไปจากตรอกอย่างรวดเร็ว
เสียงถอนหายใจโล่งอกดังขึ้นจากลูกค้าในร้าน รินหันมามองสามีด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งซาบซึ้งและหมั่นไส้ในความเผด็จการที่จัดการปัญหาได้อย่างเด็ดขาดในเวลาอันรวดเร็ว
"คุณเล่นใหญ่เกินไปแล้วนะครับ" รินเอ่ยพร้อมกับค้อนใส่เขาเบาๆ
"สำหรับภรรยาและร้านอาหารที่ผมโปรดปรานที่สุด ไม่มีคำว่าใหญ่เกินไปหรอกครับ" คุณศิลายิ้มมุมปาก มือหนาโอบเอวบางเข้ามาใกล้ "อีกอย่าง... ที่ดินตรงนี้ ไหนๆ พวกมันก็มาป่วนจนรำคาญตาแล้ว ทำไมเราไม่ใช้สิทธิ์ตามกฎหมาย ขยายสาขาของร้าน 'รินรำพัน' ออกไปให้เต็มพื้นที่เสียเลยล่ะครับ? ผมพร้อมจะสนับสนุนงบประมาณทั้งหมดให้คุณกลายเป็นเชฟเจ้าของอาณาจักรอาหารที่ใหญ่ที่สุดในย่านนี้"
รินนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ข้อเสนอของเขาไม่ได้เป็นเพียงการตัดสิทธิ์พวกญาติหน้าเงินอย่างถอนรากถอนโคนเท่านั้น แต่มันคือการยกระดับชีวิตและธุรกิจที่เธอรักให้ก้าวไปสู่อีกมิติหนึ่งที่เธอไม่เคยกล้าฝันถึง
เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับสามีสายเปย์ผู้ไม่เคยยอมให้ใครมาเอาเปรียบเธอนอกเสียจากตัวเขาเอง หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวท่ามกลางกลิ่นหอมของอาหารที่ยังคงอบอวลไปทั่วบริเวณ
ทว่า ในขณะที่รินกำลังจะอ้าปากเอ่ยคำตกลง ร่างของเด็กส่งจดหมายคนหนึ่งก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาหยุดอยู่หน้าร้าน พร้อมกับยื่นซองจดหมายสีครีมตราประทับครั่งสีแดงสดให้เธอ
"มีพัสดุด่วนส่งตรงถึงคุณรินครับ... จ่าหน้าซองมาจากสำนักงานที่ดินจังหวัด ระบุว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับ 'กรรมสิทธิ์ที่ดินซ้อนทับ' ที่ไม่เคยมีใครรู้มาก่อน!"
รินรับซองจดหมายมาด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย เมื่อฉีกเปิดออกและกวาดสายตาอ่านข้อความบรรทัดแรก สีหน้าของเธอก็เปลี่ยนจากความโล่งใจกลายเป็นความตื่นตระหนกสุดขีด
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลิ้มรสความกลมกล่อมนี้ไปด้วยกันนะครับ — กาแฟโบราณแก้วโต
กับข้าวกลิ่นอายความคิดถึงและคุณชายจอมบงการ•ตอนที่ 6
จดหมายเตือนจากทนายความ
ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับข้าวกลิ่นอายความคิดถึงและคุณชายจอมบงการ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!