เสียงเคาะกระทะเหล็กกระทบเตาถ่านดัง “เคร้ง... เคร้ง...” เป็นจังหวะหนักหน่วง กังวานสะท้อนไปทั่วห้องครัวเก่าคร่ำครึที่ไม่ได้ถูกใช้งานมานานหลายปี กลิ่นอับชื้นของหยากไย่และฝุ่นผงถูกแทนที่ด้วยกลิ่นฉุนกึกของพริกแห้งและกระเทียมไทยตำหยาบที่ถูกโยกลงไปผัดในน้ำมันหมูร้อนจัดจนควันโขมง ควันสีขาวขุ่นผสมกลิ่นฉุนพุ่งทะลุหน้าต่างไม้ระแนงออกไปปะทะจมูกของกลุ่มคนที่ยืนออกันอยู่หน้าประตูรั้วสังกะสีสนิมเขรอะ
“นังริน! แกกล้าดียังไงถึงบุกเข้ามาในบ้านหลังนี้โดยไม่ขออนุญาตวะ!”
เสียงแหลมสูงบาดแก้วหูของป้าสำเนียงดังแทรกเสียงตะหลิวขึ้นมาทันที นางชะเง้อคอจนเส้นเอ็นที่ลำคอตึงเปรี๊ยะ ใบหน้ายับย่นตามวัยบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว มือเหี่ยวย่นผลักประตูรั้วเหล็กจนส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดน่ารำคาญ ด้านหลังของนางยังมีลุงประเสริฐผู้เป็นสามี และลูกชายหัวแก้วหัวแหวนอย่างไอ้เคนยืนกอดอกทำหน้าหาเรื่องอยู่ไม่ห่าง
รินไม่ได้หันกลับไปมอง เธอเพียงแต่ขยับข้อมือด้วยความชำนาญ สะบัดกระทะเหล็กใบดำเป็นเงาให้เส้นก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่เหนียวนุ่มคลุกเคล้าเข้ากันกับไข่เป็ดสีส้มจัดและซีอิ๊วดำอย่างรวดเร็ว เสียง “ฉี่...” เมื่อซอสสัมผัสโดนผิวเหล็กที่ร้อนจัดดังขึ้นพร้อมกับไอความร้อนระอุที่พวยพุ่งขึ้นมาปะทะใบหน้าหวานที่ไร้เครื่องสำอางแต่งแต้ม เส้นผมสีดำสนิทถูกรวบเก็บไว้ลวกๆ ด้วยปิ่นไม้ไผ่ เผยให้เห็นลำคอระหงและหยาดเหงื่อผุดพรายตามไรผมท่ามกลางบรรยากาศอึมครึมของบ่ายวันนั้น
“บ้านหลังนี้เป็นของพ่อฉัน ก่อนที่ท่านจะเสีย ท่านยกโฉนดให้ฉันถูกต้องตามกฎหมาย ป้าสำเนียงมีสิทธิ์อะไรมาตะโกนโวยวายในพื้นที่ส่วนบุคคลของคนอื่นไม่ทราบครับ” รินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย เย็นชา และไร้ซึ่งความเกรงกลัว สายตาคู่คมกริบเหลือบมองผ่านหัวไหล่ไปยับกลุ่มญาติจอมปลอมที่จ้องมองมาด้วยความโลภ
“ถูกต้องตามกฎหมายบ้านป้าแกสิ!” ประเสริฐทนไม่ไหว ก้าวเท้าเข้ามาในเขตบ้านพร้อมชี้หน้าด่ากราด “แกมันลูกอกตัญญู หนีหายหัวไปอยู่เมืองกรุงตั้งหลายปี ปล่อยให้บ้านหลังนี้รกร้าง ไร้คนดูแล พวกฉันสิที่คอยปัดกวาดเช็ดถู คอยดูแลศาลพระภูมิให้ แกจะมาฮุบเอาสมบัติชิ้นสุดท้ายของตระกูลไปคนเดียว มันเห็นแก่ตัวเกินไปแล้ว!”
รินวางตะหลิวลงบนขอบกระทะ เสียงโลหะกระทบกันเบาๆ แต่กลับทรงพลังพอที่จะทำให้เสียงโวยวายของลุงประเสริฐเงียบลงได้ชั่วขณะ เธอนิ่งเงียบไปสามวินาทีเต็ม บรรยากาศภายในห้องครัวแคบๆ กลับกดดันจนแทบหายใจไม่ออก ก่อนที่ริมฝีปากบางเฉียบจะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตาคู่สวยนั้นเลยแม้แต่น้อย
“ดูแล... เหรอครับ?” รินทวนคำ น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยคมมีดซ่อนเร้น “ดูแลจนตู้เสื้อผ้าไม้สักถูกขนย้ายหายไปเกลี้ยง ดูแลจนโฉนดที่ดินแปลงข้างๆ ถูกแอบเอาไปจำนองกับนายทุนเงินกู้นอกระบบ หรือดูแลจนป้าสำเนียงกล้าเอาทะเบียนบ้านของพ่อฉันไปแอบอ้างสิทธิ์เบี้ยผู้สูงอายุซ้อนกันสองทาง แบบนี้เขาเรียกว่า ‘ปล้น’ ต่างหากล่ะครับ ลุงประเสริฐ”
“นัง... นังเด็กปากดี!” ป้าสำเนียงหน้าดำคร่ำเครียด ปรี่เข้ามาหมายจะคว้าแขนเรียวของรินด้วยความโมโห
ทว่า ยังไม่ทันที่ปลายนิ้วเหี่ยวย่นจะได้สัมผัสโดนชายเสื้อ ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเทาเข้มสั่งตัดพิเศษที่ดูขัดกับบรรยากาศบ้านไม้เก่าๆ อย่างสิ้นเชิง ก็ก้าวเท้าเข้ามาขวางกั้นระหว่างคนทั้งสองไว้ได้อย่างไร้ซุ่มเสียง แรงกดดันมหาศาลจากบุรุษผู้มาใหม่แผ่ซ่านออกมาจนทุกคนในรัศมีสามเมตรต้องผถะถอยหลังโดยสัญชาตญาณ
คุณศิลา... สามีหนุ่มผู้เงียบขรึมและเผด็จการในสายตาของทุกคน ยืนนิ่งสนิท ดวงตาคมปลาบภายใต้กรอบแว่นสายตาราคาแพงกวาดมองป้าสำเนียงและลุงประเสริฐด้วยแววตานิ่งสนิท ราวกับกำลังมองฝุ่นละอองไร้ค่าบนรองเท้าหนังขัดเงา เขาไม่ได้เอ่ยคำขู่ฝนสักคำ แต่ความเยือกเย็นที่แผ่ออกมาจากตัวตนของเขากลับทำให้คนโลภทั้งสองถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
“ระวังมือของป้าเอาไว้หน่อยนะครับ” ศิลาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ กังวาน และสุภาพอย่างน่ากลัว “ภรรยาผม... ผมยังไม่เคยปล่อยให้ใครแตะต้องด้วยความรุนแรงเลยสักครั้ง เกรงว่าถ้ามือข้างนั้นของป้าสำเนียงแตะลงบนตัวเธอแม้แต่นิ้วเดียว พรุ่งนี้เช้า... ทนายความส่วนตัวของผมคงต้องเดินทางมาที่อำเภอนี้เพื่อจัดการเรื่องคุกคามสิทธิ์และบุกรุกอย่างเป็นทางการ”
คำพูดเรียบๆ แต่เฉียบคมดุจใบมีดโกนอาบน้ำผึ้งทำให้ลุงประเสริฐถึงกับหน้าซีดเผือด รีบดึงแขนภรรยาถอยกรูดออกไปจากธรณีประตูทันที แม้จะอยากโวยวายต่อแค่ไหน แต่รัศมีอำนาจและรถยนต์ยุโรปสีดำคันหรูที่จอดขวางถนนอยู่หน้าบ้าน ก็เป็นเครื่องยืนยันชั้นดีว่าคนกลุ่มนี้ไม่ใช่ญาติบ้านนอกที่พวกเขาจะรังแกได้เหมือนในอดีตอีกต่อไปแล้ว
รินถอนหายใจยาวออกมาเฮือกหนึ่งก่อนจะหันกลับไปสนใจกระทะตรงหน้า เธอยกกระทะขึ้นเทผัดซีอิ๊วเส้นใหญ่ร้อนๆ ลงในจานสังกะสีเคลือบสีลายดอกไม้อย่างประณีต กลิ่นหอมของไข่คั่วกระทะและซีอิ๊วดำคั่วไฟแรงลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณ กลบกลิ่นอับชื้นของบ้านเก่าจนหมดสิ้น ศิลายืนมองภรรยาจัดการอาหารจานนั้นด้วยแววตาอ่อนแสงลงเล็กน้อย เขายื่นมือหนาไปหยิบตะเกียบไม้ไผ่ส่งให้เธอนิ่งๆ โดยไม่ต้องเอ่ยปากขอ
“เหนื่อยไหมครับ” ศิลาถามเสียงนุ่ม ผิดกับมาดนักธุรกิจจอมบงการเมื่อครู่ลิบลับ
“ไม่เหนื่อยครับ แค่รำคาญเสียงแมลงหวี่แมลงวัน” รินตอบสั้นๆ ก่อนจะคีบเส้นก๋วยเตี๋ยวคำโตเข้าปาก รสชาติกลมกล่อม หอมกลิ่นกระทะไหม้นิดๆ ตามแบบฉบับฝีมือดั้งเดิมที่เธอร่ำเรียนและฝึกฝนมาแรมปีทำให้ความเหนื่อยล้าก่อนหน้านี้หายเป็นปลิดทิ้ง
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังจะกลับมาสงบสุข เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นที่หน้าบ้านอีกครั้ง ไม่ใช่เสียงของลุงประเสริฐหรือป้าสำเนียง แต่เป็นเสียงเคาะไม้กาสะลองที่ดังสามครั้งติดๆ กันอย่างมีจังหวะ
รินขมวดคิ้วเล็กน้อย เงยหน้าขึ้นมองตามเสียงนั้น
ชายหนุ่มในชุดเสื้อคลุมยาวสีเข้ม ศีรษะสวมหมวกฟางบังใบหน้าครึ่งหนึ่ง ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าต่างห้องครัว สายตาของเขาคมกลาบราวกับเหยี่ยว ก่อนจะวางห่อใบตองเก่าคร่ำครึกลงบนขอบหน้าต่าง พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่แฝงความลับบางอย่าง
“เชฟริน... ของที่สั่งจากตลาดมืดเมื่อคืน มาส่งแล้วนะครับ”
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับ "กาแฟโบราณแก้วโต" ครับ
กับข้าวกลิ่นอายความคิดถึงและคุณชายจอมบงการ•ตอนที่ 1
มรดกที่ทิ้งไว้กับตะหลิวใบเก่า
ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับข้าวกลิ่นอายความคิดถึงและคุณชายจอมบงการ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!