กลิ่นคาวเลือดจางๆ จากบรรจุภัณฑ์สุญญากาศที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์ไม้สักมันวาว มันไม่ใช่กลิ่นคาวปลาทั่วไป แต่มันคือกลิ่นของ 'วัตถุดิบต้องห้าม' ที่หาไม่ได้ตามตลาดสดท้องถิ่น รินขยับถุงมือยางสีดำสนิท พลิกดูเนื้อสัมผัสของชิ้นเนื้อที่ถูกห่อหุ้มอย่างดี ก่อนจะเหลือบไปเห็นสายตาคมกริบของชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตูห้องครัวอยู่
"ของชุดนี้ราคาแพงกว่ารถยนต์คันหนึ่งในตลาดมือสองเสียอีกครับริน ถ้าคุณทำเสียของไปแม้แต่นิดเดียว... ผมคงต้องเรียกเก็บค่าเสียหายด้วยวิธีอื่นที่ผมถนัด"
คุณศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงไปด้วยแรงกดดันที่ทำเอาอากาศในห้องครัวเย็นเยียบลงไปถนัดตา เขาไม่ได้ขู่ เขากำลัง 'วางกฎ'
รินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาเรียวรีหรี่ลงเล็กน้อยอย่างไม่เกรงกลัว "ถ้าคุณศิลาคิดว่าฝีมือผมมีค่าแค่ราคาของในถุงนี้ ก็เชิญไปหาเชฟคนอื่นเถอะครับ แต่ผมมั่นใจว่า... ตลอดชีวิตที่คุณกินอาหารมา ไม่มีใครปรุงสิ่งนี้ให้คุณได้รสชาติเท่าผมหรอก"
ผมถอดถุงมือออกแล้วโยนลงถังขยะอย่างแม่นยำ ก่อนจะคว้ามีดเชฟคู่ใจที่ตีขึ้นจากเหล็กกล้าชั้นดี การเคลื่อนไหวของผมในตอนนี้คือศิลปะ ไม่ใช่แค่การเตรียมอาหาร เสียงคมมีดกระทบเขียงไม้ดังเป็นจังหวะที่ฟังดูเพลิดเพลิน ผมกำลังสับสมุนไพรสดและเนื้อหายากเข้าด้วยกัน กลิ่นหอมของเครื่องเทศโบราณที่ผมเคี่ยวไว้ตั้งแต่ตีสามเริ่มอบอวลไปทั่วบริเวณ
มันคือเมนู 'ต้มเค็มปลาตะเพียนไร้ก้าง' สูตรที่สาบสูญไปพร้อมกับตระกูลเก่าแก่ของผม รสชาติที่หวานลึกจากน้ำตาลอ้อยแท้ตัดกับความเปรี้ยวละมุนของมะขามเปียกบ่มนานสามปี
*กริ๊ง...*
เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังกังวานขึ้น มันไม่ใช่เวลาเปิดร้านตามปกติเสียด้วยซ้ำ รินขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะวางทัพพีไม้ลง ศิลาขยับตัวเข้ามาใกล้ วางมือหนาลงบนไหล่ของผมเบาๆ เป็นเชิงบอกว่า ‘เดี๋ยวจัดการให้’ ทว่าผมกลับเป็นฝ่ายเดินออกไปที่หน้าร้านเอง
ชายชราในชุดสูทเนื้อหยาบสีซีดจางนั่งอยู่ตรงมุมมืดของร้าน เขาดูประหม่า มือที่สั่นเทาของเขากำไม้เท้าไว้แน่น ดวงตาที่ฝ้าฟางกวาดมองไปทั่วร้านก่อนจะหยุดลงที่ใบหน้าของผม
"ร้านนี้... ยังขายเมนูที่ไม่มีชื่อนั่นอยู่ไหม?" เสียงแหบพร่าของเขาทำให้หัวใจของผมกระตุกวูบ
"เมนูอะไรครับ" ผมถามกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทั้งที่ในใจรู้ดีว่าเขาหมายถึงอะไร
"แกงรัญจวนแบบที่ใช้กะปิจากบ้านสวนเก่าที่จมหายไปกับน้ำท่วมเมื่อสี่สิบปีก่อน"
ผมชะงักไปครู่หนึ่ง ศิลาที่ยืนอยู่ข้างหลังผมขยับตัวเล็กน้อย ผมสัมผัสได้ถึงความระแวดระวังของเขา ชายตรงหน้าไม่ใช่ลูกค้าธรรมดา และดูเหมือนว่า 'ของ' ที่ผมเพิ่งได้รับมาจากตลาดมืดเมื่อคืน จะถูกนำมาใช้เร็วกว่าที่คิด
"สูตรนั้นเป็นความลับของคนตระกูลผม" ผมก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะของเขา "คุณลุงไปเอาความมั่นใจมาจากไหนว่าผมจะยอมทำให้กิน?"
ชายชราเงยหน้าขึ้น ดวงตาที่ดูฝ้าฟางกลับส่องประกายคมวับ เขาล้วงหยิบเหรียญเงินเก่าคร่ำคร่าเหรียญหนึ่งออกมาวางบนโต๊ะ "เพราะถ้าเธอไม่ทำ... ความลับที่อยู่ในกล่องไม้ใต้พื้นร้านของเธอ ก็จะไม่มีวันถูกเปิดออก และพวกญาติหิวเงินที่ยืนจ้องจะฮุบที่ดินของเธอ จะเข้ามาพังประตูร้านนี้ในอีกไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง"
ผมหันไปมองศิลาโดยสัญชาตญาณ ชายหนุ่มจอมบงการของผมไม่ได้มีทีท่าตกใจ เขากลับเดินไปล็อคประตูร้านแล้วดึงม่านลงอย่างใจเย็น ก่อนจะหันมามองผมด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก
"ริน... จัดการเมนูนี้ให้แขกของเราเถอะครับ" ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลทว่าทรงอำนาจ "แล้วหลังจากนั้น เราค่อยมาคุยกันว่า 'ของขวัญ' ที่คุณลุงท่านนี้เอามาแลกเปลี่ยน มีค่าพอให้ผมยอมปกป้องร้านนี้จากการรุกรานของพวกกาฝากพวกนั้นหรือเปล่า"
ผมหันกลับไปที่ห้องครัว กลิ่นเครื่องแกงที่ผมปรุงเริ่มเปลี่ยนไป มันไม่ได้มีแค่กลิ่นหอมของสมุนไพร แต่มันกลับมีกลิ่นอายของอดีต กลิ่นของความทรงจำที่ผมพยายามลบเลือน แต่กลับถูกปลุกขึ้นมาด้วยคนแปลกหน้าในวันที่ร้านเปิดเป็นวันแรก
ขณะที่ผมกำลังตักน้ำแกงร้อนๆ ลงในชามกระเบื้องเคลือบสีคราม เสียงเคาะประตูหน้าร้านก็ดังขึ้นอย่างรุนแรง ตามมาด้วยเสียงโวยวายของหญิงวัยกลางคนที่ผมคุ้นเคยดี... ป้าสะใภ้ที่จ้องจะสูบเลือดสูบเนื้อผมมาตลอดหลายปี
"ริน! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! ฉันรู้ว่าแกอยู่ในนั้น! อย่าคิดว่าจะซ่อนตัวหนีหนี้ไปได้!"
ผมมองชามแกงรัญจวนในมือ สลับกับประตูที่กำลังสั่นคลอนด้วยแรงกระแทก ศิลาเดินเข้ามาใกล้จนผมสัมผัสได้ถึงกลิ่นน้ำหอมจางๆ จากตัวเขา เขาคว้าชามแกงไปถือไว้เอง ก่อนจะโน้มตัวลงมาประซิบที่ข้างหูผม
"คุณทำหน้าที่เชฟไป ส่วนเรื่องจัดการพวกขยะ... ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของสามีคุณก็แล้วกันครับ"
เขาวางชามแกงลงตรงหน้าชายชราอย่างแผ่วเบา ก่อนจะหมุนตัวเดินตรงไปยังประตูร้านที่กำลังจะพังลงมา ในขณะที่ชายชราคนนั้นค่อยๆ ตักน้ำแกงเข้าปาก แล้วยิ้มออกมา... รอยยิ้มที่ทำให้ผมขนลุกไปถึงสันหลัง เพราะเขากระซิบออกมาคำหนึ่งที่ทำให้ทุกอย่างในชีวิตของผมต้องเปลี่ยนไปตลอดกาล
"อาหารอร่อยมาก... แต่ริน... เธอรู้ไหมว่าคนที่ฝากให้ฉันมาส่งของชิ้นนี้ให้เธอ คือคนเดียวกับคนที่สั่งให้คนมาปิดร้านเธอในวันนี้นั่นแหละ"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับเรื่องราวของรินและคุณศิลาในบทนี้ด้วยกันนะครับ
กับข้าวกลิ่นอายความคิดถึงและคุณชายจอมบงการ•ตอนที่ 2
รสชาติที่คนลืมชื่อ
ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับข้าวกลิ่นอายความคิดถึงและคุณชายจอมบงการ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!