กับข้าวกลิ่นอายความคิดถึงและคุณชายจอมบงการ•ตอนที่ 5

ความลับในกระทะใบดำ

ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
เสียงตักตะหลิวเหล็กกระทบกับก้นกระทะเหล็กหล่อใบเก่า ดัง *แกรก... เคร้ง* เป็นจังหวะหนักหน่วงที่สะท้อนความหงุดหงิดในใจของรินได้เป็นอย่างดี บนเตาถ่านไร้ควันรุ่นโบราณแต่วัสดุภายในทันสมัย เปลวไฟสีฟ้าจัดกำลังเลียเล็มก้นกระทะจนขึ้นเงาราวกับผิวกระจก ควันสีขาวนวลลอยอวลผสมกลิ่นหอมฉุยของพริกไทยดำป่นใหม่ น้ำมันหมูเจียวหอมๆ และกระเทียมไทยสับละเอียดที่ถูกคั่วจนเหลืองกรอบ "ถ้ายังเอาแต่ยืนกอดอกทำหน้ายักษ์อยู่ตรงนั้น ผมเกรงว่าวัตถุดิบราคาแพงในมือคุณ จะกลายเป็นขยะเปียกไปเสียก่อนนะครับ คุณศิลา" รินเอ่ยขึ้นโดยไม่แม้แต่จะหันไปมองร่างสูงใหญ่ที่ยืนพิงวงกบประตูห้องครัว ท่าทางของนักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลในยามนี้ดูราวกับเด็กชายตัวโตที่กำลังถูกครูฝ่ายปกครองจับผิด ไม่มีเค้าLรางของประธานบริษัทผู้ทรงอำนาจที่เหล่าผู้บริหารระดับสูงต้องยอมสยบให้เลยแม้แต่น้อย ศิลาหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าด้วยความขบขัน เขาสרקขายาวก้าวเข้ามาใกล้ร่างบางที่กำลังง่วนอยู่กับการเตรียมอาหารอย่างคล่องแคล่ว กลิ่นอายความสะอาดและน้ำหอมราคาแพงระเหยผสมปนเปไปกับกลิ่นหอมของเครื่องเทศยุค 70-80 ที่รินจงใจหยิบจับมาประยุกต์ใช้ในค่ำคืนนี้ "ผมไม่ได้ทำหน้ายักษ์ แค่กำลังประเมิน... ว่าภรรยาของผมซ่อนกรงเล็บเอาไว้คมขนาดไหนต่างหาก" ศิลาตอบเสียงเรียบ แต่สายตาคมกริบกวาดมองทุกการเคลื่อนไหวของรินตั้งแต่ปลายนิ้วเรียวที่กำลังหั่นเนื้อวัวติดมันอย่างแม่นยำ ไปจนถึงแผ่นหลังบางภายใต้เสื้อเชิ้ตสีครีมพับแขนขึ้นจนถึงข้อศอก เมื่อวานนี้ ญาติฝั่งแม่ของรินเพิ่งจะยกโขยงมาอาละวาดหวังฮุบตึกแถวและสูบเงินสดก้อนสุดท้ายในบัญชี แต่วันนี้... ผู้หญิงคนเดียวกันนี้กำลังยืนสงบนิ่งอยู่หน้าเตา พร้อมจะเนรมิตอาหารมื้อค่ำที่จะทำให้ผู้ชายที่ผ่านร้านอาหารมิชลินมานับไม่ถ้วนอย่างเขา ต้องยอมจำนน "ประเมินเสร็จแล้วก็ช่วยหยิบเกลือทะเลป่นในโหลแก้วใบนั้นให้ผมด้วยครับ อย่าดีแต่พูด" รินยื่นคำขาด น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความดื้อรั้นที่ทำให้ศิลาต้องยอมทำตามอย่างเสียไม่ได้ ศิลาเอื้อมมือไปหยิบโหลแก้วตามคำสั่ง สัมผัสปลายนิ้วของเขากระทบกับหลังมือของรินเพียงเสี้ยววินาที แต่มันกลับสร้างกระแสไฟอ่อนๆ วิ่งพล่านไปทั่วร่าง ความเงียบงันภายในห้องครัวแคบๆ เริ่มถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นที่แปลกประหลาด รินชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะดึงมือกลับอย่างรวดเร็ว แล้วเทเกลือลงในกระทะที่มีชิ้นเนื้อวัวตุ๋นเคี่ยวจนเปื่อยนุ่มกำลังดี "ความลับในกระทะใบดำ... คืออะไรกันแน่ ริน" ศิลาเอ่ยถามด้วยความใคร่รู้ สายตาจ้องมองควันสีเทาจางๆ ที่ลอยขึ้นพร้อมกับกลิ่นหอมล้ำลึกที่เขาไม่เคยได้กลิ่นจากที่ไหนมาก่อน มันไม่ใช่กลิ่นเครื่องเทศฉุนกึกแบบภัตตาคารจีน และไม่ใช่ความเลี่ยนของอาหารตะวันตก แต่มันคือความกลมกล่อมที่ชวนให้นึกถึงบ้าน กลิ่นอายความทรงจำวัยเด็กที่ถูกปลุกเร้าขึ้นมาอย่างรุนแรง "อาหารไม่ได้มีไว้แค่กินเพื่ออิ่มท้องหรอกนะครับ คุณศิลา" รินปาดเหงื่อที่ซึมตามขมับด้วยหลังมือ ช้าๆ และสง่างาม "แต่มันคืออาวุธ... เอาไว้ฟาดหัวพวกที่คิดจะเอาเปรียบเรา และในขณะเดียวกัน มันก็คือสิ่งเดียวที่จะเยียวยาคนที่เดินทางเหนื่อยล้ามาทั้งวัน" พูดจบ รินก็จัดการตัก *เนื้อตุ๋นพริกไทยดำสูตรโบราณ* ราดลงบนข้าวสวยร้อนๆ ที่หุงด้วยเตาถ่าน เม็ดข้าวเรียงตัวสวยงามขึ้นเงาเคลือบด้วยน้ำมันหมูกลิ่นหอมกรุ่น ท็อปด้วยไข่ดองซีอิ๊วสีอำพันที่ไข่แดงเยิ้มกำลังดี ตามด้วยการโรยต้นหอมซอยและพริกไทยเม็ดบุบหยาบๆ จานกระเบื้องเคลือบสีขาวลายครามถูกเลื่อนมาตรงหน้าศิลา เสียงกระทบเบาๆ บนโต๊ะไม้สักเก่าแก่ดึงดูดสายตานักธุรกิจหนุ่มให้ก้มลงมองอาหารตรงหน้าโดยอัตโนมัติ ศิลานิ่งงันไปชั่วขณะ ภาพอาหารตรงหน้าช่างเรียบง่าย ไร้ซึ่งการตกแต่งหรูหราตามแบบฉบับร้านอาหารไฟน์ไดน์นิ่งที่เขานั่งกินอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน แต่มันกลับมีพลังดึงดูดประหลาด กลิ่นหอมของพริกไทยดำที่คั่วจนหอมกรุ่นเตะเข้าที่จมูก ปลุกต่อมรับรสของเขาให้ตื่นตัวอย่างรุนแรง ศิลาเงยหน้าขึ้นสบตากับรินที่ยืนกอดอกรอฟังคำตัดสินด้วยใบหน้าเรียบเฉย ช้อนสแตนเลสเนื้อด้านถูกหยิบขึ้นมา ศิลาตักข้าวคลุกเคล้ากับน้ำซุปข้นคลั่กที่ซึมซาบเข้าไปในทุกอณูของเมล็ดข้าว พร้อมกับชิ้นเนื้อวัวเปื่อยนุ่มที่แทบไม่ต้องเคี้ยว เขานำเข้าปากช้าๆ ความเงียบปกคลุมห้องอาหารชั่วขณะ... ดวงตาคมกริบของศิลาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย รสชาติแรกที่สัมผัสคือความเผ็ดร้อนละมุนของพริกไทยดำแท้ๆ ตามด้วยความหวานเค็มกลมกล่อมจากน้ำซุปกระดูกวัวที่เคี่ยวข้ามคืน และตัดเลี่ยนด้วยความมันนุ่มละมุนของไข่ดองซีอิ๊ว ทุกอย่างบาลานซ์กันอย่างสมบูรณ์แบบอย่างไร้ที่ติ รสชาติที่อบอุ่นและลุ่มลึกนี้ ทำให้ภาพความวุ่นวายในโลกธุรกิจอันโหดร้ายมลายหายไปในพริบตา "อร่อย..." ศิลาพึมพำออกมาเบาๆ อย่างลืมตัว น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด "นี่มัน... อร่อยจนผมแทบไม่อยากแบ่งให้ใครกินเลยทีเดียว" "ถ้าชอบ วันหลังผมจะทำให้กินอีกครับ แต่ตอนนี้... ช่วยเก็บจานแล้วเตรียมตัวให้พร้อมด้วย" รินกล่าวตัดบทด้วยรอยยิ้มมุมปากที่หาดูได้ยาก "เพราะดูเหมือนว่า... แขกที่ไม่ได้รับเชิญของเรา จะกลับมาเยือนอีกรอบแล้ว" สิ้นคำพูดของริน เสียงทุบประตูด้านหน้าร้านก็ดังขึ้นโครมใหญ่ พร้อมกับเสียงโวยวายแหลมสูงของป้าชุบ ญาติจอมหิวเงินที่ประกาศกร้าวว่าจะมาเอาโฉนดที่ดินคืนให้ได้ในคืนนี้ ศิลาวางช้อนลงช้าๆ เขาใช้ผ้ากันเปื้อนเช็ดปากอย่างใจเย็น ดวงตาที่เคยฉายแววเคลิบเคลิ้มกับรสชาติอาหารเมื่อครู่ กลับแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและดุดันรากับพญามารที่พร้อมจะบดขยี้ทุกคนที่กล้าเข้ามาขัดขวางความสุขบนโต๊ะอาหารของภรรยา "นั่งรอตรงนี้สักครู่ ริน" ศิลาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำภายใต้สูทสั่งตัดพิเศษแผ่รังสีคุกคามออกมารอบทิศทาง "ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของสามีสายเปย์คนนี้ จัดการเคลียร์เศษขยะนอกบ้านให้เองครับ" แต่ก่อนที่ศิลาจะทันได้ก้าวเท้าเดินออกจากห้องครัว รินกลับเอื้อมมือไปคว้าชายเสื้อสูทของเขาไว้เบาๆ แรงดึงนั้นทำให้ศิลาต้องหันกลับมามอง ดวงตากลมโตของภรรยาพราวระยับด้วยประกายบางอย่างที่คาดเดาไม่ได้ "ไม่ต้องออกแรงหรอกครับ คุณศิลา..." รินกระซิบเสียงแผ่วเบา รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปาก "เพราะก่อนที่คุณจะออกไปเปิดประตู... ผมเพิ่งผสมบางอย่างลงไปในน้ำชาต้อนรับที่พวกเขากำลังจะดื่มข้างนอกนั้นเรียบร้อยแล้ว" ศิลาชะงักไปชั่ววินาที ก่อนที่มุมปากหยักลึกจะยกย่องขึ้นเป็นรอยยิ้มพึงพอใจ ภรรยาของเขานอกจากจะทำอาหารอร่อยจนวิญญาณแทบหลุดแล้ว เรื่องวางแผนเอาคืน... ก็ร้ายกาจไม่แพ้ใครเลยจริงๆ ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลิ้มรสความกลมกล่อมนี้ไปด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับข้าวกลิ่นอายความคิดถึงและคุณชายจอมบงการ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%